‘ชุมชนส่งเสริมใช้ยาปลอดภัย’ ต.บ้านกู่ อ.ยางสีสุราช มหาสารคาม

ยาในชุมชน มีแหล่งกระจายยามากมาย ได้แก่ ร้านชำ กองทุนหมู่บ้าน รถเร่ แหล่งพักยาในชุมชน ขายตรงเป็นต้น ซึ่งแหล่งกระจายยาเหล่านี้มักมีทั้งยาปฏิชีวนะ, กลุ่มยาแก้ปวด NSAIDs, ยาสเตียรอยด์ ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ยาของคนในชุมชนนั้นๆ ทำให้ชาวบ้านเกิดการใช้สเตียรอยด์โดยไม่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ครบขนาดทำให้เกิดเชื้อดื้อยา การแพ้ยาจากยาในชุมชน ซึ่งมักจะพบได้บ่อยในหลายๆ ชุมชน

แต่ ณ ที่นี่ ตำบลบ้านกู่ อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม ภก.ศุภชัย แพงคำไหล เภสัชกรคนเก่งแห่งโรงพยาบาลยางสีสุราช ได้ดำเนินโครงการ “ส่งเสริมการใช้ยาปลอดภัยในชุมชน” อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ติดต่อกัน 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2558 - ปัจจุบัน ซึ่งทำให้ขณะนี้ในหมู่บ้านทั้ง 9 หมู่บ้านของตำบลบ้านกู่ ร้านชำไม่มีการจำหน่ายยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และยาชุดเลย รวมถึงมีเครือข่ายเฝ้าระวังรถเร่และโฆษณาที่เข้ามายังชุมชนตำบลบ้านกู่ ทำให้เกิดแนวทางการแก้ปัญหาการใช้สเตียรอยด์โดยชุมชนมีส่วนร่วม และเกิด MOU แต่ละภาคีเครือข่าย ที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกัน 

ในวันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเป็นผู้นำในการถอดบทเรียนชุมชนต้นแบบยาปลอดภัยในชุมชนตำบลบ้านกู่ จึงขอสรุปและนำผลการถอดบทเรียนที่ได้มานำเสนอให้ผู้อ่านได้นำไปปรับใช้ในพื้นที่กันค่ะ

วิธีการดำเนินโครงการ 

1.สำรวจการใช้ยาปฏิชีวนะในชุมชน

2.สำรวจการใช้สเตียรอยด์ในชุมชน (เช่น ยาชุด ยาลูกกลอน ยาประดงแผนโบราณที่ปลอมปนสเตียรอยด์)

3.สร้างองค์ความรู้

3.1 คืนข้อมูลการสำรวจสถานการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ ให้แก่คนในชุมชน โดยมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมารับทราบข้อมูลร่วมกัน ได้แก่ ผู้นำชุมชน อสม. ร้านชำ ผู้สูงอายุ โรงเรียน

3.2 สร้างแนวทางการพัฒนา จัดทำโครงการโดยชุมชน โดยแต่ละภาคส่วนเป็นผู้จัดทำโครงการ เช่น ผู้นำชุมชน ครู อสม.  

4.สร้างแนวทางปฏิบัติขึ้นในชุมชน เกิดเป็นมาตรการในร้านชำ มาตรการควบคุม กำกับรถเร่และโฆษณา

5.เยี่ยมบ้านผู้ป่วย เพื่อเฝ้าระวังการบริโภคยาที่ไม่เหมาะสม และส่งเสริมให้เกิดการใช้ยาให้ถูกต้อง

6.ติดตามและประเมินผล

7.แลกเปลี่ยนเรียนรู้

บทบาทของชุมชน

- อบต.บ้านกู่ ได้รับการประสานจาก รพ.ยางสีสุราช และ รพ.สต.บ้านกู่ มาตั้งแต่ปี 2558 ได้ประชุมร่วมกับ รพ.สต.ถึงแผนงานที่จะช่วยให้โครงการประสบความสำเร็จ อบต.มีโครงการ อบต.เคลื่อนที่ จึงได้ใช้เป็นเวทีพบปะสื่อสารกับประชาชน และได้นำความรู้เรื่องของปัญหาการใช้ยา โดยเฉพาะยาชุด ที่อยู่คู่กับชาวบ้านมาเป็นเวลานาน

พฤติกรรมในอดีตของชาวบ้านคือ ซื้อยาชุดจากร้านชำในหมู่บ้าน ต่อมาได้ให้ความรู้แก่ชาวบ้านโดยใช้เทคนิคการยกตัวอย่างให้เห็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พบได้จากคนใกล้ตัว ต่อมาให้ผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ และได้กำหนดให้เป็นแนวทางเดียวกันทั้งตำบล โดยมีแนวคิดว่าทุกภาคส่วนควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึง กลุ่ม อย.น้อย และ อบต.เปิดกว้าง สนับสนุนให้ตำบลมีการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์

- รพ.สต.บ้านกู่ ได้แจ้งแก่ชาวบ้านช่วยสอดส่องยาที่มีสีสันโดดเด่นเป็นพิเศษและนำตัวอย่างมาตรวจหาสาร

สเตียรอยด์ โดยอาจยังไม่ได้ผล 100% แต่อย่างน้อยที่สุดก็มีกระบวนการในการป้องกัน

- โรงเรียน มีโครงการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน การปฐมพยาบาล และมีการใช้ยา โดยผ่านกลุ่มผู้นำ อย.น้อย มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายในประเด็นการใช้ยา มีป้ายประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เมื่อมีนักเรียนที่เจ็บป่วยจะออกเยี่ยมบ้านและติดตามการใช้ยาในกรณีนักเรียนที่ยังไม่หายดี ในการเยี่ยมบ้านนักเรียนก็ให้ความรู้เรื่องการใช้ยาแก่ผู้ปกครองนักเรียนด้วย

- อย.น้อย มีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมกับหน่วยงานสาธารณสุข ได้ฝึกปฏิบัติทดสอบสารสเตียรอยด์ในผลิตภัณฑ์ และนำข้อมูลที่ตรวจพบไปบอกผู้ปกครอง และเข้าร่วมอบรมการใช้ยากับ อสม.

- กำนัน ในกลุ่มผู้นำชุมชน เน้นด้านการประชาสัมพันธ์ ให้คำแนะนำให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้สูงอายุ เน้นเรื่องการใช้ยาชุด ยาลูกกลอน กลุ่มผู้นำได้รับการเสริมความรู้จากการประชุมอบรม และได้รับสปอตโฆษณาจากโรงพยาบาลไปเปิดเสียงตามสายในหมู่บ้าน เพื่อให้โครงการมีความยั่งยืน ได้จัดทำ MOU ระหว่าง อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รพ.สต. ในการรณรงค์การใช้ยาอย่างเหมาะสม สนับสนุนให้มีการติดป้าย “ห้ามรถเร่เข้ามาในหมู่บ้าน” มีการสอดส่องรถเร่ที่เข้ามาในหมู่บ้าน แล้วแจ้งทาง รพ.สต.บ้านกู่ให้ตรวจสอบ และช่วยกันผลักดันให้ออกจากพื้นที่ ห้าม รถเร่ ฉายหนัง ในหมู่บ้าน ซึ่งมาตรการนี้เป็นมติร่วมกันจากคณะกรรมการในชุมชน

“ปัจจัยความสำเร็จ เกิดจากความต้องการที่จะผลักดันให้สำเร็จเนื่องจากมีผู้ป่วยที่เป็นคนใกล้ตัวต้องเสียชีวิตจากการกินยาชุด”

- ผู้ใหญ่บ้าน ให้ความเห็นว่า การดูแลสุขภาพประชาชนเป็นหน้าที่ของกำนันและผู้ใหญ่บ้านอยู่แล้ว เมื่อได้รับการประสานความร่วมมือจากโรงพยาบาลจึงตอบรับ บทบาทคือเป็นกระบอกเสียง เปิดหอกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ เปิดสปอตโฆษณาและการใช้ยา ผลเสียจากการใช้ยาอันตราย และมี อสม.ลงพื้นที่ทุกวันศุกร์ ให้ความรู้แก่ชาวบ้านเป็นประจำ และร่วมรับรู้การดำเนินงานของ อสม.

- ประธาน อสม.ได้รับการให้ความรู้เรื่องการใช้ยา โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะและยาสเตียรอยด์ มาตั้งแต่ปี 2558 จากนั้นการดำเนินงานของ อสม.ที่เดิมเน้นเรื่องป้องกันเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคไข้เลือดออก ต่อมาได้เพิ่มการให้ความรู้เรื่องการใช้ยาโดยเฉพาะยาปฏิชีวนะและสเตียรอยด์แก่ชาวบ้าน คอยสอดส่องดูแลรถเร่ และรายงานผลต่อ รพ.สต. และจะมีการสรุปปัญหาและสรุปผลเป็นประจำทุกเดือน

- อสม. จากการได้รับการอบรมตามโครงการฯ ทำให้ อสม.มีความรู้เพิ่มเติม มีความเข้าใจเกี่ยวกับสเตียรอยด์และยาปฏิชีวนะมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถถ่ายทอดความรู้นี้ให้แก่ประชาชนได้อย่างชัดเจน สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ชาวบ้าน

 “ปัจจัยความสำเร็จ สามารถเปรียบเทียบผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน ใช้การเจรจา”

ผู้สูงอายุ บทบาทหน้าที่ ให้คำแนะนำเพื่อนผู้ป่วยด้วยกันตามนัดหมายต่างๆ เช่น นัดรับยา งานบุญ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

1.ทุกภาคส่วนมีเป้าหมายร่วมกัน คือ ให้คนในชุมชนมีความปลอดภัยจากการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

2.ทุกภาคส่วนล้วนมีความภาคภูมิใจที่มีส่วนทำให้ประชาชนอยู่ดี มีสุข

3.ใช้เครื่องมือ “ประชาคมหมู่บ้าน” ทำให้เกิดกติกาในชุมชน เช่น 

- ห้ามรถเร่ขายยาเข้ามาในหมู่บ้าน 

- ห้ามฉายวีดีโอ/CD เพื่อประกอบการขายยาในหมู่บ้าน

- ร้านชำขายเฉพาะยาสามัญประจำบ้านเท่านั้น “ไม่เอายาอันตรายมาจำหน่าย” “ไม่ขายยาชุด ไม่ขายยาสเตียรอยด์”

4.สปอตที่ใช้ในการรณรงค์ ใช้เสียงของคนในชุมชนเอง และเปิดกระจายเสียงตามสายในหมู่บ้านเฉลี่ย 5 ครั้ง/สัปดาห์

ปัญหาและอุปสรรค

1. ปัญหารถเร่ที่ยังเข้ามาในหมู่บ้าน

การแก้ปัญหา ผู้ใหญ่บ้านนำประเด็นที่เป็นปัญหามาทำประชาคม สร้างกฎระเบียบหมู่บ้าน ใช้เป็นข้อปฏิเสธผู้ประกอบการที่เข้ามาเร่ขาย ในหมู่บ้าน

2. การเปลี่ยนทัศนคติของผู้สูงอายุในหมู่บ้าน

การแก้ปัญหา

- ใช้การเจรจา ทำความเข้าใจ ให้ทราบข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นในชุมชน

- ใช้การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านวิทยุชุมชน (ในอดีต) ถึงจะยกเลิกสถานีแต่ก็ไม่อนุญาตให้โฆษณาอื่นๆ มาใช้คลื่นความถี่ เปลี่ยนมาแชร์ประสบการณ์ผ่านสื่อวิทยุทางคลื่นที่ได้รับความนิยมของคนในชุมชน

แนวทางการพัฒนา

1. นายก อบต. เป้าหมายสูงสุด ต้องการให้ยาที่ไม่เหมาะสมหมดไปจากชุมชน(ตำบล)

2. ต้องการเห็นตำบลอื่นได้มีแนวทางการจัดการยาไม่เหมาะสมเช่นเดียวกัน แนวคิดคือถ้าไม่มีผู้บริโภคผู้ผลิตก็จะลดลง

3. มองว่าการดำเนินงานมาได้ถูกทางแล้ว ปัญหาที่แก้ยากที่สุดคือความเชื่อ ดังนั้นการทำความเข้าใจกับผู้บริโภคและผู้ขายในชุมชนเป็นการแก้ปัญหามาถูกทาง และต้องการขยายพื้นที่ต่อไปให้ครบทั้งตำบล

ในพื้นที่อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม  เริ่มจากการนำนโยบายจากส่วนกลาง มาลงมือปฏิบัติทำงานแบบบูรณาการในพื้นที่ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพราะเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องของคนทุกคนในสังคม ที่จะต้องช่วยเหลือกัน การเกิดชุมชนต้นแบบขึ้นมาแล้วชุมชนนี้ก็ขยายทั้งในระดับภายในอำเภอ ภายในจังหวัด และระหว่างจังหวัด ย่อมจะทำให้เกิดพลังที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหายาในชุมชนให้เกิดความชัดเจนและส่งผลให้ประชาชนมีความปลอดภัยมีความปลอดภัยในการบริโภคยามากขึ้น  

ผู้เขียน : ภญ.สุภาวดี เปล่งชัย รพ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด

ภญ.สุภาวดี เปล่งชัย

 

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ข่าวล่าสุด

กลับด้านบน