ขรก.สายวิทยาศาสตร์สุขภาพร้องทุกข์ นายกฯ เกณฑ์ไม่เป็นธรรม ถูกลดขั้น-เงินเดือน

กลุ่มข้าราชการ สธ.สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ เทคนิคการแพทย์, รังสีการแพทย์, วิทยาศาสตร์การแพทย์ บุกทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ และ วิษณุ ระบุไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังปรับตำแหน่งตรงตามวุฒิปริญญาตรี แต่ถูกพิษจากเกณฑ์ ก.พ.ได้เงินเดือนลดลง ทั้งถูกดองไม่ได้ขึ้นเงินเดือน 6 ปี แถมสุดเหลื่อมล้ำได้เงินเดือนน้อยกว่าข้าราชการบรรจุทีหลัง ชี้สายงานพยาบาล และ ขรก.อีกกลุ่มได้รับการเยียวยาแล้วจากปัญหาเดียวกัน แต่สายวิทยาศาสตร์สุขภาพยังไม่ได้รับการแก้ไข

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มข้าราชการผู้เดือดร้อนจากการปรับตำแหน่ง นำโดย นายโยธิน ทองศิริ นักเทคนิคการแพทย์ ระดับชำนาญการ โรงพยาบาลน่าน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กรณีได้รับความไม่เป็นธรรมในการปรับตำแหน่ง

นายโยธิน เปิดเผยว่า พวกตนเป็นผู้ปฏิบัติงานทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (เทคนิคการแพทย์, รังสีการแพทย์, วิทยาศาสตร์การแพทย์) ใช้วุฒิอนุปริญญาเมื่อแรกบรรจุรับราชการ แต่เมื่อรับราชการมาระยะหนึ่งจึงมีหลักสูตรต่อเนื่องจึงได้ศึกษาต่อเนื่องเพิ่มเติมอีก 2 ปีได้จนได้วุฒิปริญญาตรี (ป.ตรี) โดยใช้จ่ายเงินส่วนตัว กลุ่มของตนส่วนมากครองระดับ 6 ตำแหน่งเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระดับชำนาญงานอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อเรียนจบได้รับการปรับตำแหน่งให้ตรงกับวุฒิ กลับต้องถูกลดระดับลงมาอยู่ระดับ 5 (เงินเดือนเกินขั้นสูงสุดของระดับ 5 ต้องลดลงมาให้เท่ากับขั้นสูงสุดของระดับ 5 เท่ากับ 22,220 บาท และต้องรับตามอัตรานี้เนื่องจากขั้นเงินเดือนเต็มเพดานระดับ 5 และอยู่ในอัตรานี้ 6 ปี) ซึ่งพวกตนไม่มีทางเลือกและไม่มีข้อยกเว้นเพราะเป็นไปตามเกณฑ์การกำหนดมาตรฐานตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ข้าราชการ พ.ศ. 2535

ต่อมามีการร้องขอจากกระทรวงสาธารณสุขไปยัง ก.พ. เพราะเห็นว่าไม่เป็นธรรมแก่ผู้ที่เป็นข้าราชการ เนื่องจากใช้ทุนส่วนตัว เสียเวลาที่ต้องดูแลครอบครัวไปศึกษาหาความรู้เป็นเวลา 2-4 ปี เพื่อกลับพัฒนางานในหน้าที่ เมื่อปรับตำแหน่งกับต้องมาลดเงิน และไม่ขึ้นเงินเดือนเป็นเวลา 6 ปี ซึ่งต่อมา ก.พ. มีการอนุมัติให้ยกเว้นคุณสมบัติบางประการในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง โดยไม่ต้องย้ายจากระดับชำนาญงานจากแท่งทั่วไป มาระดับปฏิบัติการแท่งวิชาการ แต่สามารถเข้าระดับสู่ชำนาญการได้เลย ตาม หนังสือที่สธ.๐๒๐๑.๐๓๙/ว๑๓๙๐ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เรื่อง การนับระยะเวลาเกี่ยวข้องเกื้อกูลตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ นักรังสีการแพทย์ นักกายภาพบำบัด และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์

อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ดังกล่าว ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มผู้ที่ปรับในภายหลัง ซึ่งอาวุโสน้อยกว่า กับกลุ่มของตนซึ่งอาวุโสกว่าที่ต้องถูกลดเงินเดือนลง กล่าวคือรุ่นน้องอาวุโสน้อยกว่า แต่กลับได้เงินเดือนมากกว่าหัวหน้างานที่มีอาวุโสกว่าแต่มีอัตราเงินเดือนน้อยกว่าลูกน้อง เงินสะสม กบข.น้อยกว่า บำนาญ กบข.น้อยกว่า แม้ว่าจะไม่เข้า กบข.ก็ได้รับบำเน็จบำนาญที่เหลื่อมล้ำกว่ากันมาก ส่งผลกระทบเสียขวัญและกำลังใจ เพราะเป็นผู้อาวุโสกว่าทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิและมีภาระงานมากกว่า เป็นหัวหน้างาน อาวุโสเชี่ยวชาญกว่า แต่กลับได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนที่น้อยกว่ามาก

“เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นกับสายงานพยาบาลที่ได้รับการเยียวยาแล้วปี พ.ศ.2554 และกลุ่มข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจาก นร.154 ซึ่งผ่านการเห็นชอบจาก ก.พ.แล้วว่า ให้ได้รับการเยียวยาตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ในมาตรา 50/1 ใน พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนปี พ.ศ.2551 ว่าในเรื่องการเยียวยา ซึ่งทั้ง 2กลุ่มที่ได้รับการดูแลเยียวยา แต่กับกลุ่มพวกเราซึ่งบริบทเดียวกันกลับไม่ได้รับการดูแลแก้ไขเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ร้องทุกข์นี้ พวกเราได้เคยดำเนินการร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม(ก.พ.ค.) มาแล้ว โดยมีความเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม ก.พ.ค.ได้ส่งเรื่องร้องทุกข์ไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) และสำนักงาน ก.พ.แล้ว เพื่อดำเนินการในเรื่องเยียวยาแก้ปัญหาความเดือดร้อนตามควรแก่กรณี ดังเช่นที่เคยกำหนดหลักเกณฑ์การเยียวยาแก้ปัญหาให้แก่ข้าราชการในสายงานพยาบาลเทคนิคมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาจากสำนักงาน ก.พ.” นายโยธินกล่าว

นายโยธิน กล่าวต่ออีกว่า การที่พวกตนได้พัฒนาตนเองตามนโยบาย ก.พ.ที่เป็นข้าราชการ เก่งและดี แต่กลับได้รับผลตอบแทนเสมือนว่า ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงโดยลดเงินเดือนและไม่ขึ้นเงินเดือน 6 ปี หรือ 12 ครั้งรอบการประเมินเช่นนี้ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจสถาบันราชการซึ่งถือว่าเป็นองค์กรที่มีระบบคุณธรรมเป็นแบบอย่างขององค์กรในสังคม และเป็นสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ว่า ยังยึดหลักคุณธรรมต่อข้าราชการทุกกลุ่มโดยเท่าเทียมกันหรือไม่ ตนและกลุ่มข้าราชการที่ประสบปัญหานี้จึงนำเรียนเพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานสำนักงาน ก.พ.ให้เร่งดำเนินการพิจารณาตามที่กระทรวงสาธารณสุขขออนุมัติไปยังสำนักงาน ก.พ.ตามหนังสือที่ สธ.๐๒๑.๐๕๙/๒๗๓๗๘ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้ผลกระทบจากการปรับตำแหน่งตามแนวทางพยาบาล และขอให้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามกระบวณการเยียวยาจนสำเร็จลุล่วงไป ซึ่งพวกตนหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมในเรื่องการเยียวยาแก้ไขความเดือดร้อนให้เสมอภาคและทัดเทียมเหมือนดั่งข้าราชการกลุ่มอื่นที่ได้รับเยียวยาไปแล้ว

ภายหลังยื่นหนังสือร้องทุกข์ที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว นายโยธินและคณะได้เดินทางไปที่สำนักงาน ก.พ.เพื่อยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าด้วย

ความคิดเห็นล่าสุด

CindyfnPax
15 ชั่วโมง 11 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 17 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 24 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 26 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 28 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 31 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 34 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

CindyfnPax
15 ชั่วโมง 11 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 17 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 24 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 26 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 28 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 31 นาที ago
CindyfnPax
15 ชั่วโมง 34 นาที ago
กลับด้านบน