ทายาทซัมซุงแถลงขออภัย รพ.ในเครือยับยั้งระบาดเมอร์สไม่ได้

Wed, 2015-06-24 17:07 -- hfocus
Print this pagePrint this page

โซล (เอเอฟพี/รอยเตอร์) - ทายาทซัมซุงแถลงขอโทษประชาชนในเกาหลีใต้ ที่โรงพยาบาลในเครือไม่สามารถยับยั้งการระบาดของไวรัสเมอร์สได้ ขณะที่เกาหลีใต้พบผู้ป่วยเมอร์สรายใหม่เพิ่มอีก 3 คน รวมเป็น 175 คน แต่ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม

เว็บไซต์แนวหน้ารายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้รายงานล่าสุดว่า พบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือไวรัสเมอร์ส เพิ่มขึ้นอีก 3 คน ทำให้ยอดรวมผู้ป่วยเมอร์สเพิ่มขึ้นเป็น 175 คน ในจำนวนนี้ เสียชีวิตไปแล้ว 27 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว และมีผู้ป่วยเมอร์สหายป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว 54 คน คงเหลือที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 94 คน โดยในจำนวนนี้มี 16 คนมีอาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนผู้ถูกกักตัวเพราะต้องสงสัยติดเชื้อเมอร์ส ลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 2,805 คน ซึ่งลดลงถึง 1 ใน 4 ภายในวันเดียวจากวันจันทร์ที่ผ่านม โดยผู้ป่วยเมอร์สรายใหม่ 2 ใน 3 คนนั้น ติดเชื้อภายในโรงพยาบาล 2 แห่งในกรุงโซล หนึ่งในนั้นคือ โรงพยาบาลซัมซุง เมดิคอล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ติดเชื้อเมอร์สมากที่สุด ส่วนผู้ป่วยเมอร์สรายใหม่คนที่ 3 เป็นญาติของผู้ป่วยเมอร์สคนหนึ่ง

ด้าน เจ วาย-ลี ทายาทของซัมซุง กรุ๊ปและรองประธานบริษัทซัมซุง อิเล็คทรอนิกส์ เจ้าของโรงพยาบาลซัมซุง เมดิคอล ออกมาแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน ที่ล้มเหลวในการหยุดยั้งการระบาดของเมอร์สตั้งแต่แรกเริ่ม และยอมรับผิดที่ไม่สามารถทำตามความคาดหวังและความไว้วางใจของประชาชนได้

ขณะเดียวกัน สมาคมบริษัทท่องเที่ยวของเกาหลีใต้รายงานเมื่อวานนี้ว่า การระบาดของไวรัสเมอร์สในเกาหลีใต้ ทำให้ยอดจองแพ็กเกจทัวร์ไปเกาหลีใต้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมปีนี้ ลดลงเหลือเพียง 2 แสนคนเท่านั้น หรือเท่ากับลดลงถึงร้อยละ 82 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีนี้ คาดว่าจะสร้างความเสียหายแก่บริษัทท่องเที่ยวเกาหลีใต้มากกว่า 1 แสนล้านวอน หรือเกือบ 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีประมาณเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม จะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปเกาหลีใต้มากที่สุด สมาคมบริษัทท่องเที่ยวเกาหลีใต้ระบุต่อไปว่า นักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นและจีนลดลงมากที่สุดถึงร้อยละ 84 ส่วนนักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐ และเอเชียตะวันออก ลดลงร้อยละ 70