ชี้คำสั่ง ม.44 งบบัตรทอง แก้ปัญหาผลสอบ คตร. สะท้อนบอร์ด สปสช.บริหารถูกทางแล้ว

Sun, 2016-07-17 12:08 -- hfocus
Print this pagePrint this page

อดีตบอร์ด สปสช. ชี้ นายกฯ ประกาศใช้ ม.44 บัตรทอง สะท้อน สปสช.บริหารถูกทาง หลังผลสอบจาก คตร.และผลตีความกฤษฎีกา ชี้ไม่เข้าใจเจตนารมณ์และวิธีการทำงานระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พร้อมแก้ปัญหาผลสอบ คตร.ชี้ สปสช.ทำเกินขอบเขต ส่งผลบริหารกองทุนบัตรทองสะดุด แถมกระทบหน่วยบริการและประชาชน

นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีประกาศ ม.44 ในการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าว่า การออกคำสั่ง ม.44 ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการตีความของกฤษฏีกาตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 โดยไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ไม่เข้าใจถึงวิธีการทำงานในระบบสุขภาพ ทำให้ต้องมีการออกคำสั่งเพื่อมาแก้ไขการตีความที่แคบแบบนี้เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถเดินหน้าไปได้ รวมทั้งยังเป็นผลจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่เข้าตรวจสอบการบริหารของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก่อนหน้านี้ และชี้ว่า สปสช.ทำเกินกว่าขอบเขต

ทั้งนี้จากคำสั่ง ม.44 นี้ ชัดเจนว่า การดำเนินงานของ สปสช.ในการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเดินมาถูกต้องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายประจำที่เกิดจากการจัดบริการสาธารณสุขในกิจการของหน่วยบริการ ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ที่ใช้ในการบริการผู้ป่วยนอก บริการผู้ป่วยใน และบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ โดย ม.44 ได้ระบุว่าให้ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการ ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายการจัดบริการล้างไตผ่านช่องท้องให้กับผู้ป่วย   

นายนิมิตร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในส่วนของกระบวนการทำงานว่าด้วยการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยเจตนาในเรื่องนี้ สปสช.ต้องมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ชุมชน องค์กรเอกชน ภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ลงสู่ประชาชน แต่ด้วยการตีความที่จำกัดเฉพาะการใช้งบประมาณที่ต้องลงไปยังบุคคลโดยผ่านหน่วยบริการ จึงทำให้เกิดการติดขัดในข้อกฎหมาย ทั้งหน่วยบริการเองยังไม่กล้าใช้งบนี้ เพราะไม่รู้ว่าอะไรคือการบริการแก่บุคคลโดยตรง ส่งผลกระทบต่อระบบอย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องออก ม.44 เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้และทำให้ระบบเดินต่อไปได้ ซึ่งเป็นไปตามการดำเนินงานที่ สปสช.วางไว้แต่แรกแล้ว

“คำสั่ง ม.44 ในเรื่องการบริหาร สปสช.ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นคำสั่งเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งที่ คตร.สร้างไว้ รวมถึงการตีความของกฤษฎีกาที่ไม่เข้าใจเจตนารมณ์กฎหมาย จึงมองว่าการดำเนินงาน สปสช.ที่ผ่านมาเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ทั้งยังเป็นการตีความที่แคบโดย สตง. ซึ่งที่ผ่านมา สตง.ได้แนะนำให้ สปสช.เขียนระเบียบให้ชัดเจน และอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาอยู่ อย่างไรก็ตามจาก ม.44 นี้ สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารของ สปสช.เดินมาถูกทางแล้ว โดยเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และยังเป็นการดำเนินงานเพื่อความคล่องตัว โดยสามารถกำกับและติดตามตรวจสอบได้” อดีตบอร์ด สปสช.กล่าว

นายนิมิตร์ กล่าวต่อว่า ส่วนประกาศ ม.44 ซึ่งได้มอบอำนาจ รมว.สาธารณสุข ในการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพ ทั้งการรับเงิน การจ่ายเงิน การรักษาเงิน และรายการของค่าใช้จ่ายตามข้อ 2 และข้อ 3 โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังนั้น มองว่า รมว.สาธารณสุขคงต้องหารือบอร์ด สปสช.ด้วย และต้องดูระเบียบการเงินที่มีอยู่ โดยปรับหลักเกณฑ์ที่ไม่รัดกุม ทั้งนี้ไม่ควรปรึกษาคนที่ไม่เข้าใจหรือเกี่ยวพันกับระบบโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาไม่สอดคล้องกับการทำงานที่เป็นจริงเพื่อทำให้ระบบเดินหน้าได้