ประธาน กมธ.สาธารณสุขแนะเปลี่ยนสิทธิ ขรก.เป็นเหมาจ่ายรายหัว

Tue, 2016-12-13 21:10 -- hfocus
Print this pagePrint this page

“หมอเจตน์” ประธาน กมธ.สาธารณสุข แนะเปลี่ยนระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจาก Free for service เป็นเหมาจ่ายรายหัวเพื่อคุมงบไม่ให้บานปลาย เผยบริษัทประกันยังแบ่งรับแบ่งสู้บริหารเงินเพราะมีความเสี่ยงจากสังคมสูงอายุในอนาคตแต่รัฐบาลกลับห้ามเพิ่มค่าใช้จ่าย

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานกรรมาธิการสาธารณสุข (กมธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงแนวคิดการดึงบริษัทประกันมาบริหารงบประมาณค่ารักษาพยาบาลข้าราชการว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง กมธ.สาธารณสุขได้เชิญกรมบัญชีกลางและบริษัทประกัน มาอัพเดทข้อมูลและแลกเปลี่ยนแนวความคิดกัน ซึ่งก็ไม่แน่ว่าแนวทางจะเป็นไปตามนี้หรือไม่ เพราะทางบริษัทประกันก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่

นพ.เจตน์ กล่าวว่า แม้บริษัทประกันจะสามารถบริหารจัดการเงินก้อนนี้ได้ในปัจจุบัน แต่รัฐบาลให้โจทย์มาว่างบประมาณต้องไม่เพิ่มขึ้น ข้าราชการต้องได้สวัสดิการเท่ากับหรือมากกว่าเดิม จึงยังต้องศึกษาว่าในอนาคตเมื่อมีผู้สูงอายุมากขึ้น ข้าราชการเจ็บป่วยมากขึ้นแล้วไม่สามารถเพิ่มงบประมาณได้ ทางบริษัทประกันจะยังคุ้มค่าที่จะรับบริหารจัดการหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการคำนวนตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย

อย่างไรก็ดี โดยส่วนตัวมองว่าข้อกังวลในส่วนของสวัสดิการข้าราชการคือเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นจนน่ากลัว ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายประมาณ 71,000 ล้านบาทสำหรับข้าราชการและครอบครัว 4.3 ล้านคน เมื่อหารค่าใช้จ่ายต่อหัวแล้ว ทำให้มองได้ว่าข้าราชการใช้เงินเยอะกว่าบัตรทองและประกันสังคม แต่ที่จริงแล้วเป็นเรื่องของระบบที่ต่างกัน กล่าวคือ สวัสดิการข้าราชการเป็นแบบ Free for service ใบเสร็จออกมาเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น ส่วนบัตรทองกับประกันสังคมเป็นระบบเหมาจ่ายรายหัว หรือ Capitation ดังนั้นตนเสนอว่าควรปรับระบบสวัสดิการข้าราชการมาเป็นแบบเหมาจ่ายรายหัวเช่นเดียวกับบัตรทองและประกันสังคมเพื่อคุมไม่ให้ค่าใช้จ่ายสูงมากไปกว่านี้ อย่างไรก็ดีค่าเหมาจ่ายรายหัวของข้าราชการก็ควรมีอัตราที่สูงกว่าบัตรทองด้วย

“ผมมีมุมมองว่าระบบ Free for service ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายจนน่ากลัว ตัวเลขล่าสุดคือ 71,000 ล้านบาท ประชาชนก็รู้สึกว่าข้าราชการใช้เงินสิ้นเปลือง แต่จริงๆ คือระบบมันไม่เหมือนกัน คำถามคือว่าตรงนี้ใช้เงินเยอะไปไหม ผมอาจจะบอกว่ามันไม่เยอะ แต่มันโตเร็วเกินไปจนน่าตกใจ ซึ่งทางกระทรวงการคลังก็ให้บริษัทประกันไปหาตัวเลข ไปคำนวณดูว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้มที่จะรับไปบริหาร ซึ่งข้อเสนอของผมก็คือเปลี่ยนมาเป็นระบบเหมาจ่ายรายหัวดีกว่า” นพ.เจตน์ กล่าว