สบส.พัฒนามาตรฐาน 17 สุขศาลาพระราชทานถิ่นทุรกันดาร

Mon, 2016-01-11 12:45 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  พัฒนาคุณภาพมาตรฐานบริการ สุขศาลาพระราชทานในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 17 แห่ง สนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ให้เป็นที่พึ่งสุขภาพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร แนวตะเข็บชายแดน ทั้งภาวะปกติและฉุกเฉินอย่างมีคุณภาพเข้าถึงสะดวกรวดเร็วเท่าเทียมกับพื้นที่ปกติ มีระบบสื่อสารการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม ผู้ป่วยได้พบแพทย์ตัวจริงไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลรอบ 3 ปี มีผู้ป่วยใช้บริการ เฉลี่ยปีละ 15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นโรคทางเดินหายใจ

นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในปีงบประมาณ 2559 นี้ สบส.ได้ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน คณะนักศึกษาวิทยาลับป้องกันราชอาณาจักรไทยรุ่นที่ 46 และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาหน่วยพยาบาลในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนให้เป็นสุขศาลาพระราชทาน เป็นสถานบริการสุขภาพ ให้บริการขั้นพื้นฐานแบบผสมผสานทั้งด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การฟื้นฟูสภาพ การป้องกันและเฝ้าระวังโรค เป็นแหล่งเรียนรู้และสื่อสารสุขภาพ เป็นศูนย์กลางประสานการพัฒนาสุขภาพของชุมชน สนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี  ให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่ทุรกันดาร  และพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนมีโอกาสเข้ถึงบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว เป็นธรรมและเท่าเทียมทั้งภาวะปกติและฉุกเฉิน ประชาชนได้รับการพัฒนาศักยภาพ สามารถพึ่งตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพฤติกรรมที่เหมาะสม สามารถควบคุมและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยในอนาคตได้ 

นพ.บุญเรือง กล่าวต่อว่า ในปีนี้มีเป้าหมายพัฒนาสุขศาลาพระราชทานแห่งใหม่เพิ่มอีก 8 แห่ง ใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย

1. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล็อกคี่ ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

2.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

3.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนท่านผู้หญิงประไพ ศิวะโกเศศ ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

4.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนรางวัลอินทิราคานธี ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

5.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมรว.เฉลิมลักษณ์จันทรเสน ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด  ต.ตาก

6.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านลีนานนท์ ต.สุคีริน อ.สุคีริน จ.นราธิวาส

7. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยกุ๊ก ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

8.ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านบ่อหมื้อ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

และพัฒนาคุณภาพสุขศาลาพระราชทานมีอยู่เดิมตั้งแต่พ.ศ. 2549 จำนวน 9 แห่ง ทั้งด้านโครงสร้างอาคารและระบบบริการประชาชนเชื่อมโยงกับสถานพยาบาลแม่ข่ายคือโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผลการให้บริการของสุขศาลาพระราชทาน 9 แห่ง ในรอบ 3 ปี มีผู้ป่วยใช้บริการ เฉลี่ยปีละ 15,000 คน มากสุดที่บ้านเลตองคุ ส่วนใหญ่เป็นโรคทางเดินหายใจ รองลงมาคือทางเดินอาหาร

ทั้งนี้ในส่วนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน มรว.เฉลิมลักษณ์จันทรเสน ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด ต.ตาก ดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ 2 คน และ อสม. 3 คน ดูแลนักเรียน 186 คน ดูแล 3 หมู่บ้านจำนวน 164 หลังคาเรือน ประชากร 771 คน ส่วนใหญ่เป็นเผ่ากะหรี่ยง ใช้ไฟฟ้าจากระบบโซล่าเซลล์ น้ำจากประปาภูเขา ระบบสื่อสารการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมใช้การได้ดี

สำหรับการพัฒนาด้านคุณภาพบริการสุขภาพนั้น กรมสบส.ได้มอบหมายให้สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพประจำเขต ร่วมกับโรงพยาบาลชุมชนและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ข่ายดำเนินการจัดวางระบบการรักษาพยาบาลขั้นต้น คลังยา เวชภัณฑ์ต่างๆ เครื่องมือที่จำเป็น เช่น เตียงทำแผล ปรอทวัดไข้ เครื่องตรวจวัดความดันโลหิต เครื่องชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงประเมินการขาดสารอาหาร ชุดสำเร็จรูปตรวจหาเชื้อมาลาเรีย ตรวจน้ำตาลในเลือดภาคสนาม ซึ่งทำง่าย รู้ผลเร็ว มีระบบคลังยาที่สามารถใช้การได้อย่างมีคุณภาพ พัฒนาศักยภาพครูพยาบาล พนักงานสุขศาลาพระราชทาน และอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนประสานบริการร่วม สามารถถ่ายทอดความรู้เป็นภาษาถิ่น เข้าใจง่ายขึ้น พัฒนาระบบการสื่อสารหอกระจายข่าว และระบบการแพทย์ทางไกลผ่านระบบดาวเทียมหรือระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีอาการป่วยที่ซับซ้อน และเจ้าหน้าที่ประจำสุขศาลาได้พูดคุยอาการกับแพทย์ที่โรงพยาบาล สามารถให้การตรวจวินิจฉัยอาการและรักษาตามความจำเป็นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม