แม่น้องอั่งเปาเผยสิทธิบัตรทองช่วยลูกป่วยโรคคาวาซากิ ช่วยลดภาระครอบครัวจากยาหลักแสน

แม่น้องอั่งเปา เผย สิทธิบัตรทองช่วยลูกป่วย “โรคคาวาซากิ” เข้าถึงการรักษา หลังช็อคค่ายา IVIG ค่ารักษาหลักแสนบาท ทั้งยังใช้สิทธิรักษาผลข้างเคียงต่อเนื่อง ระบุรู้สึกโชคดีที่เป็นคนไทย มีหลักประกันสุขภาพแห่งชาติคุ้มครอง ครอบครัวไม่กระทบจากภาระค่ารักษาโรคค่าใช้จ่ายสูง

นางสาวิตรี เจริญสิทธิและครอบครัว

นางสาวิตรี เจริญสิทธิ แม่น้องอั่งเปา อายุ 1 ปี ป่วยด้วยโรคคาวาซากิ เข้ารับการรักษาด้วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา น้องอั่งเปามีอาการไข้สูงถึง 39-40 องศาไม่ลดลงเลย ต้องกินยาลดไข้สูงทุก 4 ชั่วโมงต่อเนื่อง ต่อมาปากเริ่มแดงและแห้งมาก ซ้ำมีจุดแดงๆ ขึ้นที่ผิวหนังตามตัว โดยได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยและตรวจเลือดเพื่อยืนยัน พบว่าน้องป่วยเป็นโรคคาวาซากิ ต้องใช้ยาอิมมูโนโกลบูลิน (intravenous immunoglobulin หรือ IVIG) รักษาที่แพงมาก เมื่อรับทราบค่ายาจากคุณหมอรู้สึกช็อกมาก เฉพาะราคายาที่ใช้แพงมาก ค่ารักษาตกหลักแสนบาท และคุณหมอเห็นคุณแม่เครียดจึงบอกว่า โรคนี้สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ครอบคลุมการรักษารวมถึงยาที่ต้องใช้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้สิทธิบัตรทองในการรักษา จากนั้นได้เข้ารักษาต่อที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

เมื่อถึงสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ปกติการใช้สิทธิบัตรทองในกรณีที่ไม่ได้ลงทะเบียนสิทธิที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ การใช้สิทธิบัตรทองรักษาได้ต้องเป็นการส่งต่อรักษาจากหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น กรณีของน้องจึงต้องไปเริ่มต้นสิทธิที่หน่วยบริการต้นสังกัดก่อน แต่อาการขณะนั้นค่อนข้างแย่ ทั้งเป็นเด็กเล็กมาก หากเดินทางไปมาคงไม่ไหว เบื้องต้นจึงคิดยอมที่จะจ่ายค่ารักษาเอง แต่บังเอิญที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งขาติฯ มีพยาบาลเคยมีลูกที่ป่วยด้วยโรคนี้มาก่อนจึงแนะนำให้โทรสอบถามไปยัง สปสช.ว่า ในกรณีนี้พอจะทำอย่างไรได้บ้าง นับเป็นโชคดีของน้องที่ยังคงเป็นสิทธิว่าง ไม่เคยใช้สิทธิรักษาที่ไหนมาก่อน ซึ่งตามหลักเกณฑ์การใช้สิทธิบัตรทองครั้งแรกสามารถเข้ารับการรักษาที่หน่วยบริการใดก็ได้ ทำให้ลูกสามารถเข้ารักษาโดยใช้สิทธิที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ ได้ รวมถึงการเบิกจ่ายยา IVIG

“พอฟังค่ายารักษาโรคนี้แล้ว รู้สึกช็อค หน้ามืด น้องแข็งแรงมาตลอด ทำไมต้องป่วยด้วยโรคนี้ ช่วงลูกเกิดยังทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันเอกชนไว้ให้ เพื่อความอุ่นใจหากเจ็บป่วย แต่สิทธิประโยชน์ที่มีกลับไม่ครอบคลุมถึงยารักษาโรคนี้ โชคดีที่มีสิทธิบัตรทองรักษาได้ เพราะค่ายาที่แพงมากหลักแสนบาท ไม่รวมค่ารักษาพยาบาลอื่น ในฐานะคนทำงานเป็นพนักงานกินเงินเดือน คงเดือดร้อนและมีผลกระทบกับครอบครัวแน่นอน” นางสาวิตรี กล่าวและว่า แม้แต่คุณหมอ รพ.เอกชน ที่ดูน้องช่วงแรกยังบอกด้วยว่า โชคดีที่เราเป็นคนไทย คนไทยมีบัตรทอง บัตรทองช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้ได้ ทำให้รู้สึกว่าวันนี้โชคดีที่มีสิทธิบัตรทอง เพราะช่วยรักษาลูกได้และครอบครัวไม่ต้องเดือดร้อนจากภาระค่ารักษาพยาบาลโรคค่าใช้จ่ายสูง

นางสาวิตรี กล่าวว่า ทันทีที่ลูกได้รับยา IVIG ทางหลอดเลือด จากเดิมที่ลูกนอนซมอยู่สามารถลุกขึ้นมานั่งได้ ในฐานะคนเป็นแม่เมื่อเห็นลูกที่นอนป่วย อาการดีขึ้นรู้สึกดีใจมาก เห็นลูกปลอดภัยก็รู้สึกโล่งใจ แม้ว่าโรคนี้จะยังมีผลข้างเคียง เนื่องจากเป็นเชื้อที่ทำลายหลอดเลือดหัวใจ ทำให้ลูกต้องรับการรักษาต่อเนื่องและยังต้องกินยาแอสไพรินทุกเช้า โดยลูกได้ขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิที่ รพ.กระทุ่มแบน และส่งต่อรักษาต่อเนื่องที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ โดยครั้งหน้าจะเป็นการตรวจเอคโค่หัวใจ ทั้งหมดนี้เป็นการใช้สิทธิบัตรทองรักษา

“หากถามว่ามองอย่างไรกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พอเจอเหตุการณ์นี้กับลูก เรารอดเพราะหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพราะระบบบัตรทองจริงๆ แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้ยินคนพูดว่าบัตรทองไม่ดี ไม่มีคุณภาพ แต่จากเหตุการณ์นี้ลูกหายป่วยจากโรคคาวาซากิได้ด้วยบัตรทอง แม้จะเป็นโรคค่าใช้จ่ายสูงมาก ส่วนตัวจึงมองว่าบัตรทองเป็นระบบที่ดี นอกจากให้ความคุ้มครองการรักษาแล้ว ยังช่วยครอบครัวไม่ต้องเป็นหนี้จากค่ารักษาพยาบาล” นางสาวิตรี กล่าว

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ยา IVIG ที่ใช้รักษาโรคคาวาซากิ แต่เดิมเป็นยานำเข้าและมีราคาแพงมากอยู่ที่หลักหมื่นบาทต่อขวด ปริมาณการใช้ยาจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้ป่วย ทำให้ค่ารักษาโรคนี้สูงถึงนับหลักแสนบาท แต่จากความร่วมมือสภากาชาดไทย และ สปสช.ในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาสภากาชาดไทยในปี 2557 เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา โดยยา IVIG เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์จากความร่วมมือในครั้งนั้น ทำให้ยา IVIG มีราคาลดลงจากเดิมขวดละ 10,000 บาท ปัจจุบันเหลือเพียงขวดละ 3,000 บาทเท่านั้น ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น ซึ่งกรณีของผู้ป่วยเด็กรายนี้ที่ป่วยด้วยโรคคาวาซากิ เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคค่าใช้จ่ายสูงที่สิทธิประโยชน์บัตรทองครอบคลุมดูแล ซึ่งเกิดจากการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 15 ปี โดยความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงนับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ได้ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ข่าวล่าสุด

กลับด้านบน