บัญชีกลางแจงปรับเกณฑ์เบิกยามะเร็ง เพื่อใช้ยาสมเหตุผล ผู้ป่วยปลอดภัย เหตุเป็นยาอันตราย

Thu, 2018-07-26 11:27 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมบัญชีกลางชี้แจงหลักการและเหตุผลในการกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ายารักษาโรคมะเร็งและโลหิตวิทยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ระบุเพื่อให้เกิดการใช้ยาสมเหตุสมผล คุ้มค่า เกิดประโยชน์และปลอดภัยกับผู้ป่วย เนื่องจากยากลุ่มดังกล่าวมีความเหมาะสมสำหรับการรักษาเฉพาะบางโรค บางกรณี เท่านั้น และเป็นยาอันตรายซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยาหรืออาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้อีกด้วย

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กรมบัญชีกลางได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา (ระบบ OCPA) ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล คุ้มค่า เกิดประโยชน์และปลอดภัยกับผู้ป่วย เนื่องจากยากลุ่มดังกล่าวมีความเหมาะสมสำหรับการรักษาเฉพาะบางโรค บางกรณี เท่านั้น และเป็นยาอันตรายซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยาหรืออาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ หากใช้ยากับผู้ป่วยที่มีภาวะไม่เหมาะสม เช่น ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยที่มีร่างกายอ่อนแอมาก ๆ อาจเกิดอันตรายกับผู้ป่วยได้ เนื่องจากยากลุ่มนี้เป็นยาที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะใช้หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ายาที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้เดิม (หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.2/ว 111 ลงวันที่ 24 กันยายน 2555)

ทั้งนี้ ในการปรับปรุงหรือกำหนดรายการยาและเงื่อนไขข้อบ่งชี้สำหรับการเบิกจ่ายค่ายามะเร็งฯ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงดำเนินการโดยมีคณะทำงาน ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองข้อมูลวิชาการทางการแพทย์ พร้อมทั้งเสนอแนวทางพัฒนาระบบการเบิกจ่ายค่ายาดังกล่าว โดยคณะทำงานได้เห็นควรกำหนดห้ามเบิกจ่ายค่ายาที่มีราคาสูงบางรายการ ซึ่งเป็นยาที่สามารถใช้ยาอื่นหรือการรักษาอื่นทดแทนได้ และมีผลการรักษาที่ใกล้เคียงกันหรือไม่แตกต่างกัน โดยผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการยังคงได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ตามความเหมาะสม และจำเป็น แต่เพื่อลดผลกระทบจากการกำหนดมาตรการ จึงกำหนดเป็นรายการยาที่ยังคงให้เบิกจ่ายได้ แต่ในกรณีการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก ผู้มีสิทธิต้องทดรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วนำใบเสร็จรับเงินไปเบิกกับต้นสังกัด ทั้งนี้ ใช้บังคับเฉพาะผู้ป่วยรายใหม่ สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาและเบิกจ่ายตรงก่อน 14 กุมภาพันธ์ 2561 ยังคงเบิกจ่ายตรงได้เช่นเดิม อีกทั้งคณะทำงาน ได้พิจารณาเห็นควรปรับปรุงรายการและเงื่อนไขข้อบ่งชี้ในการเบิกจ่ายค่ายาในระบบ OCPA และในกรณีที่มียาซึ่งสามารถใช้ทดแทนได้ในการรักษาโรคหรือข้อบ่งชี้เดียวกัน ให้มีการต่อรองราคาเพื่อคัดเลือกยาเข้าระบบ OCPA เพียงรายการเดียว เพื่อให้กรมบัญชีกลางมีอำนาจในการต่อรองราคาทำให้ผู้ป่วยทั้งสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ผู้ป่วยสิทธิอื่น รวมถึงผู้ป่วยที่จ่ายเงินเอง ได้รับประโยชน์ในการเข้าถึงยาได้มากกว่า เนื่องจากยาบางรายการสามารถลดราคาได้มากกว่า 50%

การปรับปรุงระบบ OCPA ได้มีการปรับเพิ่มรายการยาในระบบดังกล่าว จากเดิม มียา 6 รายการ เป็น 9 รายการ และเพิ่มเงื่อนไขและข้อบ่งชี้ในการใช้ยา จากเดิม 7 โรค เพิ่มเป็น 17 โรค ซึ่งจากการปรับเพิ่มรายการแล้ว ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น ประมาณ 1.5 เท่า สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด และเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

นอกจากนี้ การกำหนดรายการยาในระบบ OCPA จำนวน 6 รายการ เป็นยาที่กำหนดไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี จ(2) ด้วย เพียงแต่ข้อบ่งชี้ในการเบิกจ่ายในระบบ OCPA กำหนดไว้มากกว่า ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้มากยิ่งขึ้น เช่น ยา Rituximab ข้อบ่งชี้ในการเบิกจ่ายที่กำหนดในระบบ OCPA ได้แก่ Diffuse large B cell lymphoma (DLBCL) Follicular lymphoma Mantle cell lymphoma Chronic lymphocytic leukemia และ Marginal zone lymphoma ส่วนกำหนดใช้ในข้อบ่งชี้บัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี จ(2) มีเพียง Diffuse large B cell lymphoma (DLBCL) เท่านั้น

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวในตอนท้ายว่า กรมบัญชีกลางดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและโลหิตวิทยาซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ดำเนินการภายใต้คณะทำงานที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลในการใช้ยา สอดคล้องกับวิวัฒนาการทางการแพทย์ เกิดประโยชน์ และที่สำคัญคือต้องมีความปลอดภัยกับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วย และการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว ผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการ ยังคงสามารถเข้าถึงยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติได้ หากมีความจำเป็นทางการแพทย์ ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด (ว 111)

Comments

Submitted by copyจากpantip on
"...เราเป็นผู้ป่วย มะเร็งเต้านม ระยะแพร่กระจายไปกระดูกสันหลัง ขอมาตอบเองหน่อยค่ะ ว่า...... การมีทางเลือกในการใช้ตัวยาที่ดีที่สุด โดยไม่มีขีดจำกัดของงบ จากกองบัญชีกลาง หรือการให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดมารักษา...... ซึ่งมาพร้อมราคาที่แพงขึ้นนั้น สามารถซื้อเวลาการมีชีวิตอยู่ได้จริงค่ะ ....... เรารู้ได้อย่างไร ?....... เราอาศัยอยู่ในอิตาลีค่ะ ตอนเราพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมนั้น ทางโรงพยาบาลที่นี่ ไม่มีขีดจำกัดของงบประมาณที่จะรักษาคนไข้นะคะ....... หมายถึง ยาอะไร ที่คนไข้ต้องใช้ ถึงจะราคาแพง เข็มละเป็น แสน ยากินกล่องละเป็นหมื่นๆ หรือถ้าคุณต้องเข้าใช้เครื่องสแกนใดๆ...... คุณก็จะได้ใช้ค่ะ และที่สำคัญฟรีค่ะ เพราะนี่คือสวัสดิการ...... (ขอไม่ดราม่า เรื่อง ใช่ซี้ ก็ที่นู้นเค้าเก็บภาษีแพง จะมาเทียบกับบ้านเราได้ยังไง เราคิดว่าขึ้นอยู่กับการบริหารเงินของรัฐบาลมากกว่า อันนี้ความ เห็นส่วนตัวนะคะ )...... และที่นี่เรื่อง สิทธิมนุษยชน ของคนไข้จริงจังมาก....... ทุกคนมีสิทธิมีชีวิตอยู่!!! แม้กระทั่ง คนอพยพจากสงคราม หรือ โฮมเลส คุณเข้าถึงสิทธินี้ได้ไม่มีแบ่งแยกนะคะ ตอนเรากลับไทย เราได้นำยาที่เราต้องใช้ฉีดไปด้วย เราจึงต้องไปฉีดที่โรงพยาบาลที่เรามีสิทธบัตรทอง........ คุณหมอมะเร็งที่เรามีสิทธิบัตรทอง พูดเองเลยค่ะว่า โอ้โห ที่นั่น (อิตาลี) เค้า ให้ยานี้รักษาเลยเหรอ เธอรู้ไหมเข็มละเท่าไหร่ ? .......นี่มันเข็มละ สามแสนเลยนะ ....... ถ้าเรารักษามะเร็งที่ไทยตอนนี้ หมอบอกกับเราเลยว่าเราจะได้ยาที่มีลิมิต เพดานการรักษา นั่นก็หมายถึง การยืดเวลาของเราในการมีชีวิตอยู่ อาจจะสั้นลง....... เราเข้าใจถึงสิ่งที่เจ้าของกระทู้ และคุณ แม่มาแล้วจ้า พยายามจะสื่อนะคะ แล้วก็ขอขอบคุณมากๆที่มี กระทู้ดีๆมาแชร์กัน....... ฝากถึง คอมเม้นท์ที่ (3-1/ 3-2) ด้วยนะคะ ว่า เมื่อไหร่ที่เกิดกับตัวคุณเอง คุณจะไม่มีความคิดอย่างนี้ ........ If you want to be something..... BE KIND ....... ขอบคุณค่ะ....... สมาชิกหมายเลข 3967878 https://pantip.com/topic/37892248/comment171

Add new comment