นพ.อิศรางค์ นุชประยูร : เนื้อสัตว์เป็นสารก่อมะเร็ง ?

Thu, 2018-05-24 14:52 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ในที่สุด องค์การอนามัยโลกก็สรุปแล้วว่า เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น เบค่อน แฮม ไส้กรอก เป็นสารก่อมะเร็ง เช่นเดียวกับบุหรี่ แร่ใยหิน เหล้า และสารหนู ส่วนเนื้อแดง คือ เนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อหมูนั้น น่าจะเป็นสารก่อมะเร็ง

องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า บัดนี้ มีหลักฐานชัดเจนพอเพียงที่จะสรุปได้แล้วว่า เนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งหมายถึงเนื้อรมควัน เนื้อเค็ม หรือผ่านการถนอมอาหารแบบอื่น เหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 คือ มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างแน่นอน ส่วนเนื้อแดงทั้งหลาย ถูกจัดว่าเป็น สารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 2 เอ คือ น่าจะเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมาก ในขณะที่เนื้อไก่ เนื้อปลา ไม่สัมพันธ์กับมะเร็งเลย

ข้อสรุปนี้หมายความว่า ผู้ที่กินเนื้อแปรรูปจำพวก เบค่อน แฮม ไส้กรอก ยิ่งมากเท่าไร ก็จะเสี่ยงเป็นมะเร็งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว คำนวณว่าความเสี่ยงมะเร็งลำไส้เพิ่มขึ้น 18% ต่อการกิน 50 กรัมต่อวัน

ชาวตะวันตกกินเนื้อมากกว่าชาวเอเชีย ประชากรของประเทศตะวันตก และออสเตรเลีย จึงมีอัตราการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ สูงกว่าประเทศในแถบเอเชีย IARC ใช้เวลาพิจารณาเป็นปี กว่าจะได้ข้อสรุปนี้ แน่นอนว่าทำให้อุตสาหกรรมอาหารเดือดร้อน และออกมาคัดค้านว่า เนื้อสัตว์จะมีอันตรายเทียบเคียงกับบุหรี่ได้อย่างไร?

การกินเนื้อสัตว์ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันอันตรายเท่าบุหรี่ บุหรี่อันตรายกว่ามาก การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง 20-200 เท่า และก่อให้เกิดมะเร็งปอด และมะเร็งอื่นอีกหลายชนิด ถ้าจะลดจำนวนคนเป็นมะเร็ง การลงทุนลงแรงรณรงค์ ไม่ให้คนเข้าถึงบุหรี่จะมีประสิทธิภาพกว่ามาก รองลงมาคือการงดเหล้า และลดน้ำหนัก

องค์กรด้านมะเร็งอื่น ๆ ทั่วโลก รวมทั้ง องค์กรวิจัยมะเร็งสหราชอานาจักร Cancer Research UK และ เพื่อนมะเร็งไทย ต่างก็เห็นดีด้วยกับข้อสรุปของ IARC

อย่างไรก็ดี การงดเนื้อสัตว์ ไม่สามารถป้องกันมะเร็งได้อย่างชะงัด อย่างมากก็แค่ลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ไม่ลดความเสี่ยงมะเร็งอื่น ดังนั้นถ้าชอบกิน ก็ควรกินต่อไป แต่ลดลงมาบ้าง แล้วกินผักเพิ่ม ผลไม้เยอะ ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะกินเนื้อแดง ซึ่งหมายถึง เนื้อวัว หมู และแกะ ไม่เกินครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์

ที่ไม่แนะนำให้งดทั้งหมด ก็เพราะว่าเนื้อก็มีประโยชน์ด้านอื่น เนื้อแดง เป็นแหล่งสำคัญ ของธาตุเหล็ก ป้องกันเลือดจาง เช่นเดียวกับเลือด และตับ และเนื้อสัตว์ก็เป็นแหล่งโปรตีน ที่สำคัญ และครบถ้วน

เราอาจจะลองงดกินเนื้อ ดูสักพักกันก็ได้ หลายคนเคยลองแล้ว ก็พบว่าก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ แล้วในที่สุดก็เลิกอยากกินไปเอง แต่ถ้าไม่ใช่ทางของเรา ก็ไม่จำเป็นต้องทรมานตัวเอง จงอยู่อย่างมีความสุข ให้รางวัลตัวเองบ้าง แล้วพาตัวเองไปตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยการส่องกล้องทางทวารหนักทุก 5 ปี ถ้าเป็นมะเร็งก็จะเจอในระยะเริ่มแรก ตัดออกก็หาย ถึงแม้เลือกงดกินเนื้อสัตว์ ก็พึงตรวจกรองหามะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 50 ปีทุกคนเช่นเดียวกัน...

ผู้เขียน : ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร ที่ปรึกษาชมรมเพื่อนมะเร็งไทย

ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร

Add new comment