สธ.ตั้งศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยประจำเขต รับภาระติดต่อหา รพศ./รพท.แทน รพช.

Mon, 2015-12-14 16:42 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.แก้ไขปัญหารับส่งต่อผู้ป่วยจาก รพช.ไป รพศ./รพท.ตั้งศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยประจำเขตสุขภาพ ทั้ง 12 เขตและ กทม.มีพยาบาลประจำ 24 ชั่วโมงช่วยรับภาระติดต่อหา รพ.แทน รพช.ให้ผู้ป่วยเข้ารักษาที่ รพศ./รพท.แบบไม่จำกัด และมีระบบส่งกลับ รพช.เผยเริ่มดำเนินการแล้วเช่นที่เขต 12 มี รพ.หาดใหญ่เป็นศูนย์รับส่งต่อประจำเขต ที่เขต 5 มี รพ.ราชบุรี พร้อมให้ทุกจังหวัดนำโปรแกรมไทยรีเฟอร์มาเสริม รวมทั้งกรุ๊ปไลน์เพื่อช่วยเหลือระหว่างพี่น้อง รพ.ใหญ่-รพ.เล็ก ระบุตอนนี้มีไลน์กรุ๊ปทั้งโรคหัวใจ โรคทางกระดูก

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งแก้ไขปัญหาการรับส่งต่อผู้ป่วยจาก รพช.ไป รพศ./รพท. ที่รับผู้ป่วยได้ค่อนข้างจำกัด โดยตั้งศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยประจำเขตสุขภาพทั้ง 12 เขตและกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดระบบส่งต่อที่เอื้อให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่ รพศ./รพท. เข้ารับการรักษาได้แบบไม่จำกัด (Unlimited) และมีระบบส่งกลับผู้ป่วย (Auto refer back) เมื่ออาการดีขึ้นไป รพช.ใกล้บ้าน ญาติยินยอม โดยศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยระดับเขต จะมีพยาบาลประจำตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยรับภาระการติดต่อหา รพ.รับส่งต่อแทน รพช. ทั้งภายในจังหวัด เขตสุขภาพ ข้ามเขตสุขภาพ รวมทั้ง รพ.สังกัดอื่นๆ ทั้งรัฐและเอกชนที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการพัฒนา รพช.เพื่อรับการส่งต่อส่งกลับ จะเป็นการหารือกันในเขตสุขภาพ โดย รพศ./รพท.จะปรึกษาหารือด้านความพร้อม ความสมัครใจของแต่ละ รพช.ที่จะรับผู้ป่วย รวมทั้งเงื่อนไขในการรับผู้ป่วยกลับ เช่น รับดูแลเด็กน้ำหนักตัวน้อย รับดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องรับเคมีบำบัด รับดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เป็นต้น เพื่อไปพัฒนาศักยภาพของ รพช.ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้วที่เขตสุขภาพที่ 12 มีรพ.หาดใหญ่เป็นศูนย์รับส่งต่อประจำเขตสุขภาพ หรือที่เขตสุขภาพที่ 5 มี รพ.ราชบุรีเป็นศูนย์รับส่งต่อ เป็นต้น

ทั้งนี้ ได้ให้ทุกจังหวัดนำโปรแกรมไทยรีเฟอร์ มาเสริมระบบส่งต่อภายในจังหวัดและเขตสุขภาพ รวมทั้งใช้โปรแกรมไลน์ ในการช่วยเหลือกันระหว่างพี่ๆน้องๆ ใน รพ.ใหญ่และ รพ.เล็ก ในการปรึกษาการรักษาผู้ป่วย ซึ่งขณะนี้ มีไลน์กรุ๊ปทั้งโรคหัวใจ โรคทางกระดูก เป็นต้น ช่วยให้การรักษาผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ และมีประสิทธิภาพ