ชมรม ผอ.รพ.สต.จี้ขอคำตอบปรับตำแหน่งหมออนามัยให้วิชาชีพอื่น 26 ส.ค.นี้

Sat, 2016-08-20 16:07 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ชมรมผู้อำนวยการ รพ.สต. ยื่นหนังสือค้านปรับตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขให้วิชาชีพอื่น และเตรียมขอคำตอบในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ด้าน ผอ.รพ.สต. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จ่อยื่นหนังสือค้านด้วย

นายสมศักดิ์ จึงตระกูล ประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ได้เข้ายื่นหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อขอให้ทบทวนนโยบายการบริหารงาน รพ.สต. กรณีมติ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติอนุมัติการปรับปรุงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขเป็นตำแหน่งอื่น จำนวน 627 อัตรา ทั้งนี้ได้ยื่นหนังสือฝ่ายงานสารบรรณ และทางเจ้าหน้าที่รับปากว่าจะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในวันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม 2559 นี้

อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามขอคำชี้แจงในการประชุมกลุ่มวิชาชีพ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจัดให้มีขึ้นทุกๆ 2 เดือน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม 2559 นี้ด้วย นอกจากนี้ทางกลุ่มผู้อำนวยการ รพ.สต. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เตรียมที่จะยื่นหนังสือคัดค้านมติ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ หนังสือของชมรมผู้อำนวยการ รพ.สต. มีข้อเสนอ 10 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขอให้ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาทบทวนมติการประชุม ครั้งที่ 3/2559 วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขใหม่อีกครั้ง เพื่อคืนตำแหน่งให้กับกลุ่มสายงานวิชาชีพสาธารณสุข

2.จัดสรรอัตราว่างตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ให้แก่กลุ่มข้าราชการพลเรือนสายงานทั่วไป (เจ้าพนักงานสาธารณสุข)ผู้มีวุฒิตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานวิชาการ (นักวิชาการสาธารณสุข) จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการเหล่านั้นให้ดำรงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว16 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2559

3.ให้กันอัตราว่างตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ให้เพียงพอแก่การบรรจุบุคคลผู้ที่สอบแข่งขัน และขึ้นบัญชี ตามประกาศสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี 2559 และสนับสนุนข้าราชการที่ได้รับบรรจุเหล่านั้นให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)

4.ให้กันอัตราว่างตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ให้แก่พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ตามที่ส่วนราชการได้จ้างไว้แล้ว (กลุ่มรอบรรจุ) และกลุ่มข้าราชการตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุข ผู้มีวุฒิตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขที่ได้ฟ้องคดีไว้ต่อศาลปกครอง และปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนคดี หากคดีถึงที่สุด ถ้าศาลปกครองมีคำพิพากษา หรือมีคำสั่งให้พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และข้าราชการตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุข คัดเลือกบรรจุ แต่งตั้งเป็นนักวิชาการสาธารณสุข 

5.ให้จัดสรรอัตราว่างตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ให้แก่กลุ่มข้าราชการพลเรือนสายงานทั่วไป (เจ้าพนักงานสาธารณสุข) ผู้มีวุฒิตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานวิชาการ (นักวิชาการสาธารณสุข) 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแต่งตั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว16 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2559

6. ให้ปรับปรุงแก้ไขแผนบริหารอัตรากำลังคนของกระทรวงสาธารณสุข ตามกรอบอัตรากำลังโครงสร้าง รพ.สต. ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุข (ระยะ 20 ปี) ระยะที่ 1 (ปี 2560-2564) และนำเสนอต่อ ก.พ. และคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป 

7.ให้สนับสนุนงบประมาณสำหรับการสร้างสุขภาพ (PP) ในอัตรา 100 บาท ต่อหัวประชากร ค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารจัดการคงที่ (Fixed Cost) ตามหัวประชากรทุกสิทธิ์ค่าตอบแทนและหรืองบฯ อื่น ด้วยวิธีการโอนงบประมาณตรงให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยอาศัยคำสั่ง คสช.ที่ 37/2559 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2559

8.ให้จัดทำนโยบาย “หมอครอบครัว” Primary Care Cluster (PCC) ไว้เฉพาะในพื้นที่เขตเมืองหรือพื้นที่เขตบริการของ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ส่วนพื้นที่ระดับอำเภอ และตำบล ให้ใช้นโยบายการจัดระบบเครือข่ายบริการสุขภาพปฐมภูมิแบบ CUP Split เชื่อมโยงกับระบบบริการเขตพื้นที่สุขภาพเพื่อประชาชน (District Health System : DHS) 

9.ให้ปรับปรุงกฎหมายหรือระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยบุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือสภากาชาดไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2539 ให้เหมาะสมกับภารกิจหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)

10.ให้กระทรวงสาธารณสุขมุ่งให้ความสำคัญและยกฐานะการบริหารและพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้มีศักยภาพเป็นไปตามมาตรฐานหน่วยบริการสุขภาพขั้นปฐมภูมิ และมุ่งเน้นการปฏิบัติภารกิจ “สร้างสุขภาพ” โดยกระทรวงสาธารณสุขประกาศเจตนารมณ์วาระพัฒนาระบบปฐมภูมิเป็น “ทศวรรษการพัฒนา รพ.สต.”  

ในการนี้ ชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ประเทศไทย) จะขอกำหนดนัดเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรับฟังนโยบายอย่างเป็นทางการต่อไป