หมอเตือน ‘นักดื่ม สิงห์อมควัน’ เสี่ยงมะเร็งช่องปากมากกว่าคนปกติ 15 เท่า

Sat, 2016-08-20 16:17 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมการแพทย์เผยพบเพศชายป่วยเป็นโรคมะเร็งช่องปากมากกว่าเพศหญิง สาเหตุมาจากพฤติกรรมการดื่มเแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งช่องปากมากกว่าคนปกติ 15 เท่า

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทยอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 จากสถิติปี พ.ศ.2554 พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ จำนวน112,392 คน เป็นเพศชาย 54,586 คน เพศหญิงพบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 57,806 คน โรคมะเร็งที่พบบ่อย 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก ตามลำดับ

นอกจากนี้ยังสามารถพบมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณในช่องปากที่พบได้บ่อยขึ้น ซึ่งมะเร็งชนิดนี้มักเกิดบริเวณ ลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก พื้นปากใต้ลิ้น ลิ้นไก่ ต่อมทอนซิลและส่วนบนของลำคอมักพบในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มีการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ อาการของโรค คือ มีแผลในช่องปาก รักษาไม่หายเป็นเวลานานเกิน 3 สัปดาห์ขึ้นไป มีฝ้าขาวในช่องปาก ร่วมกับตุ่มนูนบนเยื่อบุช่องปากและลิ้น มีก้อนไม่รู้สึกเจ็บในช่องปาก โตเร็วและแตกเป็นแผล หรือมีก้อนที่คอกดไม่เจ็บ บวมโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งแตกออกเป็นแผล

ซึ่งระยะเริ่มแรกของมะเร็งช่องปากมักไม่มีอาการเจ็บปวด นอกจากมีการอักเสบติดเชื้อร่วมด้วย แต่มะเร็งของลิ้นหรือลำคอในบางตำแหน่งอาจทำให้เกิดการเจ็บในหูขณะกลืนอาหารได้เพราะมีเส้นประสาทร่วมกัน สำหรับมะเร็งของลิ้นและพื้นปากใต้ลิ้นอาจทำให้มีอาการแลบลิ้นไม่ออก พูดไม่ชัด กลืนอาหารลำบาก ในรายที่เป็นบริเวณใต้ขากรรไกร โดยเฉพาะเมื่ออยู่ที่เหงือกในตำแหน่งหลังฟันกรามซึ่งลุกลามเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ใช้ในการอ้าปาก จะทำให้อ้าปากลำบาก ซึ่งหากมีความผิดปกติดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ โดยแพทย์จะทำการประเมินขั้นความรุนแรงของโรคและทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติตรวจร่างกาย เลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์และการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา หากพบว่ามีก้อนมะเร็งในช่องปากแพทย์จะทำการรักษาโดยการผ่าตัด ฉายแสง เคมีบำบัด เป็นต้น

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มสุรา มีโอกาสเป็นมะเร็งมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และดื่มสุราถึง 15 เท่า จากสถิติพบผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปากร้อยละ 90 เป็นผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มสุรา เพราะควันบุหรี่และแอลกอฮอล์ จะทำให้เกิดการระคายเคืองโดยเนื้อเยื่อที่มักมีผลกระทบจากความร้อน เช่น บริเวณกระพุ้งแก้ม เพดาน และลำคอ เมื่อถูกระคายเคืองเป็นประจำ ทำให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนบุหรี่ที่สูบต่อวันและจำนวนปีที่สูบ

เช่นเดียวกับการดื่มสุราที่ยิ่งดื่มมากโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้พบว่าแสงแดดมีโอกาสทำให้เกิดมะเร็งที่ริมฝีปาก รวมทั้งผู้ที่แปรงฟันไม่สะอาด ฟันผุเรื้อรัง ฟันแตก บิ่น ขอบฟันที่คมจะบาดเนื้อเยื่อในช่องปากทำให้เกิดแผลเรื้อรังอยู่นานๆ แผลนั้นอาจกลายเป็นมะเร็งได้เช่นกัน ดังนั้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรค คือรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ดูแลสุขภาพช่องปากโดยแปรงฟันให้สะอาด อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ควรบ้วนปากหลังกินอาหารทุกครั้ง ควรใช้ฟันทุกซี่เคี้ยวอาหารเพื่อให้เหงือกและฟันแข็งแรง งดเหล้า บุหรี่ หมากพลู หมั่นตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งช่องปากได้