‘เทศบาล’ มึนห้องคลอด รพ.ภูเก็ต ไม่ออกใบรับรองการเกิดให้แรงงานข้ามชาติชาวพม่า

Wed, 2016-12-14 17:59 -- hfocus
Print this pagePrint this page

“เทศบาล” พร้อมแจ้งเกิดให้บุตรแรงงานข้ามชาติชาวพม่า แต่ต้องมี “ใบรับรองการเกิด” จากโรงพยาบาล ยอมรับไม่เข้าใจเหตุใดห้องคลอดต้องเรียกเอกสาร “นายจ้าง” เพิ่ม ระบุ ไม่มีสิทธิก้าวข่ายแต่แนะนำว่าควรออกเอกสารให้ เพราะเป็นเรื่องของชีวิตเด็ก

ภายหลังมีข้อร้องเรียนจำนวนมากกรณีโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต มีพฤติกรรมเข้าข่ายกีดกันไม่ยอมออกเอกสารรับรองการเกิดให้กับบุตรของแรงงานข้ามชาติชาวพม่า เป็นเหตุให้ทารกที่เกิดมาต้องกลายเป็นคนเถื่อนคือไม่สามารถยืนยันได้ว่าตัวเองเป็นบุตรของชาวพม่าและเกิดในประเทศไทยจริง ซึ่งทำให้ในอนาคตไม่สามารถเข้ากระบวนการพิสูจน์สัญชาติได้ ส่งผลให้เด็กเหล่านั้นหมดโอกาสที่จะเป็นพลเมืองประเทศพม่าได้ในที่สุด

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Hfocus ได้ติดตามข้อร้องเรียนดังกล่าว โดยเข้าสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เทศบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมาเปิดจุดรับแจ้งเกิดในโรงพยาบาลรัฐที่ถูกร้องเรียน และได้รับคำยืนยันว่าทางเทศบาลพร้อมที่จะแจ้งเกิดให้กับบุตรแรงงานข้ามชาติชาวพม่าได้ หากแผนกห้องคลอดของโรงพยาบาลออกใบรับรองการเกิดมาให้

เจ้าหน้าที่เทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต กล่าวกับสำนักข่าว Hfocus ว่า จุดบริการของเทศบาลไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าเหตุใดโรงพยาบาลจึงไม่ออกใบรับรองการเกิดให้ทารกได้ เนื่องจากเทศบาลเป็นเพียงปลายทางของกระบวนการ คือพร้อมและยินดีที่จะรับแจ้งเกิดหากมีเอกสารคือใบรับรองการเกิดมาแสดง

“ปัญหานี้ต้องไปถามห้องคลอดว่าเหตุใดถึงไม่ออกใบรับรองการเกิดให้เด็ก ซึ่งทางเทศบาลไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะเป็นคนละหน่วยงานกัน ไม่สามารถก้าวก่ายกันได้ คือถ้ามาแจ้งเกิดแล้วต้องมีหนังสือจากห้องคลอดมาด้วย เช่น ถ้าคุณมาแจ้งเกิดปุ๊บ แต่หนังสือห้องคลอดไม่ตามมา ทางเทศบาลก็รับแจ้งเกิดให้ไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในการแจ้งเกิดก็คือเอกสารจากห้องคลอด” เจ้าหน้าที่รายนี้ ระบุ

เจ้าหน้าที่เทศบาล กล่าวอีกว่า หากทางโรงพยาบาลมาปรึกษาเราก็จะให้คำแนะนำไปว่าสามารถออกรับรองการเกิดได้ และหากพ่อแม่ไม่มีเอกสารแสดงตัวก็ยังสามารถที่จะใส่ชื่อไว้เฉยๆ ได้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคนๆ นี้ โดยที่ยังไม่ต้องระบุสัญชาติก็ได้ ส่วนตัวก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดโรงพยาบาลจึงไม่ยินยอมออกใบรับรองการเกิดให้ และเหตุใดต้องใช้เอกสารของนายจ้างด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายจ้างแต่เป็นเรื่องของแรงงานข้ามชาติกับคู่ครองที่มีบุตร

สำหรับการแจ้งเกิดกับเทศบาลนั้น แรงงานข้ามชาติจำเป็นต้องมีเอกสารแสดงตัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในกรณีที่บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งพาสปอร์ตหมดอายุก็จะต้องมีบัตรสีชมพูแทน แต่ถ้าบัตรสีชมพูหมดอายุด้วย ส่วนตัวคิดว่าหากไม่นานจนเกินไปคือไม่กี่สัปดาห์หรือสักหนึ่งเดือน ก็ยังพออะลุ่มอล่วยกันได้ แต่หากว่ากันตามหลักการที่ถูกต้องแล้วถ้าเอกสารหมดอายุก็เท่ากับเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งต้องถูกผลักดันกลับประเทศ

“ในความคิดส่วนตัวของพี่คือเรื่องนี้เป็นเรื่องของชีวิต ฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างก็สามารถผ่อนปรนได้ คือถ้าพ่อหรือแม่เด็กคนใดคนหนึ่งยังมีเอกสารถูกต้อง เช่น แม่มีเอกสารถูกต้องไม่หมดอายุ แต่ของพ่อหมดอายุไปแล้ว แต่พ่อก็คือพ่อของเด็ก ทางเทศบาลก็จะรับแจ้งเกิดให้ได้โดยที่ใส่ชื่อของพ่อไป แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวพ่ออยู่ไหน ไม่มีที่อยู่ หรือไม่ระบุว่าสัญชาติอะไร คือจริงๆ แล้วแม่สามารถแจ้งเกิดโดยไม่ปรากฏบิดาก็ยังได้ แต่อย่างน้อยในอนาคตเด็กก็ยังสามารถไปพิสูจน์สัญชาติได้ว่าเป็นลูกหลานชาวพม่าจริง”เจ้าหน้าที่เทศบาล กล่าว

อนึ่ง ปัจจุบันแรงงานข้ามชาติชาวพม่าใน จ.ภูเก็ต กำลังประสบปัญหาไม่สามารถขอใบรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งได้ เนื่องจากโรงพยาบาลมีนโยบายของตัวเองด้วยการขอให้ลูกจ้างนำเอกสารของนายจ้างมายืนยันด้วยว่านายจ้างยินยอมให้ออกใบรับรองการเกิดจริง ในขณะที่โรงพยาบาลรัฐอีก 2 แห่ง ใน จ.ภูเก็ต รวมถึงโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศไทย สามารถออกใบรับรองการเกิดให้แรงงานข้ามชาติได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารของนายจ้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จ.ภูเก็ต มีแรงงานข้ามชาติชาวพม่าเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนราย และมีเด็กจำนวนมากที่เกิดและเติบโตขึ้นใน จ.ภูเก็ต โดยไม่มีใบรับรองการเกิดและไม่สามารถแจ้งเกิดได้ โดยเด็กเหล่านั้นจะต้องอยู่ในประเทศไทยต่อไป เนื่องจากประเทศพม่าก็ไม่ยอมรับว่าเป็นพลเมืองเพราะไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติของพ่อแม่ได้