ชมรม ผอ.รพ.สต.ยันเดินหน้า 29 ม.ค.ชี้เข้าใจข้อจำกัด สธ.แต่ขอผู้บริหารรับฟังคนปฐมภูมิ

Mon, 2016-01-25 13:20 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ประธานชมรม ผอ.รพ.สต.ยันเข้าพบ นายกฯ 29 ม.ค.นี้ช่วงเช้า ก่อนไป สนช.และ สปท.ต่อ ส่วนช่วงบ่ายพบ รมว.และปลัด สธ.ตามที่นัดหมายไว้ ชี้ไม่มีการเมือง พร้อมระบุเข้าใจข้อจำกัดการบริหารของ สธ.และตระหนักดีว่าปลัด สธ.เพิ่งทำหน้าที่ได้ 3 เดือน แต่ปัญหาชาวปฐมภูมิสะสมมาหลายสิบปี ไม่ได้มีแค่เรื่องโครงสร้าง แต่ยังมีปัญหาการทำงาน การมอบอำนาจและสั่งการ ข้อจำกัดการขึ้นตำแหน่ง ผอ.รพ.สต.ที่ติดล็อคด้วยเงื่อนไข ก.พ.และ คปร.ขอผู้บริหาร สธ.หนุนรับฟังปัญหาจากชาว รพ.สต.เพื่อการแก้ไขอย่างถูกต้อง

นายสมศักดิ์ จึงตระกูล (ซ้าย) เมื่อครั้งเข้าพบปลัด สธ.เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.58

นายสมศักดิ์ จึงตระกูล ประธานชมรม ผอ.รพ.สต. (ประเทศไทย) กล่าวถึงกรณีการนัดรวมตัวกันของ รพ.สต.ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ ว่า ภายหลังจากที่ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้โพสต์ Facebook ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและขอร้องไม่ให้มีการเคลื่อนไหวในวันที่ 29 ม.ค.นั้น ทางชมรม ผอ.รพ.สต.ขอเรียนว่า พวกเราทั้ง 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ เข้าใจข้อจำกัดทางการบริหารของ สธ.และตระหนักดีว่า นพ.โสภณ เพิ่งเข้ามาบริหารในตำแหน่งปลัด สธ.ได้เพียง 3 เดือน แต่ปัญหาเรื่องบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิของไทยนั้นสะสมมาหลายสิบปี ไม่ได้มีแค่เรื่องโครงสร้างการทำงานเท่านั้น จึงต้องแก้อย่างเป็นระบบด้วยการปฏิรูป ดังนั้นยังคงยืนยันว่า ขอนำคณะ ผอ.รพ.สต.และนักสาธารณสุขชุมชนเข้าพบ ท่าน รมว.สาธารณสุข และท่านปลัดสาธารณสุข ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ ในช่วงบ่ายที่ได้แจ้งให้ทราบและได้ทำหนังสือนัดหมายอย่างเป็นทางการไว้แล้ว และในช่วงเช้าก็จะไปพบ นายกรัฐมนตรี สนช.และ สปท.ซึ่งได้ทำหนังสือนัดหมายไว้แล้วเช่นกัน เพราะชาว รพ.สต.ต้องการเข้ามารายงานปัญหา ข้อขัดข้องในการทำงาน และข้อเสนอแนวทางเพื่อปฏิรูประบบสุขภาพปฐมภูมิ ขอให้ท่านปลัดสาธารณสุข ได้โปรดอย่าใช้อำนาจสั่งการในทางหนึ่งทางใดเพื่อยับยั้งการเดินทางขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข

“การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบว่า ผู้บังคับบัญชากีดกันและปิดกั้น ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อท่านปลัดฯ ซึ่งผมไม่ต้องการเห็นภาพนั้น ผมเห็นว่า การที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะเปิดบ้านให้ 1 หมื่นแห่งเข้าพบ จะเป็นภาพที่สวยงาม อบอุ่น และมีความรู้สึกร่วมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรับฟังและเปิดใจ นั่นคือหลักของการเจรจาสันติวิธี ผมอยากเห็นท่านปลัดฯ เปิดเวที 4 ภาค รับฟังความเห็นของหมออนามัยทั้ง 1 หมื่นแห่ง และผมยังหวังว่าท่านปลัดฯ จะสนับสนุนให้ชมรม ผอ.รพ.สต.เป็นชมรมฯ ที่เข้มแข็ง เป็นหน่วยบริการที่สำคัญที่สุดในระดับปฐมภูมิที่สร้างสุขภาพนำซ่อม สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริการประชาชน”  

นายสมศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า การเข้าพบนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข ปลัดสาธารณสุข และผู้บริหาร สธ.ครั้งนี้ จะดำเนินการด้วยความเรียบร้อยและอยู่ในวินัย และได้ระบุว่า “ขอความกรุณาเมตตาจากท่านปลัดฯ เปิดบ้านรับฟังเรา และได้โปรดถอนคำสั่งที่ให้ระงับการเดินทางของเราไม่ว่าทางหนึ่งทางใด พวกเรารักและเคารพท่านครับ ขอเพียงขวัญกำลังใจในการทำงาน”

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าว ไม่มีประเด็นทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น และทุกคนยังคงปฏิบัติงานตามนโยบายของ รมว.สธ.และ ปลัด สธ.แต่การเข้าพบครั้งนี้ เพื่อต้องการสื่อสารให้ทราบเรื่องการปฏิบัติงานภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ส่งผลต่อการทำงานของ รพ.สต.คือการไม่มีคำสั่งมอบอำนาจให้ ผอ.รพ.เป็นผู้บังคับบัญชาเพื่อทำหน้าที่บริหารควบคุมกับกับงานให้เป็นไปตามนโยบาย และตอบสนองตัวชี้วัดของกระทรวงตามเป้าหมายได้เท่าที่ควร ทั้งๆ ที่หลักการบริหารแล้ว เมื่อมีการมอบคน มอบงาน ก็จะต้องมีการมอบอำนาจ นั่นคือมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่กระทรวงสาธารณสุข จะต้องออกคำสั่งให้ ผอ.รพ.สต. เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยงาน/ส่วนราชการ

ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ ยังได้ระบุถึง ข้อจำกัด 3 ประการ ที่เกี่ยวกับการเข้าสู่ตำแหน่ง ผอ.รพ.สต.ระดับชำนาญการพิเศษ ก็คือ

1.หนังสือ ก.พ. ว2/58 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ จำนวนผู้ใต้บังคับบัญชา หรือหัวหน้ากลุ่มงานที่จะขึ้นชำนาญการพิเศษว่า จะต้องมีผู้ใต้บังคับบัญชา/ผู้ร่วมงาน จำนวน 4 คน (รวม 5 คน)

2. หนังสือ ก.พ. ที่ นร 1008.3.3/105 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2555 เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขการกำหนดตำแหน่งสูงขึ้น ถูกล็อคไว้ว่า ในการเข้าสู่ตำแหน่ง ผอ.รพ.สต.ชำนาญพิเศษต้องมีตำแหน่งสหวิชาชีพ เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข หรือ เจ้าพนักงานอาชีวบำบัด หรือเจ้าพนักงานเภสัชกรรม อย่างใดอย่างหนึ่งอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง ซึ่งข้อเท็จจริงในข้อ 2 นี้ มีเหตุถูกจำกัดด้วยคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ที่ลดกำลังผลิตภาครัฐ และ สธ.เองก็ไม่สามารถจัดคนให้กับ รพ.สต.ได้ตามกรอบที่ควรจะเป็น

3. การเข้าสู่ตำแหน่ง ผอ.รพ.สต.ต้องเอาเม็ดเงินจากตำแหน่งว่างมายุบรวม

“จากเหตุผล 3 ข้อข้างต้น เป็นหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค ต่อการเข้าสู่ตำแหน่ง ของ ผอ.รพ.สต.ชำนาญพิเศษ จึงมีความจำเป็นที่ ชมรม ผอ.รพ.สต.จำเป็นที่จะต้องกราบเรียนนายกรัฐมนตรีทราบ เพื่อปลดล็อคหลักเกณฑ์เงื่อนไขนี้ของ ก.พ. นั่นคือความจำเป็นที่ผม ต้องนำ ผอ.รพ.สต. เข้าพบรายงานนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกวิษณุ เครืองาม เพื่อสั่งการให้ ก.พ.ปรับปรุงหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของรัฐ” นายสมศักดิ์ กล่าว