รพ.สธ. 5 แห่ง ได้รับผลกระทบภัยแล้ง แต่ยังให้บริการได้ตามปกติ

Sun, 2016-03-13 13:32 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทำแผนรับมือภัยแล้ง  เฝ้าระวังปัญหาการขาดแคลนน้ำ สำรองน้ำให้เพียงพอต่อการจัดบริการประชาชน เพิ่มมาตรการประหยัดน้ำ และประสานหน่วยงานในท้องถิ่นจัดหาแหล่งน้ำไม่ให้กระทบบริการผู้ป่วย โดยขณะนี้มีโรงพยาบาลชุมชน 5 แห่งได้รับผลกระทบ แต่ยังเปิดบริการประชาชนได้ตามปกติ

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดขณะนี้ที่อาจมีผลกระทบต่อสถานพยาบาลให้การบริการประชาชนว่า จากข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ระบุ ณ วันที่ 11 มีนาคม  2559 นี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง 14 จังหวัด 48 อำเภอ และข้อมูลจาก วอร์รูมภัยแล้งกระทรวงสาธารณสุข รายงานมีสถานบริการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงประสบภัยแล้ง 5 แห่ง ทุกแห่งสามารถเปิดบริการประชาชนได้ตามปกติ ได้แก่

1.โรงพยาบาลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขุดเจาะบ่อบาดาลลึก 300 เมตร สำรวจปริมาณและคุณภาพน้ำ พร้อมจัดทำประปาผิวดิน

2.โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยทหาร องค์กรปกครองท้องถิ่น และกรมน้ำบาดาล ในการจัดหาน้ำ และขณะนี้อยู่ระหว่างสร้างระบบกรองน้ำ (Reverse Osmosis)

3.โรงพยาบาลเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นอำเภอแยกใหม่ระบบสาธารณูปโภคอยู่ระหว่างดำเนินการได้รับการแก้ปัญหาเบื้องต้น โดยโรงพยาบาลภูเวียงขนน้ำประปามาเติมที่ถังน้ำสำรองทุกวัน และจัดหาแหล่งน้ำบาดาล สำรวจคุณภาพน้ำ ขอขยายขอบเขตการให้บริการน้ำประปา

4.โรงพยาบาลพระทองคำเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดระบบการควบคุมปริมาณการใช้น้ำ แยกระบบน้ำที่ใช้ล้างเครื่องมือทางการแพทย์จากระบบปกติ จัดสร้างโรงกรองน้ำ ระบบกรองน้ำพร้อมระบบสำรองน้ำไว้ใช้ในโรงพยาบาล

5.โรงพยาบาลขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับการแก้ปัญหา โดยการสนับสนุนน้ำจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แยกระบบการใช้น้ำที่ใช้ในการรักษาและล้างเครื่องมือแพทย์

นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด และโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทำแผนรับมือภัยแล้ง ทั้งระยะสั้นและแผนระยะยาว เฝ้าระวังปัญหาการขาดแคลนน้ำ และสำรองน้ำให้เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน  เพิ่มมาตรการประหยัดน้ำ และประสานหน่วยงานในท้องถิ่นจัดหาแหล่งน้ำไม่ให้กระทบบริการผู้ป่วย