รพ.ภูเก็ต ยืนยันต้องมีเอกสาร ‘นายจ้าง’ จึงรับรองการเกิดลูกแรงงานข้ามชาติได้

Mon, 2016-12-19 18:21 -- hfocus
Print this pagePrint this page

โรงพยาบาลชื่อดัง จ.ภูเก็ต ยืนยัน ต้องมีเอกสารนายจ้างและพ่อ-แม่ครบถ้วน จึงจะสามารถออกใบรับรองการเกิดให้ทารกชาวพม่าได้ ระบุเป็นนโยบายของโรงพยาบาลตัวเอง เพื่อป้องกันเสียชื่อเสียง

ภายหลังมีข้อร้องเรียนจำนวนมากกรณีโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต มีพฤติกรรมเข้าข่ายกีดกันไม่ยอมออกเอกสารรับรองการเกิดให้กับบุตรของแรงงานข้ามชาติชาวพม่า เป็นเหตุให้ทารกที่เกิดมาต้องกลายเป็นคนเถื่อนคือไม่สามารถยืนยันได้ว่าตัวเองเป็นบุตรของชาวพม่าและเกิดในประเทศไทยจริง ซึ่งทำให้ในอนาคตไม่สามารถเข้ากระบวนการพิสูจน์สัญชาติได้ ส่งผลให้เด็กเหล่านั้นหมดโอกาสที่จะเป็นพลเมืองประเทศพม่าได้ในที่สุด

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Hfocus ได้ติดตามข้อร้องเรียนดังกล่าว โดยได้ติดต่อสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ห้องคลอดโรงพยาบาลแห่งเดียวกันนี้ และได้รับการยืนยันว่าหากต้องการออกเอกสารรับรองการเกิดจำเป็นต้องนำหลักฐานคือเอกสารของนายจ้างมาแสดงด้วย มิเช่นนั้นแผนกห้องคลอดจะไม่สามารถออกเอกสารรับรองการเกิดได้ในทุกกรณี ที่สำคัญก็คือแรงงานข้ามชาติจะต้องมีสถานะบุคคลที่ถูกต้องคือเข้าเมืองมาอย่างถูกกฎหมายและมีเอกสารครบถ้วนด้วยจึงจะสามารถออกใบรับรองการเกิดให้ได้

ทั้งนี้ หลักการการขอเอกสารรับรองการเกิดโดยทั่วไป ซึ่งโรงพยาบาลรัฐอีก 2 แห่ง ใน จ.ภูเก็ต รวมทั้งโรงพยาบาลอื่นๆ ในประเทศไทยใช้เป็นหลักการเดียวกัน คือไม่ว่าแรงงานข้ามชาติจะเข้ามาถูกหรือผิดกฎหมายก็สามารถออกใบรับรองการเกิดให้ทารกได้ ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารใดๆ ของนายจ้าง

อย่างไรก็ตาม เอกสารรับรองการแจ้งเกิดอาจจะระบุเพียงชื่อของบิดามารดาและสัญชาติ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งก็ได้ ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะไม่ใช่เอกสารใบแจ้งเกิดที่ทางหน่วยงานรัฐออกให้ แต่เป็นเพียงเอกสารเบื้องต้นเพื่อยืนยันว่าทารกได้เกิดขึ้นจริง หรือมีตัวตนจริงๆ เท่านั้น

เจ้าหน้าที่ห้องคลอดโรงพยาบาลซึ่งถูกร้องเรียน ชี้แจงว่า ในกรณีที่บิดาหรือมารดาซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติมีเอกสารไม่ครบถ้วน ก็ให้เป็นเรื่องของเทศบาลที่จะชี้ขาดว่าจะสามารถแจ้งเกิดได้หรือไม่ ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจของโรงพยาบาล แต่หากต้องการขอใบรับรองการแจ้งเกิดจากโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีเอกสารครบถ้วน ได้แก่ เอกสารของบิดา มารดา และเอกสารของนายจ้าง

“ถ้าถามว่าทำไมโรงพยาบาลอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารของนายจ้าง ก็เพราะนี่เป็นนโยบายของโรงพยาบาล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลอื่นๆ และโรงพยาบาลอื่นๆ ก็ไม่ได้เกิดมากเท่าที่นี่ ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลประสบกับปัญหาคือมีแรงงานมาเกิดลูก แล้วก็มีคนมาอ้างว่าเป็นตัวแทนของนายจ้างเพื่อขอรับใบรับรองการเกิดแทนลูกจ้าง จากนั้นก็เอาใบรับรองการเกิดนี้ไปเรียกเก็บเงินจากลูกจ้างอีกที ทางโรงพยาบาลจึงมีมาตรการของตัวเองเป็นนโยบาย คือต้องมีหลักฐานของนายจ้างมาด้วย ซึ่งโรงพยาบาลปฏิบัติตามคำแนะนำของฝ่ายกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องในอนาคต”เจ้าหน้าที่แผนกห้องคลอดกล่าว

เจ้าหน้าที่ห้องคลอดรายเดียวกันนี้ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังเคยเจอปัญหาเดียวกันนี้ คือมีคนมาขอใบรับรองการเกิดแทนและไปเรียกเก็บเงินลูกจ้าง ซึ่งทำให้ลูกจ้างเข้าใจผิดว่าโรงพยาบาลเป็นผู้เรียกเก็บเงินจึงไปฟ้องนายจ้าง สุดท้ายนายจ้างจึงเข้ามาต่อว่าทางโรงพยาบาลว่าเหตุใดดำเนินการให้โดยคิดค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่สิ่งที่โรงพยาบาลกระทำ แต่โรงพยาบาลกลับต้องมาเสียชื่อเสียง

“เราต้องการเอกสารของนายจ้างเพื่อป้องกันตัว เพื่อเป็นหลักฐานว่านายจ้างยืนยันแล้วว่าให้ออกใบรับรองการเกิดให้กับลูกจ้างได้”เจ้าหน้าที่รายนี้ ระบุ

อนึ่ง ปัจจุบันใน จ.ภูเก็ต มีแรงงานข้ามชาติชาวพม่าเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนราย และมีเด็กจำนวนมากที่เกิดและเติบโตขึ้นใน จ.ภูเก็ต โดยไม่มีใบรับรองการเกิดและไม่สามารถแจ้งเกิดได้ โดยเด็กเหล่านั้นจะต้องอยู่ในประเทศไทยต่อไป เนื่องจากประเทศพม่าก็ไม่ยอมรับว่าเป็นพลเมืองเพราะไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติของพ่อแม่ได้