พยาบาลขึ้น ผอ.รพ.สต. ใกล้เป็นจริง เหลือแค่รอจัดคนลงตามกรอบให้เสร็จ

Fri, 2018-05-04 15:50 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ประธานชมรม พว.รพ.สต. ชี้พยาบาลขึ้นตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ.สต. ใกล้เป็นความจริง เหลือแค่รอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดกำลังคนลงตามกรอบให้เสร็จเท่านั้น คาดใช้เวลาอย่างมากอีก 2 เดือน

นายภาคภูมิ สายหยุด ประธานชมรมพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งประเทศไทย (พว.รพ.สต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ.สต. ของพยาบาลวิชาชีพโดยไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่ง ตามโครงสร้างและกรอบอัตรากำลังซึ่งอนุมัติเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2560 ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนและทีมงานได้เข้าพบ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อทวงถามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว โดย พญ.พรรณพิมล ได้แจ้งว่าแม้จะมีโครงสร้างฯแล้ว แต่ยังติดปัญหาเนื่องจากอยู่ระหว่างรอจัดอัตรากำลังคนลงตามกรอบโครงสร้าง จึงยังไม่สามารถส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ได้

อย่างไรก็ดี ทาง พญ.พรรณพิมล ได้แจ้งว่าหากจัดคนลงกรอบเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของกฎ ก.พ. ที่ขัดกับโครงสร้าง ทาง ก.พ.จะแก้กฎหมายให้โดยอัตโนมัติ ให้ขึ้นตามโครงสร้างและกรอบอัตรากำลังคนฉบับวันที่ 14 มิ.ย. 2560

นายภาคภูมิ กล่าวอีกว่า แม้จะไม่มีการกำหนดเวลาว่าต้องส่งเรื่องให้ ก.พ. เมื่อใด แต่ส่วนตัวคิดว่าคงใช้เวลาไม่น่าจะนาน อย่างมากน่าจะประมาณ 2 เดือน เพราะการจัดอัตรากำลังคนลงตามกรอบเป็นเรื่องที่ทำมานานแล้ว หากหาคนลงตามกรอบอัตรากำลังจริงๆ คงหาไม่ได้เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่ากระทรวงสาธารณสุขยังขาดแคลนบุคลากรอีกมาก เอาแค่จัดให้คนที่มีในปัจจุบันให้ใกล้เคียงตามกรอบให้มากที่สุดก่อน ซึ่งทางชมรม พว.รพ.สต.ก็จะพยายามติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพราะเป็นเรื่องของความก้าวหน้า ขวัญและกำลังใจของพยาบาลใน รพ.สต.ทั่วประเทศ

“ก่อนหน้านี้หลายคนอาจสงสัยว่าโครงสร้างออกมาแล้วทำไมยังขึ้น ผอ.ไม่ได้สักที เราก็ต้องตามต่อ ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ สิ่งที่พยาบาล รพ.สต.เรียกร้องได้ดำเนินการมา 80-90% แล้ว เหลืออีกนิดเดียวก็ใกล้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว” นายภาคภูมิ กล่าว

Comments

Submitted by Anonymous on
ไม่เห็นจะคืบหน้าเลย กี่ปีๆก็ไม่ได้รับการแก้ไข เบื้องบนทำงานกันบ้างหรือเปล่า

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม