มูลนิธิทันตแพทย์เอกชนหนุนออกกฎกระทรวงเครื่องเอ็กซเรย์ทันตกรรมสอดคล้องความเป็นจริง

แถลงการณ์มูลนิธิทันตแพทย์เอกชนกรณีเครื่องเอ็กซเรย์ทันตกรรม หนุนให้ผู้ป่วยปลอดภัยจริง ทันตแพทย์ปลอดภัยและให้การดูแลรักษาคนไทยที่มีอยู่หลายสิบล้านคนได้เต็มศักยภาพ โดยไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน

ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี

ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี มูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิฯ ได้ออกแถลงการณ์กรณีการบังคับใช้ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ที่มีความเกี่ยวข้องกับเครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรมหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทันตกรรม ซึ่งมูลนิธิมีความเห็นว่า

1. ตามคำอ้างของสำนักงานปรมาณูฯ ควรมีข้อมูลว่าในแต่ละครั้ง อันตรายที่จะเกิดแก่เนื้อเยื่อและระบบทำงานร่างกายของ "ผู้ป่วย" ในระหว่างการถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรมเพื่อดูแลรักษาโรคในช่องปาก ฟัน กระดูกขากรรไกร มีจริงหรือไม่ หากมีจริงต้องใช้ขนาดปริมาณรังสีเท่าไหร่ ต้องทำต่อเนื่องจำนวนกี่ครั้ง และมีหลักฐานรายงานทางการแพทย์ยืนยันทั่วโลกมาแล้วหรือยัง  มากน้อยเท่าไหร่ และนับตั้งแต่ประเทศไทยมีเครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรมมาประมาณ 60 ปี มีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับอันตรายจากรังสีทางทันตกรรมในประเทศไทยหรือยัง จำนวนเท่าไหร่ ลักษณะทางคลินิกเป็นเช่นไร

2. ความปลอดภัยที่ "ผู้ป่วย" จะได้รับระหว่างการถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม ได้มีการดำเนินการป้องกันตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างพอเพียงหรือไม่  ตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดูแลอยู่  ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการดูแลคลินิกทันตกรรมอย่างเข้มงวดจริงจังอยู่แล้ว

3. ประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับ ในภาพรวมทั้งประเทศ กล่าวคือ ปัจจุบันประเทศของเรา มีคลินิกใหญ่น้อยที่จดทะเบียนทั่วประเทศกับกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 6000 แห่ง  กระจายไปตามจังหวัดและอำเภอตั้งแต่เหนือจรดใต้  ตะวันออกจรดตะวันตก  เพื่อให้การดูแลจำนวนประชาชนไทยที่มีมากกว่าจำนวนทันตแพทย์เกือบ 7000 เท่า แล้วประชาชนจะเข้าถึงงานรักษาโรคในช่องปากและฟันเพียงใด  ก็เป็นที่ประจักษ์ว่ายากลำบากไม่น้อย  มีความเป็นไปได้ว่าหากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคม และส่งผลกระทบจนคลินิกทันตกรรม โดยเฉพาะคลินิกกลางๆ และเล็กๆจำนวนมากต้องปิดตัวลง ประชาชนทีเจ็บป่วยก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากนั้น ผลกระทบที่ต่อเนื่องอีกประการหนึ่งคือ การลงทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นอันเนื่องมาจากข้อกำหนดทางกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ผลที่ตามมาก็จะทำให้ผู้ป่วยต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคทางทันตกรรม ในที่สุด

ดังนั้น มูลนิธิทันตแพทย์เอกชนฯ จึงเห็นว่า ในกรณีเครื่องกำเนิดรังสีเอ๊กซ์ทางทันตกรรมควรออกกฎกระทรวงที่สอดคล้องกับความเป็นจริง  ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัยจริง ผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ที่มีอยู่แค่เรือนหมื่นและกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ก็ต้องมีความปลอดภัยด้วย และให้การดูแลรักษาคนไทยที่มีอยู่หลายสิบล้านคนได้เต็มศักยภาพ โดยไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน

“มูลนิธิจึงขอสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเครือข่ายทันตแพทย์ฯ ในเรื่องนี้ รวมทั้งความพยายามในการเจรจาปรึกษาหารือของทุกฝ่าย เพื่อปกป้องประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน ลดภาระแก่ประชาชน และทำให้พี่น้องทันตแพทย์ทุกภาคส่วน สามารถร่วมแรงร่วมใจทำงานได้อย่างมีความสุข อันจะส่งผลให้การดูแลรักษาประชาชนสามารถกระทำได้ทั่วถึงเต็มที่มากยิ่งขึ้น”

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน