หมอนวดตาบอดไทยติดอันดับโลก แต่รัฐไม่ส่งเสริม ฝีมือชั้นเซียน แต่ยังเป็นลูกจ้าง รพ.สต.

“หมอนวดตาบอด” ประเทศไทยติดอันดับโลก แต่ไม่ได้รับการส่งเสริม บางรายฝีมือชั้นเซียนกลับเป็นแค่ “ลูกจ้าง” รพ.สต. ถ้าจะสอบใบประกอบโรคศิลป์ต้องมา กทม.เท่านั้น ด้าน ผอ.มูลนิธิสุขภาพไทย เตรียมผลักดันตั้งสถาบันฝึกสอนรายภูมิภาค

นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ

นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ ผู้อำนวยการมูลนิธิสุขภาพไทย เจ้าของรางวัล “อโชก้าเฟลโลว์” ประจำปี 2559 เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ก้าวหน้า 1 ใน 4 ของโลก ที่มีกฎหมายรับรองให้คนพิการทางสายตาสามารถสอบใบประกอบโรคศิลป์ หรือใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทยได้ โดยนอกจากประเทศไทยแล้ว ในโลกยังมีประเทศจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม หากประเมินฝีไม้ลายมือแล้วประเทศไทยกับญี่ปุ่นค่อนข้างสูสีกันและนับเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ส่วนประเทศเกาหลีใต้และจีนยังค่อนข้างห่างชั้นทั้งในเรื่องระบบทฤษฎี การฝึกอบรม และทักษะในการปฏิบัติ

“ในเมื่อหมอนวดที่พิการทางสายตาเป็นผู้ประกอบวิชาชีพได้ตามกฎหมายแล้ว แต่หน่วยบริการของรัฐยังไม่เปิดโอกาสเอื้อให้เขาใช้บทบาทเหล่านั้นอย่างเต็มที่และมีศักดิ์ศรี มีเฉพาะที่โรงพยาบาลนาทวี จ.สงขลา ที่รับหมอนวดพิการทางสายตาที่สอบได้ใบประกอบวิชาชีพเข้ามาทำงาน แต่ก็ทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ทั้งๆ ที่เขามีความรู้ระดับเป็นแพทย์แผนไทยแล้ว” นายวีรพงษ์ กล่าว

นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า ใน จ.เชียงราย มีหมอนวดแผนไทยที่พิการทางสายตาซึ่งมีฝีมือระดับครูบาอาจารย์ มีใบประกอบโรคศิลป์ถูกต้อง และเป็นผู้ฝึกสอนให้กับบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ด้วย แต่กลับพบว่า รพ.สต.ไม่มีตำแหน่งงานให้กับหมอนวดรายนั้น ที่สุดแล้วก็ต้องใช้เงินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาจ้างเขาในฐานะลูกจ้าง รพ.สต.

นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า การเรียนศาสตร์การนวดไทยก็เหมือนกับการศึกษาในระบบ คือสถาบันการศึกษาต้องมีมาตรฐานรองรับ แต่ข้อเท็จจริงในประเทศไทยก็คือทุกวันนี้มีโรงเรียนสอนนวดไทยให้กับคนพิการทางสายตาที่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพเพียง 6 แห่ง โดยทุกแห่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทั้งหมด

“จากการไปพูดคุยในหลายพื้นที่ พบว่าคนพิการทางสายตาอยากให้มีการตั้งโรงเรียนสอนในภูมิภาคต่างๆ เพราะเขาเหล่านั้นมีอุปสรรคเรื่องการเดินทาง ฉะนั้นงานของผมในอีก 1-2 ปี คือจะผลักดันให้ระบบบริการของรัฐยอมรับคนพิการทางสายตาอย่างมีศักดิ์ศรี และให้เขาสามารถทำงานอยู่ในสถานพยาบาลนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ และจะตั้งสถาบันสอนนวดตามภูมิภาคต่างๆ ให้ได้อย่างน้อยๆ 4-5 แห่ง” นายวีรพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ว่าจะตั้งสถาบันได้รับการรับรองมาตรฐานใน จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น จ.สงขลา จากนั้นจะเชื่อมต่อกับระบบของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งหากส่งเด็กพิการทางสายตามาเรียนในโรงเรียนที่มีมาตรฐาน ก็จะต่อยอดสู่การสอบใบประกอบโรคศิลป์ได้มากขึ้นในอนาคต

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

แล้วไงค่ะ
17 ชั่วโมง 36 นาที ago
melonpung
19 ชั่วโมง 43 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

แล้วไงค่ะ
17 ชั่วโมง 36 นาที ago
melonpung
19 ชั่วโมง 43 นาที ago
กลับด้านบน