'รพ.สิงห์บุรี' ย้ำลดต้นทุนทุกวิธีแต่ยังเอาไม่อยู่ เชื่อแยกเงินเดือนช่วยได้มาก

Mon, 2017-07-10 19:50 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ผอ.รพ.สิงห์บุรี เผยงบรายหัวหักเงินเดือนออกแล้วเหลือแค่ 85 บาทแต่ที่ยังอยู่ได้เพราะอาศัยบุญเก่า คาดอีกไม่กี่ปีสถานะการเงินติดลบ ย้ำพยายามลดต้นทุนทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ยังขาดทุน เชื่อหากแยกเงินเดือนจากงบรายหัวจะช่วยจังหวัดเล็กได้เยอะมาก

พญ.วนิดา สาดตระกูลวัฒนา

พญ.วนิดา สาดตระกูลวัฒนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี ให้ความเห็นถึงการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2545 ในประเด็นการแยกเงินเดือนออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวว่า ในบริบทของจังหวัดเล็กและมีประชากรน้อยการแยกเงินเดือนจะช่วยได้มาก ที่ผ่านมาโรงพยาบาลสิงห์บุรีพยายามลดต้นทุนในทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ยังขาดทุนอยู่ แต่ที่ยังอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะยังมีทุนเก่าที่เคยมีและก็ลดลงไปเรื่อยๆ คาดว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โรงพยาบาลสิงห์บุรีก็คงจะมีสถานะทางการเงินติดลบเหมือนที่อื่นๆ

“ถ้ามีการแยกเงินเดือนออกจะช่วยได้เยอะ ตอนนี้รายรับจากค่าเหมาจ่ายรายหัวของเรา เมื่อหักเงินเดือนแล้วเหลือเพียง 85 บาท และที่ผ่านมาก็พยายามลดต้นทุนแล้ว เช่น ลดคนหรือรวมตึกที่มีอัตราการครองเตียงน้อยมารวมเป็นหน่วยเดียวกันแต่ก็ยังไม่ได้ เพราะโรงพยาบาลทั่วไปมันต้องมีขั้นต่ำอยู่ว่าต้องมีแผนกอะไรบ้าง ต้องมีเจ้าหน้าที่อะไรจำนวนเท่าไหร่บ้าง สมมุติเช่น ตึกคนไข้ตึกหนึ่งต้องมีพยาบาลขึ้นเวรอย่างน้อยเวรละ 2 คน ถ้าลดเหลือคนเดียวก็ไม่ได้เพราะจะเป็นความเสี่ยง แล้วขึ้นเวรวันหนึ่งถ้ามี 3 เวรเช้า บ่าย ดึก มันก็วนไปอย่างนี้ ใน 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ เราลดไป 50-60 คนแล้ว มันลดเต็มที่ได้เท่านี้ ถ้าลดกว่านี้มันจะกระทบซึ่งเราก็ไม่อยากให้คุณภาพบริการเราด้อยกว่าที่อื่น” พญ.วนิดา กล่าว

พญ.วนิดา กล่าวอีกว่า แม้ในหลักการการรวมเงินเดือนในงบเหมาจ่ายรายหัวจะต้องการให้มีการกระจายตัวของบุคลากร แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ส่วนตัวแล้วคิดว่าช่วยได้น้อยและอาจต้องมีระบบอื่นมาช่วยด้วย

พญ.วนิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเด็นเรื่องการกำหนดกรอบอัตรากำลังซึ่งกระทรวงสาธารณสุขพยายามดำเนินการอยู่เป็นเรื่องของภาพกว้างระดับประเทศ แต่อาจจะไม่เหมาะกับโรงพยาบาลสิงห์บุรี เนื่องจากโรงพยาบาลสิงห์บุรีมีลักษณะพิเศษต่างจากที่อื่นคือมีห้องพิเศษอยู่ในอัตราที่สูงถึง 40% ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยสร้างรายได้ให้โรงพยาบาล แต่อัตราส่วนการใช้เจ้าหน้าที่ก็จะเยอะกว่า เช่น ห้องสามัญใช้พยาบาล 1:8 แต่ห้องพิเศษก็อาจจะใช้มากขึ้น เป็น 1:6 ซึ่งทางโรงพยาบาลก็กำลังจะยกประเด็นนี้มานำเสนอประเด็นนี้ให้ผู้บริหารรับทราบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘หมอเจษฎา’ หนุนแก้ กม.บัตรทอง ชี้ควรปรับการใช้งบป้องกันโรค ดูแลบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ

นักวิชาการแนะนับหนึ่งใหม่แก้ กม.บัตรทอง

สธ.แจงเหตุขอแยกเงินเดือนจากงบเหมาจ่ายรายหัว

สสจ.สิงห์บุรี เผยแก้ กม.บัตรทองคือทางออก แยกเงินเดือน ช่วย รพ.พ้นวิกฤตการเงิน

ประธาน สพศท.ชี้ปมเห็นต่างแก้ กม.บัตรทอง ต่อให้นับ 1 ใหม่จนถึง 10 ก็ไม่จบ หากมีมุมมองแบ่งฝ่าย

ประธานชมรม รพศ./รพท.ชี้ แก้ กม.บัตรทอง ควรยึดหลัก ปชช.ไม่เสียสิทธิ รพ.อยู่ได้

รพ.พระนั่งเกล้าหนุนแก้ กม.บัตรทอง เห็นด้วยแยกเงินเดือนจากงบรายหัว

อดีต ผอ.รพ.พรานกระต่ายชี้ปมแยกเงินเดือนจากงบรายหัว กระทบ รพ.ที่จ้างบุคลากรนอกงบประมาณ

‘ผอ.รพ.รามัน’ ขวางแยกเงินเดือนบุคลากร หวั่นกระทบ รพ.ขนาดเล็ก-ประชาชน

‘หมอวินัย’ ห่วงแยกเงินเดือนจากงบรายหัว ทำ รพ.อีสานวิกฤตแน่

ผอ.รพ.ประจวบฯ ชี้ผูกเงินเดือนกับงบรายหัว หลักคิดดีแต่ในทางปฏิบัติทำไม่ได้

ผอ.รพ.ตากใบ หวั่นผลกระทบลูกโซ่แยกเงินเดือนจากรายหัว ชี้ รพ.ชุมชนอ่วม

‘ผอ.รพ.บ้านแพ้ว’ ชี้ ข้อดี-ข้อเสียแยกเงินเดือนจากงบรายหัวบัตรทอง

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม