ภาคประชาชนไว้อาลัยหลักประกันสุขภาพ ยุค ม.44 ชี้สิ่งที่ คสช.ทำ ไม่ใช่ปฏิรูป แต่ทำลายระบบ

Sat, 2015-06-27 14:55 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพแถลงการณ์ ไว้อาลัยระบบหลักประกันสุขภาพ ยุค ม.44 ไม่เห็นด้วยคำสั่งย้าย เลขาธิการ สปสช. เป็นการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จอย่างไม่เป็นธรรม ชี้เลขาธิการเป็นตำแหน่งสำคัญการบริหารกองทุนบัตรทองที่เป็นไปตามมติบอร์ด สปสช.ผลตรวจสอบที่ผ่านมาก็ตรงกันว่าไม่ปิด แต่ต้องออกระเบียบให้ชัด โดยเฉพาะเรื่อง การช่วยเหลือ แพทย์ พยาบาล บุคลากรที่ได้รับความเสียหาย และการทำความเข้าใจเรื่องการใช้เงินกองทุนฯ ของ รพ. แจงการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกลไกสำคัญพัฒนาบัตรทอง แต่ที่ผ่านมาถูกทำลายตลอด และทำให้ข้าราชการเป็นใหญ่ ชี้สิ่งที่ คสช.ทำไม่ใช่การปฏิรูป จะทำให้ระบบสุขภาพหยุดอยู่กับที่ เรียกร้องให้ทบทวน คุ้มครองระบบให้ก้าวหน้า จัดงบให้เพียงพอ และให้ รมว.สธ.ที่เป็น ครม.ของนายกฯ ทำงานได้อย่างราบรื่นไม่ต้องพะวงกับการไม่เคารพกันเองของผู้บริหาร สธ.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2558 กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพออกแถลงการณ์ ไว้อาลัยระบบหลักประกันสุขภาพ ยุค ม.44 ไม่เห็นด้วยคำสั่งย้าย นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช.ช่วยราชการ โดยระบุว่า ขอไว้อาลัยการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของคนเพียงคนเดียวในยุคการยึดอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์มาตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ตำแหน่งเลขาธิการ สปสช.นั้นเป็นกลไกสำคัญของการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การบริหารจัดการเป็นไปตามมติบอร์ด สปสช. และในการตรวจสอบการใช้เงินกองทุนจากหน่วยงานหลายฝ่าย ก็ออกมาตรงกันว่าไม่ได้ทำผิด เพียงแต่ต้องมีการอธิบายและออกกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนภายใต้อำนาจบอร์ดและกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้เงินสำหรับช่วยเหลือเยียวยา แพทย์ พยาบาล บุคลากรการแพทย์กรณีได้รับความเสียหาย และการทำความเข้าใจว่าเงินกองทุนฯ เมื่อส่งให้ รพ.แล้ว รพ.สามารถนำไปเป็นค่าใช้จ่ายบริหารจัดการเพื่อการรักษาผู้ป่วยได้

แถลงการณ์ระบุต่อว่า ระบบหลักประกันสุขภาพที่เดินหน้ามากว่า 10 ปีนั้น ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การตีความตามตัวอักษรและการให้ข้อมูลที่ผิดของกลุ่มบุคลากรที่สูญเสียอำนาจ เป็นการทำลายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิรูประบบสุขภาพ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กำลังทำนี้จะส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพหยุดอยู่กับที่ ทุกอย่างจะทำไปตามระบบราชการ ไม่มีใครกล้าคิด กล้าทำ เพราะเกรงกลัว และการทำให้ข้าราชการมีอำนาจนี้ ไม่ใช่การปฏิรูป

กลุ่มคนหลักประกันสุขภาพขอให้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ทบทวนการดำเนินการที่ไม่เป็นธรรม ภายใต้อำนาจบริหารเบ็ดเสร็จ ขอให้นายกรัฐมนตรีธำรงรักษาไว้ซึ่งระบบหลักประกันสุขภาพที่มั่นคงสำหรับประชาชน เป็นหลักประกันในการดำรงชีวิตสำหรับทุกคนไม่ว่ายากดีมีจน ไม่ต้องล้มละลายจากการจ่ายค่ารักษาพยาบาล

“สิ่งที่ท่านควรจะทำคือ คุ้มครองระบบให้ก้าวหน้า เพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ ให้ระบบเดินหน้าต่อไป ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบ จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ และให้ รมว.สธ.ซึ่งเป็น ครม.ของท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานบอร์ดหลักประกันสุขภาพได้อย่างราบรื่นเหมาะสม ไม่ต้องพะวักพะวนกับการไม่เคารพกันเองของผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข สิ่งที่นายกรัฐมนตรีอ้างและยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อยึดอำนาจรัฐปฏิรูปประเทศ จะไม่เป็นจริงหากขาดกลไกที่มีประสิทธิภาพและมีความสมดุลในการใช้อำนาจ”

รายละเอียดทั้งหมดมีดังนี้

แถลงการณ์กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ  ไว้อาลัย ระบบหลักประกันสุขภาพ ยุค ม.๔๔

“กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพขอไว้อาลัยต่อคำสั่งระงับการปฏิบัติงานในตำแหน่งชั่วคราว โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือน ที่มีต่อเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นับเป็นการใช้อำนาจของคนเพียงคนเดียวในยุคการยึดอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์มาแต่ต้น ตำแหน่งเลขาธิการ สปสช.เป็นกลไกสำคัญของการดำเนินงานบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ การบริหารจัดการดังกล่าวเป็นไปตามมติของบอร์ดหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีกฎหมายรองรับมาโดยตลอด เลขาธิการคนปัจจุบันไม่ได้มีการปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นการประพฤติมิชอบใดใด แม้จะมีการตรวจสอบการใช้เงินกองทุนโดยหน่วยงานหลายฝ่าย ซึ่งผลตรวจสอบเหมือนกันหมดว่าไม่ได้ทำผิด เพียงแต่ต้องมีการอธิบายและออกกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนภายใต้อำนาจบอร์ดและภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจไว้ โดยเฉพาะการใช้เงินสำหรับช่วยเหลือเยียวยาหมอ/พยาบาล/บุคลากรในโรงพยาบาลเมื่อได้รับความเสียหายจากการให้บริการกับประชาชน และการทำความเข้าใจว่าเงินกองทุนเมื่อส่งให้โรงพยาบาลแล้วสามารถให้โรงพยาบาลของรัฐใช้เงินกองทุนสำหรับจัดจ้างพนักงานเพื่อทำงานในโรงพยาบาล เพราะค่าใช้จ่ายในการจัดบริการสาธารณสุขต้องรวมทั้งค่าแรงคนทำงาน ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่ายาเวชภัณฑ์ และค่าบริหารจัดการในโรงพยาบาลเพื่อให้เกิดการบริการรักษาที่ดีมีประสิทธิภาพได้คุณภาพต่อประชาชนทุกคน

ทั้งนี้ ระบบหลักประกันสุขภาพที่ดำเนินการมาสิบกว่าปีนั้น ได้ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนการทำงานของภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม การตีความของกลุ่มผู้ตรวจสอบและการให้ข้อมูลของกลุ่มบุคลากรที่สูญเสียอำนาจการควบคุมระบบการรักษา ที่พยายามตีความตามตัวอักษรในกฎหมาย โดยละเลยเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มีเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามีส่วนร่วมในการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพ การสร้างความตระหนักไว้วางใจและใส่ใจดูแลระบบ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอภิบาลระบบ การมีมติ ครม.ให้ระงับการสนับสนุนงบประมาณองค์กรเอกชน องค์กรประชาชน นับเป็นการทำลายการมีส่วนร่วมของการปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศ สิ่งที่ท่านกำลังทำนี้จะส่งผลให้ระบบหลักประกันสุขภาพหยุดอยู่กับที่ ทุกอย่างจะทำไปตามระบบราชการ ไม่มีใครกล้าคิด กล้าทำ เพราะเกรงกลัวต่อการตีความแบบแคบตามตัวอักษรในกฎหมาย

กลุ่มฯ ใคร่ขอให้นายกรัฐมนตรี ผู้ออกคำสั่ง ได้พิจารณาทบทวน และให้เหตุผลในการดำเนินการที่ไม่เป็นธรรม ภายใต้อำนาจบริหารแบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งขอให้ท่านได้มีความมุ่งมั่นและตระหนักถึงสิ่งที่ต้องธำรงรักษาไว้ซึ่งระบบหลักประกันสุขภาพสำหรับประชาชนเพียงใด การมีระบบหลักประกันสุขภาพที่มั่นคง เป็นการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตสำหรับทุกคนไม่ว่ายากดีมีจน ทุกคนมีหลักประกันว่าจะไม่ต้องล้มละลายจากการจ่ายค่ารักษาพยาบาล และเป็นการจัดสวัสดิการถ้วนหน้าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทันที สิ่งที่ท่านควรกระทำคือการคุ้มครองระบบให้ก้าวหน้า การเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ ให้ระบบเดินหน้าต่อไป การลดความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบ การจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการดำเนินการ และให้ รมว.สธ. ซึ่งเป็น ครม.ของท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานบอร์ดหลักประกันสุขภาพได้อย่างราบรื่นเหมาะสม ไม่ต้องพะวักพะวนกับการไม่เคารพกันเองของผู้บริหารกระทรวง ที่ต้องการแย่งชิงการบริหารกองทุนกลับไปอยู่ภายใต้ระบบข้าราชการกระทรวงดังเดิม

โดยปัจจุบันระบบหลักประกันสุขภาพภายใต้หลักการแยกบทบาทผู้ให้บริการ(กระทรวงสาธารณสุข) และผู้ซื้อบริการแทนประชาชน (สปสช.) โดย สปสช.อยู่ในการกำกับของรัฐมนตรีด้วย ได้ทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีและมีความสุข การทำให้ข้าราชการมีอำนาจ นี่ไม่ใช่การปฏิรูป สิ่งที่ท่านอ้างและยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อยึดอำนาจรัฐเพื่อปฏิรูปประเทศ การที่ท่านมุ่งมั่นเข้ามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน จะไม่เป็นจริงหากขาดกลไกที่ขาดประสิทธิภาพและมีความสมดุลในการใช้อำนาจจึงขอเรียนมาเพื่อท่านโปรดพิจารณาทบทวนคำสั่งดังกล่าว"

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๘