4 องค์กรหมออนามัยทำแผนยุทธศาสตร์ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพในชุมชน

Tue, 2015-11-10 15:03 -- hfocus
Print this pagePrint this page

มูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย สมาคมหมออนามัย ชมรมสาธารณสุข และสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข จัดประชุมแกนนำถอดบทเรียนลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชน ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ สสส.หนุนเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพพัฒนาสุขภาพอนามัยแก่ประชาชน

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.58 ณ  โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ – ในการประชุมเชิงปฏิบัติการแผนยุทธศาสตร์ “ความเข้มแข็งของเครือข่ายหมออนามัยในการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในชุมชน” (บุหรี่ – อุบัติเหตุ – เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และโรคเรื้อรัง) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตามโครงการขับเคลื่อนหมออนามัย : พัฒนาเครือข่ายทางปัญญา เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชน  ระหว่างวันที่ 9 – 10 พฤศจิกายน 2558 เพื่อเสริมพลังการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ จัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและพัฒนาสุขภาวะชุมชน พัฒนาศักยภาพเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่ให้เข้มแข็ง ทั้งด้านด้านวิชาการและการจัดการความรู้แก่หมออนามัยและเครือข่ายในการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ ขยายผลชุมชนเรียนรู้ ชุมชนนักปฏิบัติการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพโดยหมออนามัย

นายธาดา วรรธนปิยกุล

นายธาดา วรรธนปิยกุล ประธานมูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย กล่าวว่า หมออนามัยเป็นกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ที่ครอบคลุมพื้นที่ทุกตำบลทั่วประเทศ มีบทบาทสำคัญอย่างสูงต่อการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนและเสริมสร้างให้ชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งจากการถอดบทเรียนของแต่ละภาคีเครือข่ายที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดการรวมเครือข่ายการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับชุมชนและเกิดการขยายต่อในการพัฒนาเครือข่ายหมออนามัย ซึ่งเป็นการสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชน เกิดชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงตามบริบทและวัฒนธรรมในหลายพื้นที่ เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีความเข้มแข็งในชุมชนมากขึ้น       

นายธาดา กล่าวอีกว่า ในการทำงานที่ผ่านมา สสส.ได้ให้การสนับสนุนเครือข่ายหมออนามัยเพื่อดำเนินงานด้านสร้างเสริมสุขภาพมาโดยตลอด ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยที่ผ่านมาลำพังเพียงแต่งบประมาณของภาครัฐตามระบบปกติ ซึ่งมีระเบียบ ขั้นตอน ค่อนข้างล่าช้าและมีข้อจำกัดในการใช้งบประมาณ คงไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนด้านสุขภาพในภาพรวมของประเทศให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สสส.เป็นองค์กรหลักที่มีบทบาทและความสำคัญในการสนับสนุนการทำงานด้านสุขภาพในระดับพื้นที่อย่างแท้จริงที่เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างชัดเจน สสส.เป็นองค์กรสำคัญที่ต้องคงไว้ เนื่องจากทำหน้าที่เป็น “น้ำมันหล่อลื่น” ให้กับทุกภาคีเครือข่ายที่ขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพอย่างกว้างขวาง” นายธาดา กล่าว และว่าในโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้หมออนามัย ซึ่งอยู่ใกล้ชิดประชาชน ได้มีโอกาสดำเนินงานลดปัญหาปัจจัยเสี่ยงหลักที่สำคัญในชุมชน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้ประชาชนในชาติได้มีสุขภาพดี และมีการดำเนินชีวิตที่ดีได้ในโอกาสต่อไป