100 ปีการสาธารณสุขไทย ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 นำอดีตสร้างสรรค์ให้ ปชช.สุขภาพดี

Sun, 2017-12-17 12:24 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข นำบทเรียนจากอดีตมาใช้เพื่อก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 ของการสาธารณสุขไทย ให้เป็นศตวรรษแห่งการสร้างสรรค์เพื่อประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันปลูกต้นการบูรที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เป็นต้นไม้ประจำกระทรวงสาธารณสุข” และแถลงข่าว 100 ปี การสาธารณสุขไทย

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า จากอดีตถึงปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาสาธารณสุขใหม่ๆ เช่น โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ ปัญหาภัยพิบัติ รวมทั้งผลกระทบจากโลกาภิวัฒน์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งระบบการสาธารณสุขไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและดีขึ้น โรคติดต่ออันตรายหลายโรคถูกกำจัดให้หมดไปเช่น อหิวาตกโรค ไข้ทรพิษ กาฬโรค หลายโรคมีวัคซีนป้องกัน มียารักษา ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขมากขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ดังนั้นในโอกาส 100 ปีการสาธารณสุขไทยที่จะครบรอบในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 นี้ จะได้ทบทวนและนำบทเรียนจากอดีตมาใช้เพื่อก้าวสู่ศตวรรษที่สองของการสาธารณสุขไทย ให้เป็นศตวรรษแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับกำหนดการพัฒนาในอนาคต

ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นองค์กรหลักของประเทศด้านสุขภาพ ได้เร่งพัฒนาระบบสุขภาพ ครอบคลุมทุกมิติ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้านสาธารณสุข ให้มีความเป็นเลิศใน 4 ด้าน ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ระบบบริการ คน และระบบบริหารจัดการ เพื่อให้ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน

โดยบูรณาการหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย และปฏิรูประบบบริการในทุกระดับ ตั้งแต่ระบบบริการปฐมภูมิ ขับเคลื่อนให้เกิด “คลินิกหมอครอบครัว” ที่มีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหวิชาชีพ 1 ทีม ดูแลสุขภาพประชาชน 10,000 คน ขณะนี้มี 596 ทีม จะเพิ่มเป็น 1,170 ทีมในปี 2561 และการดูแลผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิงระยะยาว

และตั้งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ดำเนินการพัฒนาแก้ไขปัญหาสุขภาพของพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมและเป็นหุ้นส่วนของทุกภาคส่วน

สำหรับการพัฒนาระบบบริการ ได้ให้ทุกเขตสุขภาพดำเนินการพัฒนาใน 19 สาขา และศูนย์ความเป็นเลิศโรคที่สำคัญ เช่น มะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด อุบัติเหตุ โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและราชวิทยาลัย พัฒนาความเป็นเลิศด้านวิชาการ บุคลากร และการบริการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพภายในเขตสุขภาพ ลดความแออัด ลดความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ ได้กำหนดเป้าหมายการป้องกันควบคุมวัณโรคซึ่งไทยติดอันดับ 1 ใน 14 ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุด จะลดอัตราป่วยให้ต่ำกว่า 10 ต่อแสนประชากรภายใน พ.ศ. 2578 ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด รวมทั้งเร่งสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ และมีความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเอง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ด้าน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในปี 2560 – 2561 กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดให้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง “โครงการ 100 ปี การสาธารณสุขไทยประชารัฐร่วมใจสาธารณสุขไทยก้าวหน้า” มีกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์กระทรวงสาธารณสุขชื่อ “พิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์ไทย” รวมถึงสนับสนุนกรมและหน่วยงานจัดตั้งพิพิธภัณฑ์หรือจัดแสดงนิทรรศการทางประวัติศาสตร์ให้มีพื้นที่การเรียนรู้จากประวัติศาสตร์

จัดตั้งหอจดหมายเหตุสุขภาพไทย เก็บรักษาเอกสารสำคัญ การอนุรักษ์อาคารเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีการวิจัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สุขภาพ จัดทำหนังสือประวัติศาสตร์สาธารณสุข ผลิตสื่อเอกสารและสารคดีที่มีคุณค่าเผยแพร่ นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมในส่วนภูมิภาคทั้ง 12 เขตสุขภาพหมุนเวียนกันทุกเดือน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ เช่น การปรับปรุงโรงพยาบาลทั่วประเทศให้มีภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้ป่วย การจัดนิทรรศการ การรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในโอกาสที่ก้าวเข้าสู่วาระ100 ปี ของการสาธารณสุขไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน “ต้นการบูร” ให้เป็นต้นไม้ประจำกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เนื้อไม้สีน้ำตาลปนแดง เมื่อนำมากลั่นแล้วจะได้ “การบูร” ทุกส่วนมีกลิ่นหอม มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ ยาระงับประสาท แก้โรคตา แก้เลือดลม แก้ปวดฟัน แก้ไอ แก้ปวดท้อง กล็ดของการบูร ใช้ทาแก้โรคผิวหนัง ผดผื่นคัน

Add new comment