สธ.เตรียมต่ออายุราชการแพทย์เกษียณ เพื่อประจำคลินิกหมอครอบครัว

Tue, 2017-04-25 15:17 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ปลัด สธ.ให้ทุกจังหวัดพิจารณาให้แพทย์เกษียณอายุราชการ ในปีงบประมาณ 2560 รับราชการต่อ โดยให้อบรมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวเพื่อประจำคลินิกหมอครอบครัว (PCC)

นพ.โสภณ เมฆธน

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ส่งหนังสือแจ้งเวียนไปทุกจังหวัด เรื่องการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งในสายงานแพทย์ระดับเชี่ยวชาญหรือทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2560 รับราชการต่อไป โดยให้จังหวัดดำเนินการดังนี้

1.ตั้งคณะกรรมการจังหวัด มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นประธาน พิจารณาบุคคลตามความสำคัญ ตำแหน่งตามความต้องการ และความจำเป็นของหน่วยงาน  

2.ให้หน่วยงานจัดทำข้อมูลและเหตุผลการต่อเวลาราชการ แผนงานโครงการตลอดจนภารกิจที่มีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติ สภาวะการขาดแคลนบุคลากรในเชิงปริมาณและคุณภาพในภาพรวม ความสามารถในทางวิชาการหรือความสามารถเฉพาะตัว ความยากในการหาผู้เหมาะสมมาปฏิบัติ เป็นต้น

สำหรับวัตถุประสงค์ในการต่ออายุแพทย์เกษียณอายุราชการในครั้งนี้ เพื่อจะได้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวเพิ่มเติมจากระบบการผลิตปกติ ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการผลิตมี 2 แบบ คือ

1.ผลิตที่ศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิกด้วยตนเอง  

2.ร่วมกับโรงพยาบาลชุมชนในการผลิต (In Service Training) โดยหลักสูตรที่ใช้ผลิตจะเป็นของราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ซึ่งแพทย์เกษียณอายุที่สมัครใจรับราชการต่อ จะถูกส่งเข้ารับการอบรมด้านเวชศาสตร์ครอบครัวตามหลักสูตรมาตรฐานและกลับไปทำงานในคลินิกหมอครอบครัว (Primary Care Cluster : PCC) ในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข พ.ศ.2560-2564  ด้านระบบการแพทย์ปฐมภูมิ ที่จะให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลทุกครัวเรือนภายในปี 2579 ซึ่งจะมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหวิชาชีพ 6,500 ทีม “บริการทุกคน ทุกอย่าง ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยเทคโนโลยี” สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด        

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม