จี้ ตลท.ตรวจสอบธรรมาภิบาล 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ทำผิด กม.คุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Mon, 2017-01-23 22:10 -- hfocus
Print this pagePrint this page

2 บริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมมือกันทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จี้ ตลท.ตรวจสอบหลักธรรมาภิบาล

นายคำรณ ชูเดชา

นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา (Alcohol Watch) เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการจัดงานลานเบียร์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาศาลายา จ.นครปฐม และ สาขา จ.พิษณุโลก ในช่วงงานวันเด็กที่ผ่านมา จึงได้ติดตามตรวจสอบ โดยมีหน่วยงานราชการของจังหวัดนครปฐมสนธิกำลังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สรรพสามิตจังหวัด ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เข้าบังคับใช้กฎหมาย และแจ้งความดำเนินคดี เข้าข่ายการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผิดตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 แม้ผู้จัดงานอ้างว่าการทำตามกฎหมายไม่ได้โฆษณา แต่ด้วยหลักฐานต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ จากนั้นผู้จัดงานได้ขอประกันตัวและขอสู้คดี และนำสติ๊กเกอร์สีดำมาปิดทับโลโก้ต่างๆ ในงาน

นอกจากนั้นยังได้รับรายงานจากหน้าห้างเซ็นทรัล ยูดีทาวน์ จ.อุดรธานี และจ.พิษณุโลก ซึ่งได้ทำผิดในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการปิดทับโลโก้แล้ว แต่ยังมีการกระทำที่เป็นการโฆษณา การมีดนตรีแสดง การมีสาวเชียร์เบียร์ การจัดงานประกอบกันเหล่านี้เข้าข่ายผิดตามมาตรา 32

“รู้สึกเศร้าใจกับการทำผิดจริยธรรม ของทั้ง 2 บริษัท คือเจ้าของเบียร์ช้าง และเจ้าของห้างเซ็นทรัลพลาซ่าจับมือกันเปิดลานเบียร์ช่วงวันเด็ก อีกทั้งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีหลักธรรมาภิบาลกำกับอยู่ ซึ่งทางฝ่ายราชการฝ่ายบ้านเมืองได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว แต่ภาคประชาชน คงต้องร้องเรียนให้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเข้ามาตรวจสอบว่า ทั้ง 2 บริษัทได้แสดงเจตนาในการทำการค้าแบบมีธรรมาภิบาล แต่ไม่ปฏิบัติตามแล้วจะมีการลงโทษอย่างไร นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีจะเป็นช่วงไฮซีชั่นในการทำกำไร จึงได้เห็นภาพการทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าว การลดแลกแจกแถมในร้านอาหารผับบาร์ และมีการโฆษณาผ่าน social media อย่างมากมาย ซึ่งเป็นช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายที่ยาก จึงขอเรียกร้องให้ธุรกิจนี้ทำตามหลัก “ขายอย่างรับผิดชอบ” ให้เป็นไปตามกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาลโดยเฉพาะบริษัทในตลาดหลักทรัพย์” นายคำรณ กล่าว

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม