กรมการแพทย์ให้ รพ.ในสังกัดเลิกใช้ถุงพลาสติกใส่ยา 1 ต.ค.นี้ รณรงค์ใช้ถุงผ้าแทน

อธิบดีกรมการแพทย์เผยสถาบัน/ รพ.ของกรมการแพทย์ ใช้ถุงพลาสติกใส่ยาปีละกว่า 9 ล้านใบ ร่วมรณรงค์รักษ์โลก กำหนด 1 ตุลาคม 2561 ยกเลิกถุงพลาสติกใส่ยาทุกหน่วยงานในสังกัด พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนผู้รับบริการนำถุงผ้ามาใส่ยาช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน ลดค่าใช้จ่าย และประชาชนมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 ที่กรมการแพทย์ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าว “กรมการแพทย์รักษ์โลก พกถุงผ้าใส่ยากลับบ้าน” ว่า ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาสำคัญของโลกและประเทศไทย องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งในปี 2561 ประเด็นหลักในการรณรงค์ คือ “Beat Plastic Pollution” และกำหนดคำขวัญว่า “รักษ์โลก เลิกพลาสติก” (If You Can’t Reuse It, Refuse It)

โดยสาเหตุของปัญหาดังกล่าว คือ การใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้คุณค่า ปัญหามลภาวะทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ตลอดจนปัญหาจากขยะ เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม แก้วกระดาษ เป็นต้น ซึ่งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจนก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะถุงพลาสติกต้องใช้เวลากว่า 450 ปี ในการย่อยสลาย

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงกำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป สถาบัน/โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งต้องยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกใส่ยา พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนผู้รับบริการให้นำถุงผ้ามาใส่ยาเพื่อรณรงค์ให้มีการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้องลดปัญหาภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อถุงพลาสติกสำหรับใส่ยาให้แก่ผู้ป่วย ตลอดจนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลการใช้ถุงพลาสติกใส่ยาของหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ ปี 2560 พบว่า มีจำนวน 9,010,164 ใบ หากมีการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลงจะช่วยลดปัญหาขยะและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ที่ผ่านมาสถาบัน/โรงพยาบาลของกรมการแพทย์ จำนวน 30 แห่ง ได้เริ่มดำเนินการยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกใส่ยาไปแล้ว จำนวน 18 แห่ง อาทิ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ จังหวัดชลบุรี โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่นสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ สถาบันประสาทวิทยา สถาบันโรคทรวงอก เป็นต้น และอยู่ในระหว่างดำเนินการ จำนวน 12 แห่ง

โดยได้จัดกิจกรรมรณรงค์ขอความร่วมมือจากประชาชนผู้มารับบริการและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงพยาบาลเป็นผู้ให้ข้อมูล ป้ายประกาศหน้าห้องจ่ายยานอกจากนี้ยังได้แจกถุงผ้าให้แก่ผู้ป่วยและแนะนำให้นำถุงผ้ามาใส่ยาเมื่อมาพบแพทย์ทุกครั้ง พร้อมจำหน่ายถุงผ้า ตลอดจนจิตอาสามาช่วยเย็บถุงผ้าจากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งในขณะนี้ บางหน่วยงานยังคงมีถุงพลาสติกใส่ยาให้อยู่โดยควบคู่ไปกับการรณรงค์ขอความร่วมมือ แต่เมื่อถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2561 สถาบัน/โรงพยาบาลของกรมการแพทย์ทุกแห่งจะดำเนินมาตรการยกเลิกถุงพลาสติกใส่ยาพร้อมกันทั้งหมด

ทั้งนี้ จากการสำรวจและจัดทำแบบสอบถามภายหลังดำเนินกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ปี 2560 – 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนเข้าใจ เห็นด้วยกับมาตรการนี้ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และที่สำคัญกรมการแพทย์สามารถประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อถุงพลาสติกใส่ยาได้อีกด้วย

จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้มารับบริการจากสถาบัน/โรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ทุกแห่ง นำถุงผ้าหรือถุงใส่ของมาจากบ้านเพื่อใช้ใส่ยากลับบ้านแทนถุงพลาสติก หรือหากประสงค์ที่จะบริจาคถุงผ้าสามารถติดต่อได้ที่งานเภสัชกรรมทุกหน่วยงานของกรมการแพทย์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม และบรรเทาผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

ชาวบ้าน • 2018-06-04, 20:01
ผมพาญาติผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลชุมชนของรัฐตามหมอนัดบ่อย ๆ..... โรงพยาบาลชุมขนที่รณรงค์ให้ผู้ป่วยพกถุงผ้าใส่ยากลับบ้านมานานเป็นปีแล้ว..... ปัญหาที่ผมพบเห็นบ่อย ๆ คือผู้ป่วยบางท่านพกถุงผ้าใบเดิม ๆ มาใส่ยากลับบ้าน..... ถุงผ้าเก่า ๆ ที่ไม่ได้ซัก เปื้อนน้ำแกง เปื้อนน้ำมูก น้ำหมาก และอีกสารพัดน้ำฯลฯ...... ถุงผ้าที่พกมาแล้วก็วางบนเก้าอี้บนม้านั่งรอพบหมอหน้าห้องตรวจโรคร่วมกับผู้ป่วยอื่น ๆ....... เก้าอี้ม้านั่งที่ผู้ป่วยหลาย ๆ ท่านนั่งสลับกันคนแล้วคนเล่า อาจจะเปื้อนน้ำมูก น้ำเหลือง น้ำหนอง สารคัดหลั่งต่าง ๆ ที่อาจจะมีเชื้อโรคปะปนอยู่ด้วย..... ถุงผ้าเปื้อนและเก็บน้ำและสารคัดหลั่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ง่าย และอาจจะนำเชื้อโรคไปพร้อมกับถุงผ้าเปื้อนฯ ไปฝากตัวเองหรือคนใกล้ชิดได้..... โรงพยาบาลต่าง ๆ ที่รณรงค์ "พกถุงผ้าใส่ยากลับบ้าน"ก็ควรจะมีมาตรการมีวิธีปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยในการใช้และดูแลถุงผ้าอย่างรัดกุม...... ป้องกันไม่ให้ถุงผ้าใส่ยากลายเป็นสาเหตุเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นตัวนำเชื้อโรคแพร่กระจายไปสู่ผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชน...... ผมอาจจะวิตกเกินเหตุ แต่มันก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้.

ความคิดเห็นล่าสุด

kriangkrai
1 วัน 14 ชั่วโมง ago
วัชรา
2 วัน 12 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

kriangkrai
1 วัน 14 ชั่วโมง ago
วัชรา
2 วัน 12 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน