สบส.ตรวจสอบ ‘ดร.เซปิง’ เฟซออฟ ‘สุรชัย’ อาจเข้าข่ายมาร์เก็ตติ้งสถานพยาบาลเสริมงาม

Tue, 2016-02-16 14:08 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สบส.กำชับสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ตรวจสอบพฤติกรรม ดร.เซปิง เข้าข่ายเป็นมาร์เก็ตติ้งสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านการเสริมความงามหรือไม่ หากพบมีส่วนได้ส่วนเสียค่ารักษา จะเข้าข่ายความผิดการโฆษณา ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 สามารถเอาโทษได้ โดยเฉพาะสถานพยาบาลที่ให้บริการทางด้านเสริมความงาม

จากกรณีที่ศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง นายสุรชัย สมบัติเจริญ ระบุว่าเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า โดยมี ดร.เซปิง ไชยสาส์น เป็นผู้ออกมาให้ข้อมูลต่างๆ ในการทำผ่าตัดที่โรงพยาบาล ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อ และทำไปแล้วเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 โดยการผ่าตัดครั้งนี้ ดร.เซปิงบอกว่าเป็นวิธีการผ่าตัดที่ใช้ในต่างประเทศเรียกว่าเฟซออฟ พักฟื้น 10 วันก็สามารถทำงานได้ และมีประวัติของ ดร.เซปิงเผยแพร่ในเว็บไซต์ว่าเป็นที่ปรึกษาด้านความงามมือหนึ่งของไทยมีเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมเสริมความงามกับแพทย์ที่เก่งที่สุด เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน  เพื่อที่จะได้รับบริการที่ยอดเยี่ยมที่สุด

ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 ก.พ.59 นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นนั้น เข้าข่ายการกระทำที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ดำเนินการทางด้านธุรกิจความงามซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของประชาชน อาจสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนเกิดความคาดหวังสรรพคุณเกินความจริง เพราะตามกฎหมายสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ห้ามสถานพยาบาลโฆษณาอวดอ้างเกินจริง หรือเป็นเท็จ ห้ามใช้คำว่าดีที่สุด เก่งที่สุด หรือใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุดอยู่แล้ว แม้ว่าสถานพยาบาลจะไม่ได้ดำเนินการโดยตรงก็ตาม ได้สั่งการให้สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะตรวจสอบพฤติกรรมของ ดร.เซปิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลและแพทย์เฉพาะทางหรือไม่

ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะกล่าวว่า การกระทำของ ดร.เซปิงนี้เข้าข่ายลักษณะของการเป็นเอเจนซี่ ทำการตลาดหรือทำมาร์เก็ตติ้งให้สถานพยาบาลที่ให้บริการทางด้านเสริมความงาม แม้ว่า ดร.เซปิงจะบอกว่าเป็นการสนับสนุนและเผยแพร่ความจริงเกี่ยวกับความโดดเด่น ความสามารถและฝีมือของแพทย์ไทยไปทั่วโลกก็ตาม โดยจะส่งเจ้าหน้าที่กฎหมายเข้าไปดำเนินการตรวจสอบว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานพยาบาลที่ทำการผ่าตัดให้ศิลปินชื่อดังรายนี้หรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบแพทย์ที่ทำการผ่าตัดและโรงพยาบาลว่ามีส่วนรู้เห็นหรือยินยอมให้ ดร.เซปิงทำการโฆษณาแทนด้วยหรือไม่ หากพบจะเข้าข่ายของการโฆษณา สามารถเอาผิดกับสถานพยาบาลพยาบาลและแพทย์ที่ยินยอมได้ คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 3 วัน โดยสถานพยาบาลที่โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาทนับตั้งแต่วันที่ฝ่าฝืน ส่วนแพทย์ที่กระทำผิดจะส่งให้แพทยสภาตรวจสอบด้านจริยธรรมด้วย