‘พล.อ.ประยุทธ์’ งัด ม.44 แก้ปัญหา รพ.ได้รับผลกระทบ ให้ สปสช.ใช้งบได้ดังเดิม

Wed, 2016-07-06 15:21 -- hfocus
Print this pagePrint this page

‘พล.อ.ประยุทธ์’ ใช้ ม.44 ออกคำสั่งแก้ปัญหาใช้งบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หลังมีผลสอบ คตร.ระบุ สปสช.ใช้เงินผิดวัตุประสงค์ แต่บอร์ด สปสช.ยืนยันว่าทำเพื่อให้ รพ.มีความคล่องตัว และให้บริการผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพ จนต้องส่งกฤษฎีกาตีความ แต่ยืนยันตามกฎหมายทำไม่ได้ ส่งผล รพ.ได้รับความเดือดร้อน จึงใช้ ม.44 แก้ไขให้สามารถใช้งบได้ดังเดิมเพื่อการบริการสาธารณสุขแก่ประชาชนมีประสิทธิภาพ รพ.ไม่ได้รับความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว รวม 4 ฉบับ ในจำนวนนี้มี 1 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คือ คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 37/2559 เป็นเรื่อง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริม การจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

โดยระบุว่า ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาการติดขัดเรื่องกฎหมายของว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีเหตุขัดข้องบางประการ ในเรื่องการใช้งบประมาณค่าใช้จ่าย จึงออกคำสั่งให้หน่วยบริการ เครือข่ายหน่วยบริการ หน่วยบริการที่รับการส่งต่อผู้รับบริการ องค์กรชุมชน องค์กรเอกชนและภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการแสวงหาผลกำไร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ทำกิจการในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่น จากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ นั้น แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ดำเนินการโดยหน่วยงานหรือองค์กร ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับบริการบำบัดทดแทนไต ด้วยการล้างไตผ่านทางช่องท้อง นอกจากนี้ยังรวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำที่เกิดขึ้นจากการจัดบริการสาธารณสุข ค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ เงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายจาก การให้บริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการรับเงิน การจ่ายเงิน การรักษาเงิน และรายการของค่าใช้จ่ายนั้น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการออกคำสั่งดังกล่าวนั้น สืบเนื่องมาจากผลการตรวจสอบของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่พบว่ามีการใช้เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติผิดวัตถุประสงค์ แต่ะคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้มีความเห็นแย้ง โดยระบุว่าตีความต่างกัน  ซึ่งการอนุมัติให้ใช้จ่ายในรายการที่ คตร.เห็นว่าผิดวัตถุประสงค์นั้นก็เพื่อให้หน่วยบริการมีความคล่องตัว สามารถให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนที่สุดได้มีการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ซึ่งผลการตีความมี 5 ประเด็น คือ 1.การจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการขัดต่อวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545

2.การที่หน่วยบริการนำงบเหมาจ่ายรายหัวไปเป็นค่าใช้จ่ายประจำ เป็นการใช้จ่ายเงินกองทุนนอกขอบวัตถุประสงค์ 

3.บอร์ด สปสช.มีอำนาจจ่ายเงินจากกองทุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ หรือองค์กรเอกชน (ภาคประชาชน) ได้ แต่ไม่ตอบตรงๆ ว่าสามารถจ่ายให้หน่วยงานรัฐ เช่น องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และหน่วยงานในสังกัด สธ. เช่น กรมต่างๆ หน่วยงานในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้หรือไม่

4.การใช้จ่ายเงินกองทุนส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช.สาขาจังหวัด สสจ.เป็นการใช้จ่ายนอกขอบวัตถุประสงค์ 

และ 5.การจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงานให้กับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องกับล้างไตผ่านทางช่องท้อง เป็นการใช้จ่ายนอกขอบวัตถุประสงค์

เมื่อนำเสนอเข้าสู่บอร์ด สปสช.ก็มีมติว่า การดำเนินการตามผลการตีความจะทำให้หน่วยบริการ โดยเฉพาะสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทำงานให้บริการประชาชนยากขึ้น จึงเป็นที่มาของการใช้คำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ ให้หน่วยบริการสามารถใช้จ่ายเงินตามรายละเอียดดังกล่าวได้ หรือกลับเป็นเหมือนเดิมก่อนที่จะมีการตรวจสอบของ คตร.นั่นเอง 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

บอร์ด สปสช.จี้ รมว.สธ.ก่อนตกลงกับ รมว.คลังเรื่องงบบัตรทอง ต้องหารือในบอร์ดก่อน