สภาการสาธารณสุขชุมชนชูวันที่ 27 พ.ย.ของทุกปีเป็น “วันนักสาธารณสุขชุมชน”

Tue, 2017-11-28 20:24 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สภาการสาธารณสุขชุมชนประกาศให้วันที่ 27 พ.ย. ของทุกปีเป็นวันนักสาธารณสุขชุมชน พร้อมย้ำจุดยืนเป็นกลางในการดำเนินงาน ไม่มีนโยบายการเมืองนำวิชาชีพ พร้อมวางโรดแม็ปปี 2561 เร่งสอบและออกใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2560 นายไพศาล บางชวด นายกสภาการสาธารณสุขชุมชน เปิดเผยว่า เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย พระราชทาน พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2556 ทางสภาการสาธารณสุขชุมชนจึงขอประกาศอย่างเป็นทางการ ให้วันที่ 27 พ.ย.ของทุกปีเป็น “วันนักสาธารณสุขชุมชน” เพื่อเป็นรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเป็นสัญลักษณ์ของวิชาชีพและในอนาคตอันใกล้อาจจะมีการเชิดชูเกียรติ การนำเสนอผลงานวิชาการของนักสาธารณสุขต่อไป

“ระบบสุขภาพในเมืองไทยเรามีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือที่เรียกว่าหมออนามัยอยู่ทั่วประเทศ ภาวะสุขภาพของประเทศที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากหมออนามัยมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพประชาชน แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีการกำหนดให้มีวันสำคัญ ดังนั้นเราเลยยึดวันที่ทรงลงพระปรมาภิไธยเป็นวันนักสาธารณสุขชุมชน ซึ่งก็เป็นวันเดียวกับวันสถาปนากระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นนิมิตหมายอันดีโดยมิได้คาดหมาย” นายไพศาล กล่าว

นายไพศาลยังได้ถือโอกาสเนื่องในวันพิเศษนี้ ประกาศจุดยืนของสภาการสาธารณสุขชุมชน โดยยืนยันว่าสภาฯ มีวัตถุประสงค์เฉพาะที่กำหนดไว้ตามมาตรา 6 และ อำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน สภาฯ จึงมีความเป็นกลางในการดำเนินงานด้านวิชาชีพ และไม่เกี่ยวข้องกับมวลชน องค์การทางการเมือง ไม่ว่าจะเรียกชื่อใดๆ ก็ตาม และขอให้สมาชิกสภาฯ พิจารณาอย่างถี่ถ้วนหากพบว่ามีองค์กรใดแอบอ้างสภาการสาธารณสุขชุมชน หรือคณะกรรมการในการขับเคลื่อนทางการเมือง โดยเน้นย้ำว่าสภาฯ ไม่มีนโยบายการเมืองนำวิชาชีพแต่อย่างใด

นอกจากนี้ สภาการสาธารณสุขชุมชนยังมีจุดยืนสนับสนุนหลักการและเหตุผลของการใดๆ ก็ตามที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ส่วนการปฏิรูปตามมาตรา 258 เป็นบทบาทของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ เช่น การผลักดัน พ.ร.บ.การแพทย์และบริการสาธารณสุขปฐมภูมิในปัจจุบัน หากมีการดำเนินการอย่างมีดุลยภาพและธรรมาภิบาลต่อทุกวิชาชีพ ก็เป็นสิ่งที่สมควรสนับสนุน

ทั้งนี้ ปัจจุบันสภาการสาธารณสุขชุมชน มีสมาชิกทั้งสิ้น 21,047 คน โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการดำเนินงานด้านวิชาชีพที่สำคัญๆ ดังนี้

1.จัดทำกรอบมาตรฐานวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน (มสธช.) โดยกำหนดมาตรฐานวิชาชีพไว้ 4 มาตรฐาน คือ

1.1.มาตรฐานด้านความรู้วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน

1.2. มาตรฐานด้านทักษะและประสบการณ์

1.3. มาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน

และ 1.4. มาตรฐานด้านจริยธรรมวิชาชีพ

2.ในช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค.2560 ได้จัดโครงการอบรมฟื้นฟูองค์ความรู้ตามแนวทางมาตรฐานวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนให้กับสมาชิกและบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 ภูมิภาค

3.พิจารณาร่างระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทุกฉบับที่เกี่ยวข้องและเตรียมนำเสนอต่อสภานายกพิเศษ ซึ่งเมื่อสภานายกพิเศษลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็จะเร่งดำเนินการสอบและขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนต่อไป

4.จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาวิจัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเกื้อกูลเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนในระยะเปลี่ยนผ่านทั้ง 4 มาตรฐาน โดยหากมีข้อสรุปที่ชัดเจนก็จะสื่อสารให้สมาชิกรับทราบต่อไป

นายไพศาล กล่าวอีกว่าในส่วนของแผนการดำเนินงานในปี 2561 ทางสภาการสาธารณสุขชุมชนได้วางโรดแม็ปการดำเนินการใน 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย

1.ยุทธศาสตร์การพัฒนามาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน เน้นการสอบและขึ้นทะเบียน/ออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ โดยจะเร่งดำเนินการทันทีหลังจากสภานายกพิเศษลงนาม รวมทั้งการพัฒนาเกณฑ์เกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน ตลอดจนการผลักดันปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

2.ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนที่มีคุณภาพและเพียงพอ เน้นการจัดทำกรอบมาตรฐานวิชาชีพ การพัฒนาเกณฑ์การรับรองและประเมินหลักสูตรการศึกษาของสถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตด้านสาธารณสุขศาสตร์

3.ยุทธศาสตร์การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้าของผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน เน้นการสร้างและพัฒนาเพื่อกำหนดมาตการและแนวทางการแก้ไขปัญหาความต้องการกำลังคนที่เป็นธรรมและเหมาะสม การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการเยียวยาและรักษาผลประโยชน์ให้สมาชิก

4.ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการที่มีมาตรฐาน เน้นการพัฒนาโครงสร้างองค์กรตามขอบเขตวิชาชีพ การพัฒนาระบบและแผนการบริหารกิจการสภาการสาธารณสุขชุมชนที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล

5.ยุทธศาสตร์เสริมสร้างภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งและยั่งยืน เน้นการเชิดชูผู้ประกอบวิชาชีพในวันนักสาธารณสุขชุมชน การพัฒนาเครือข่ายสภาการสาธารณสุขชุมชนส่วนหน้า

“กรรมการสภาฯชุดนี้จะทำงานอย่างเต็มที่ในการดูแลควบคุมมาตรฐานระบบการให้บริการประชาชนและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบวิชาชีพนักการสาธารณสุขชุมชน ให้มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งจะทำให้มีขอบเขตทางวิชาชีพที่ชัดเจนขึ้น” นายไพศาล กล่าว

Add new comment