คลังออกกฎยกเว้นภาษีฝากครรภ์-คลอดบุตร จูงใจคนไทยมีลูกมากขึ้น

กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงยกเว้นค่าฝากครรภ์ ค่าคลอดบุตร รวมแล้วไม่เกิน 6 หมื่นบาท ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนไทยมีลูกมากขึ้น หลังอัตราการเกิดของประชากรลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น หวั่นกระทบการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวง ฉบับที่ 338 (พ.ศ. 2561) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 44 ก ซึ่งลงนามโดย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ ระบุว่า

“โดยที่ประเทศไทยมีอัตราการเกิดของประชากรลดลง ทำให้มีประชากรวัยแรงงานลดลงและอัตราส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีเงินได้มีบุตรเพิ่มมากขึ้น อันจะส่งผลให้โครงสร้างประชากรของประเทศมีความเหมาะสมกับการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต สมควรกำหนดให้เงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสได้จ่ายเป็นค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรของตนตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินหกหมื่นบาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้”

สำหรับเนื้อหากฎกระทรวงระบุว่า

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2513 และมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (99) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

“(99) เงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสได้จ่ายเป็นค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรของตนตามจำนวนที่จ่ายจริงสำหรับการตั้งครรภ์แต่ละคราวแต่ไม่เกินหกหมื่นบาท หากการจ่ายค่าฝากครรภ์ และค่าคลอดบุตรสำหรับการตั้งครรภ์แต่ละคราวมิได้จ่ายในปีภาษีเดียวกัน ให้ได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริงในแต่ละปีภาษี แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินหกหมื่นบาท ทั้งนี้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด”

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

...น้อยไป • 2018-07-05, 11:20
รัฐบาลสิงคโปร์ออกมาตรการสร้างแรงจูงใจเพิ่มประชากร ประกาศอัดฉีดโบนัสเงินสดเพิ่ม ให้สิทธิสามีลาเฝ้าภรรยาคลอดบุตร.... รัฐบาลสิงคโปร์รุกคืบมาตรการเพิ่มจำนวนประชากร และลดการพึ่งพาชาวต่างชาติ ประกาศแผนโครงการเพิ่มแรงจูงใจประชากรให้มีบุตรเพิ่ม...... พ่อแม่ชาวสิงคโปร์ที่ให้กำเนิดบุตร ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.2555 รัฐบาลจะให้เงินสด 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 147,000 บาท) ต่อบุตรเกิดใหม่ 1 คน หรือเพิ่มขึ้นจากมาตรการก่อนหน้านี้ 50% และสิทธินี้จะใช้สำหรับบุตร 2 คนแรกเท่านั้น...... ส่วนแผนกระตุ้นใหม่ หากพ่อแม่ ซึ่งอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวสิงคโปร์ มีลูกคนที่ 3 และคนที่ 4 รัฐบาลจะจ่ายเงินสดให้ 8,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อบุตร 1 คน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงดูเด็กที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น...... นอกจากนี้ ยังให้สามีลาหยุดเพื่อดูแลภรรยายหลังคลอดบุตรได้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และสามารถลาต่อได้อีก1 สัปดาห์ โดยหักออกจากวันลาคลอดของภรรยาที่ได้สิทธิลา 16 สัปดาห์ และจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2556 เป็นต้นไป...... ปัจจุบันสิงคโปร์ ซึ่งต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ ในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศ มีประชากรประมาณ 5.3 ล้านคน เป็นพลเมืองสิงคโปร์ราว 3.3 ล้านคน ส่วนที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ..... ขณะที่จากสถิติ พบว่า ปี 2554 อัตราการเกิดของสิงคโปร์อยู่ที่ 1.20 คนต่อผู้หญิง 1 คน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 2.1 คน..... ทั้งนี้ สำนักงานประชากรและความสามารถพิเศษของสิงคโปร์ คาดว่า ภายในปี 2573 สิงคโปร์จะมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วนราว 20%ของประชากรทั้งประเทศ..... http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/486865

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน