สธ.ประกาศมาตรการปลอดภัยใน รพ.สต. ‘จัดบริการนอกเวลาตามจำเป็น-จนท.ชายขึ้นเวรคู่’

Mon, 2018-01-15 09:26 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข กำชับผู้บริหารในภูมิภาคทั่วประเทศ ทบทวนมาตรการความปลอดภัยสถานบริการในความรับผิดชอบ พร้อมปรับให้สอดคล้องตามบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลเสี่ยงเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งทรัพย์สินของทางราชการ พร้อมออกมาตรการ 7 ข้อ เพิ่มความปลอดภัยในสถานบริการ โดยเฉพาะ รพ.สต.

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2561 พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้หารือมาตรการความปลอดภัยในสถานบริการสาธารณสุข เพื่อป้องกันการเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งทรัพย์สินของทางราชการ โดยให้ผู้บริหารในพื้นที่ ประกอบด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ ทบทวนมาตรการที่มีอยู่ ปรับให้สอดคล้องตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ หากพื้นที่ใดมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับพื้นที่ หรือต้องการสนับสนุนจากส่วนกลางเป็นการเฉพาะ ให้แจ้งได้ที่ผู้ตรวจราชการประจำเขตสุขภาพได้ทันที เพื่อให้จัดบริการประชาชนได้ครอบคลุมทั้งในและนอกเวลาราชการ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนผู้มารับบริการ มีความปลอดภัย

สำหรับมาตรการความปลอดภัยที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เพิ่มมาตรการให้สถานบริการในสังกัด โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่อยู่ห่างไกล มี 7 ข้อ ประกอบด้วย

1.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/โรงพยาบาลแม่ข่าย จัดให้มีระบบป้องกัน ระบบเตือนภัย เช่น กล้องวงจรปิด กริ่งสัญญาณ เป็นต้น

2.คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ วิเคราะห์พื้นที่เพื่อกำหนดการจัดเวรนอกเวลาราชการ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนตามบริบทของแต่ละพื้นที่

3.ส่งเสริมการใช้ช่องทาง สายด่วน 1669 ป้ายประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการเข้ารับบริการ รวมทั้งการมาติดต่อนอกเวลาราชการควรมีญาติมาด้วย

4.จัดเจ้าหน้าที่ชายหรือจัดระบบการขึ้นเวรคู่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ จิตอาสา อสม. ญาติ เพื่อนบ้านใกล้เคียงสถานบริการ

5.จัดให้มีระบบเวรยามรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ทั้งนี้ อาจดำเนินการร่วมกับ ภาคีเครือข่าย อบต.เทศบาล ผู้นำ กู้ชีพ กู้ภัย จิตอาสา ตำรวจ เป็นต้น

6.จัดหาป้อมยามชุมชนให้อยู่ใกล้ๆ หรือจัดระบบเชื่อมโยงที่ติดต่อได้

7.สร้างรั้วชุมชน สัมพันธภาพเพื่อนบ้าน

สำหรับการจัดบริการนอกเวลาราชการให้แต่ละพื้นที่พิจารณาตามความจำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย

Add new comment