ร้องนายกฯ ยุติแก้ กม.สสส. ชี้จัดรับฟังความเห็นขัดรัฐธรรมนูญใหม่

Fri, 2017-04-28 15:43 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ภาคประชาชน ร้อง “พล.อ.ประยุทธ์” ยุติการแก้ พ.ร.บ.สสส. ชี้ขัดรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา 77 ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

เมื่อวันที่ 27เมษายน 2560 เวลา13.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.) พร้อมด้วย นางสาวอรุณี ศรีโต ผู้ประสานงานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค และเยาวชนกว่า 30 คน ยื่นหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทางนายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ให้ยุติกระบวนการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ…โดยดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 77 ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง 

นายคำรณ กล่าวว่า จากความพยายามที่จะมีการผลักดันแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ… และล่าสุดได้ทำประชาพิจารณ์ 2 ครั้งโดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมรับฟังและนำเสนอข้อคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากมองว่ากระบวนการที่ผ่านมาขาดความชอบธรรม มีอคติ การจัดรับฟังความคิดเห็นคับแคบ รวบรัดตัดตอน เป็นเพียงพิธีกรรม ไม่ได้เป็นการประชาพิจารณ์อย่างแท้จริง ประกอบกับกระบวนการที่ผ่านมาขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างกว้างขวาง มีเพียงการจัดเวทีเล็กๆ 2 ครั้งในพื้นที่ กทม.ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เกิน 80%คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่เสียงเหล่านั้นกลับไม่มีความหมาย

“ทั้งที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องและกระทบกับประชาชนจำนวนมาก แต่กระบวนการและขั้นตอนแก้ไข พ.ร.บ.สสส. กลับขาดการมีส่วนร่วม เขียนในทำนองลิดรอนสิทธิ์ ให้ร้าย ย้อนแย้งกับความเป็นจริง ไม่ได้ศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่าง​รอบด้านและเป็นระบบ ตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ เหตุผลที่ใช้ในการแก้ไข พ.ร.บ.นี้ ขัดแย้งกับที่ สสส.ได้รับการยกย่องทั้งจากองค์กรนานาชาติ เช่น WHO และในประเทศ นายกฯ ก็ลงนามในประกาศยกย่องว่า เป็นองค์กรที่ทำงานโปร่งใส​และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งขัดแย้งกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่สำคัญคือ เครือข่ายฯ เกิดความกังขาอย่างมาก เหตุใดทีมที่จัดทำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จึงอ้างว่าเป็นบัญชาของ คสช.ที่สั่งให้ปรับแก้พ.ร.บ.สสส. เหตุใดถึงกล้าอ้างคำสั่งของ คสช. หรือมีวาระอะไรซ่อนเร้น” นายคำรณ กล่าว  

นายคำรณ กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวเครือข่ายฯขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 

1.ขอให้ทบทวนยกเลิกการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.สสส. เพราะกระบวนการที่ผ่านมาขาดความชอบธรรม ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และที่สำคัญช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงแก้ไขข้อระเบียบต่างๆ ของ สสส.เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามข้อห่วงใยและท้วงติงจากภาคส่วนต่างๆ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อีก

2.หากต้องเดินหน้าแก้ไข พ.ร.บ.สสส.ขอให้เริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมดโดย​ ต้องมีการศึกษาให้ชัดเจนว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีปัญหา หรือข้อบกพร่องตามหลักวิชาการที่เชื่อถือได้ ว่าทำไมต้องแก้ไข และแก้ไขให้ดีขึ้นอย่างไร​และดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญใหม่ ตามมาตรา 77 ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้อย่างชัดเจน และให้สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา ในเรื่องแนวทางการจัดทำและเสนอร่างกฎหมายฯ และหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบความจำเป็นในการตราพระราชบัญญัติ 

และ 3.เครือข่ายฯ เรียกร้องให้ภาคประชาชน ร่วมกันปกป้องกลไกการปฏิรูประบบสุขภาพ ในทุกรูปแบบและให้จับตากระบวนการที่เกิดขึ้นกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อแสดงจุดยืนและความต้องการที่แท้จริง

ด้าน น.ส.อรุณี ศรีโต ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า ในฐานะภาคประชาชนจะติดตามการแก้ไข พ.ร.บ.สสส.อย่างใกล้ชิดเพราะตระหนักดีว่าการเปิดรับฟังเสียงของทุกฝ่ายอย่างครอบคลุมเป็นวิถีประชาธิปไตย ไม่ใช่ไปคิดเองเออเอง เช่นมีธงไว้อยู่แล้ว แค่เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อเป็นพิธีกรรม ซึ่งหากทำเช่นนี้จะทำให้เสียเวลา เสียดายของและขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างชัดเจน หากชาวบ้านแสดงความเห็น มีข้อเสนอแนะแล้วไม่รับฟัง ไม่ทบทวนนำไปปรับปรุงปฏิบัติ ก็ไม่ต่างจากการหลอกลวงประชาชน ไม่เห็นคุณค่าความสำคัญของประชาชน 

ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการทำงานของ สสส.ดีอยู่แล้วและตรวจสอบก็ไม่พบทุจริต สสส.เข้าใจประชาชน เห็นความสำคัญเกิดโครงการต่างๆ กิจกรรมรณรงค์ดีๆ ที่ภาครัฐลงไปไม่ถึงชาวบ้าน แต่ สสส.มีงบประมาณลงไปสนับสนุน กลุ่มคนที่มีโอกาสน้อยในสังคม กลุ่มแรงงานนอกระบบ คนติดเหล้าติดบุหรี่ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนพฤติกรรม มีสุขภาพมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด