มิชชันนารีกับการแพทย์ในสยาม

การแพทย์แผนปัจจุบันหรือการแพทย์แบบตะวันตกได้เข้ามาในประเทศไทยพร้อมๆ กับการมาของนักสอนศาสนาคริสต์ในยุคของการแผ่ขยายอิทธิพลของชาติตะวันตก มิชชันนารีที่เข้ามาในประเทศไทยนอกจากภารกิจการเผยแผ่ศาสนาแล้วยังมีภารกิจอันเป็นประโยชน์แก่ชาวพื้นเมือง ได้แก่ การสอนหนังสือและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ จนชาวบ้านพากันเรียกมิชชันนารีว่า “หมอ” โดยที่มิชชันนารีบางคนไม่ได้ศึกษาด้านการแพทย์มาก่อน

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้นกล่าวกันว่าไม่มีแพทย์ไทยแผนปัจจุบันแม้แต่คนเดียว โดยในช่วงร้อยปีระหว่าง พ.ศ.2371-2471 มีมิชชันนารีที่เป็นแพทย์ปริญญาเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยถึง 46 คน แต่ผู้ที่นำการแพทย์แผนปัจจุบันและวิทยาศาสตร์ เข้ามาเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักกันดีมี 2 คน คนแรกเป็นแพทย์คือ นพ.บรัดเลย์ (Dan Beach Bradley) เข้ามาในปี พ.ศ. 2377 อีกคนเป็นทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์คือ นพ.เฮาส์ (Reynolds Samuel House)

นพ.บรัดเลย์ Dan Beach Bradley

นพ.บรัดเลย์ (Dan Beach Bradley) หรือ “หมอบรัดเลย์” เป็นบุคคลสำคัญที่ได้นำการแพทย์แผนปัจจุบันมาสู่ประเทศไทย เขาเป็นคนแรกที่ทำการถ่ายเลือดเพื่อแก้ไขผู้ป่วยที่เสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก เป็นผู้ตั้งร้านจำหน่ายยาและเป็นต้นกำเนิดความคิดของการทำคลินิกแห่งแรกในสยาม อีกทั้งยังเป็นผู้นำวิธีป้องกันโรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษที่ระบาดในสมัยนั้นด้วย

การปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2378 โดยหมอบรัดเลย์ เป็นผู้นำเข้ามาเผยแพร่ สยามในเวลานั้นประสบปัญหาเรื่องการขนส่งพันธุ์หนองฝีวัวที่ใช้ปลูกฝี ซึ่งต้องนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้หมอบลัดเลย์ต้องใช้หนองฝีจากผู้ที่ปลูกฝีขึ้นดีแล้วมาใช้ต่อ และหมอบรัดเลย์ยังได้พยายามหาวิธีการที่จะทำให้มีพันธุ์หนองฝีไว้ใช้ได้ตลอด จึงได้ทำการทดลองผลิตพันธุ์หนองฝีขึ้นเองในปลายปี พ.ศ.2385 โดยการฉีดหนองฝีจากผู้ป่วยไข้ทรพิษเข้าไปในวัวจนประสบความสำเร็จ ทำให้ในสมัยนั้นภารกิจหลักของบรรดามิชชันนารีก็คือการเดินทางออกไปปลูกฝีตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

นพ.ซามูเอล เรโนลด์ เฮาส์ Reynolds Samuel House

สำหรับ นพ.ซามูเอล เรโนลด์ เฮาส์ (Reynolds Samuel House) เดินทางจากสหรัฐอเมริกามาถึงสยาม เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2390 ขณะที่ นพ.บรัดเลย์ได้เดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกาชั่วคราวแล้วเพียง 2 สัปดาห์ เมื่อข่าวการมาของ “หมอฝรั่งคนใหม่” ได้แพร่สะพัดออกไปก็มีผู้ป่วยมาขอรับการรักษาจาก นพ.เฮาส์เป็นจำนวนมาก

นพ.เฮาส์ได้เปิดคลินิกขึ้น ณ ที่ทำการเดิมของ นพ.บรัดเลย์ ซึ่งเป็นเรือนแพหลังเล็ก ๆ หน้าสำนักงานมิชชันนารี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเป็นผู้ป่วยที่มีแผลเรื้อรังหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาท

ในปี พ.ศ.2390 นพ.เฮาส์ได้ให้ยาระงับความรู้สึกเป็นครั้งแรกด้วยอีเทอร์ ผู้ป่วยเป็นหญิงชราอายุ 84 ปี ถูกไม้รวกตำเข้าเนื้อลึก 8 นิ้ว โดยไม้ที่ตำหักคาแผลอยู่ นพ.เฮาส์อ่านพบเรื่องการใช้อีเทอร์ในวารสารการแพทย์จึงได้ทดลองใช้ดูบ้างทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีเครื่องมือสำหรับให้อีเทอร์โดยเฉพาะการผ่าตัด แต่นับว่าการให้ยาระงับความรู้สึกด้วยอีเทอร์ครั้งนั้นสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรก ๆ ในทวีปเอเชีย เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียง 2 ปี หลังการใช้อีเทอร์ในทางศัลยกรรมครั้งแรกในโลก ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับการให้ยาระงับความรู้สึกครั้งแรกในเกาะสิงคโปร์อาณานิคมของอังกฤษ

เมื่อกล่าวถึง นพ.เฮาส์ เขานับเป็นศัลยแพทย์คนแรกในสยามที่ศึกษาด้านการใช้ยาระงับความรู้สึก และอาจกล่าวได้ว่านอกจากหมอบรัดเลย์แล้ว นพ.เฮาส์เป็นหมอฝรั่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้น กล่าวคือในช่วงเวลา 18 เดือนแรกเฮาส์ได้รักษาผู้ป่วยไปแล้วถึง 3,117 ราย กระทั่งคนสยามเรียกขานเขาว่า “หมอเหา”

เมื่อคราวเกิดอหิวาตกโรคระบาดในปี พ.ศ. 2492 ซึ่งตรงกับการระบาดครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 ในโลก มีผู้เสียชีวิตในสยามไม่น้อยกว่า 40,000 คน นพ.เฮาส์ได้ทำการช่วยเหลือผู้ป่วยอหิวาตกโรคอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยโดยไม่เกรงว่าจะติดโรคในระหว่างการบำบัดผู้ป่วย

นอกจากนี้เขายังได้ตระเวนทำการปลูกฝีแก่ประชาชนทั้งในเมืองหลวงและตามหัวเมืองต่างๆ ตลอดจนถวายการรักษาแก่เจ้านายในวังเป็นครั้งคราว บางครั้งต้องนอนค้างคืนเปลี่ยนเวรในการถวายการรักษา อย่างไรก็ตามหลังจากการทำงานด้านการแพทย์ได้ 6 ปี เฮาส์ได้อุทิศชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการเผยแผ่คริสต์ศาสนา

ในขณะเดียวกัน นพ.เฮาส์ยังสนใจวิทยาศาสตร์หลายสาขาได้แก่ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาและได้ถ่ายทอดวิชาเหล่านี้แก่คนไทย เขาได้ทำการทดลองวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสรีระวิทยา การใช้โครงกระดูกมนุษย์ประกอบการสอนทำให้คนแตกตื่นขอดูกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังได้รายงานการค้นพบหอยชนิดใหม่ในประเทศไทย 2 ชนิด คือ Cyclostoris  Housei และ Spiraculum  Housei และต่อมาได้เป็นผู้บุกเบิกการตั้งโรงเรียน Samray Boy’s School (หรือโรงเรียนเด็กชายที่สำเหร่) อันเป็นต้นกำเนิดของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และ Harriet House School (หรือโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง) อันเป็นต้นกำเนิดของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

นอกจากนี้ นพ.เฮาส์ยังมีส่วนช่วยเหลือในการแปลและการร่างสนธิสัญญาระหว่างไทยและจักรวรรดิอังกฤษสมัยครั้งที่ เซอร์ จอห์น เบาว์ริง เป็นราชฑูตเข้ามาเจริญพระราชไมตรีในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย

เก็บความและภาพจาก

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แหล่งที่มา: http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=8&chap=1&page=t8-1-infodetail06.html

สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ และเทวารักษ์ วีระวัฒกานนท์. นายแพทย์เฮาส์: แพทย์ผู้ให้ยาระงับความรู้สึกคนแรกในสยาม.ใน Thai Journal of Anesthesiology, Volume 37 Number 1 January - March 2011.

ขอบคุณรูปภาพจาก : https://en.wikipedia.org/wiki/Dan_Beach_Bradley

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

แล้วไงค่ะ
17 ชั่วโมง 34 นาที ago
melonpung
19 ชั่วโมง 41 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

แล้วไงค่ะ
17 ชั่วโมง 34 นาที ago
melonpung
19 ชั่วโมง 41 นาที ago
กลับด้านบน