บอร์ด สปสช.จัดสรรงบกองทุนเอดส์ ปี 60 ครอบคลุมทุกมิติ

Fri, 2016-12-09 20:38 -- hfocus
Print this pagePrint this page

บอร์ด สปสช.จัดสรรงบบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ปี 60 กว่า 3 พันล้านบาท สำหรับดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ต่อเนื่องปีที่ 13 กว่า 2 แสนคน ครอบคลุมทั้งบริการยาต้านไวรัส การตรวจห้องปฏิบัติการและให้คำปรึกษา สนับสนุนงานบริการและเข้าถึงการรักษา รวมทั้งเดินหน้างานป้องกันต่อยอดปี 59 มุ่งลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ เน้นทำงานร่วมเครือข่ายภาคีและองค์กรด้านเอดส์

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รักษาการเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 นี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 3,122.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 25559 จำนวน 110.50 ล้านบาท เพื่อให้ สปสช.ดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงโดยมีเป้าหมายการให้บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 219,400 ราย และการให้บริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 72,500 ราย แยกเป็นงบบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ จำนวน 2,922.40 ล้านบาท และงบค่าบริการและสนับสนุนระบบบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ จำนวน 200 ล้านบาท

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ในส่วนของงบบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์นั้น คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) จัดเป็นงบชดเชยบริการ จำนวน 2,884.40 ล้านบาท และงบสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการจำนวน 38 ล้านบาท โดยในส่วนของงบชดเชยบริการ บอร์ด สปสช.จัดสรรดังนี้

1.งบยาต้านไวรัส จำนวน 2,094.24 ล้านบาท แบ่งเป็นค่ายาต้านไวรัสสูตรพื้นฐานจำนวน 1,293.45 ล้านบาท ยาต้านไวรัสสูตรทางเลือกสำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ที่ไม่สามารถใช้ยาต้านไวรัสสูตรพื้นฐานได้ จำนวน 706.49 ล้านบาท ยารักษาผลข้างเคียงจากยาต้านไวรัสจำนวน 32.80 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นค่ายาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารกจำนวน 31.35 ล้านบาท และยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีภายหลังสัมผัสเชื้อเอชไอวีจากการทำงานให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ จำนวน 30.15 ล้านบาท    

2.งบการตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 681.26 ล้านบาท โดยครอบคลุมสิทธิประโยชน์บริการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีในทารกด้วยวิธี DNA-PCR, การตรวจหาจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด CD4, การตรวจหาปริมาณเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด, การตรวจหาเชื้อดื้อต่อยาต้านไวรัส และการตรวจเลือดพื้นฐาน รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ในการเจาะเลือดและค่าขนส่ง

3.การให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพในผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 108.89 ล้านบาท โดยครอบคลุมสิทธิประโยชน์การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี การติดตามการรักษาและเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโดยอาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวี การให้บริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มารับบริการ และถุงยางอนามัยเพื่อการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ส่วนการจัดสรรงบสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการ ซึ่งอยู่ภายใต้งบบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์เดียวกันนี้ เป็นไปเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อเอชไอวีในกลุ่มเสี่ยงสูง การพัฒนาคุณภาพระบบการดูแลรักษา และการตรวจประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่มีความจำเป็นเพื่อให้ระบบการดูแลผู้ติดเชื้อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวต่อว่า ส่วนงบค่าบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี เป็นการจัดสรรงบประมาณต่อเนื่องจากปี 2559 ที่ สปสช.ได้เริ่มจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีส่วนนี้ เพื่อรองรับการยุติการสนับสนุนงบประมาณด้านนี้จากกองทุนโลก (Global Fund) ให้กับประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศเดินหน้าต่อเนื่องในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยเน้นการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคีต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พญ.สุชาดา ไชยวุฒิ ผู้อำนวยการแผนงานสนับสนุนระบบบริการเอดส์ วัณโรค และผู้ติดเชื้อ สปสช. กล่าวว่า บอร์ด สปสช.ได้จัดสรรงบประมาณที่ครอบคลุมทุกมิติเพื่อดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อมุ่งสู่การลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากเอดส์ ลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัสของผู้ติดเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้ผู้ติดเชื้อมีคุณภาพชีวิตที่ดีและลดการถ่ายทอดเชื้อให้ผู้อื่น ทั้งหมดนี้เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายและองค์กรต่างๆ ที่ดำเนินงานด้านเอดส์ จนทำให้การบริหารงบประมาณบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ในวันนี้มีระบบการจัดสรรงบประมาณที่คุ้มค่า ตลอดจนมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง