นพ.ธีระ วรธนารัตน์ : แนวคิดประชาชนเพื่อแก้ปัญหาโรคไม่ติดต่อ

Fri, 2018-08-03 09:04 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สาระที่น่าสนใจนี้ได้สกัดมาจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย วันที่ 1 สิงหาคม 2561

หนึ่ง หน่วยงานรัฐนั้นมีลักษณะตามธรรมชาติคือ การทำงานภายใต้กฎเกณฑ์ ระเบียบ พันธกิจ บทบาทหน้าที่ที่ถูกกำหนดไว้ โดยทรัพยากรที่มีทั้งคนเงินของก็จะเป็นไปตามแผนที่นำเสนอ หากจะทำอะไรเกินกว่านั้น ก็จะประสบปัญหาเสมอ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจ หากเราจะเห็นองคาพายพของรัฐนั้นดำเนินงานแบบต่างคนต่างทำ แบบแยกส่วน ทำให้ปัญหาสำคัญๆ ที่มีในสังคมนั้นไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สอง ภาคเอกชนนั้นมีความเป็นปัจเจกสูง หากทำให้เกิดความสนใจที่จะดำเนินการใดๆ ก็มักเป็นไปได้เร็ว มีประสิทธิภาพกว่าภาครัฐ เนื่่องจากการตัดสินใจเชิงนโยบาย และการจัดการทรัพยากรนั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยากน้อยกว่าภาครัฐ อย่างไรก็ตามการที่เอกชนจะมาดำเนินการต่อยอดขยายผลไปในวงกว้างนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่ยังเป็นอุปสรรค เช่น ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของหน่วยงานรัฐต่อเอกชนในเรื่องความกลัวที่จะมาขอความร่วมมือด้านต่างๆ เพื่อแสวงหากำไร ดังนั้นน่าจะเป็นการดี ที่หากจะนำจุดเด่นของแต่ละฝ่ายมาผสานรวมกันเพื่อขยายผลนั้น ควรจะเป็นไปในลักษณะเกิดประโยชน์ทั้งต่อรัฐ เอกชน และประชาชน และต้องทำการชี้แจงแถลงไขรายละเอียดให้โปร่งใส เป็นที่เข้าใจกันอย่างดี ก่อนจะนำไปปฏิบัติ

สาม การจัดการปัญหาโรคไม่ติดต่อ เช่น อ้วน เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด ฯลฯ นั้น การให้ความรู้อย่างเดียวจะไม่เกิดประสิทธิภาพนัก ตราบใดที่ไม่มีมาตรการที่มาพัฒนาปัจจัยแวดล้อมทางสังคม ให้คนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพและลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งหมายรวมถึงการกิน การจับจ่ายใช้สอยสินค้าบริการ การอยู่อาศัย การคมนาคม ฯลฯ ที่จำเป็นจะต้องได้รับการขับเคลื่อนผ่านวงการธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ในสังคม ตลอดจนองคาพายพที่ทำหน้าที่ควบคุมกำกับมาตรฐาน และกระตุ้นหนุนเสริมจูงใจให้เกิดการดำเนินกิจการที่รับผิดชอบต่อสังคม

สี่ ความรอบรู้ด้านสุขภาพนั้นอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนได้ง่าย เพราะโดยแท้จริงแล้วคือผลลัพธ์ที่เราอยากให้ประชาชนมี นั่นคือความสามารถที่จะจัดการตนเองได้ ให้ตนเองสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย เวลามีปัญหาใดๆ ก็สามารถค้นหาข้อมูลที่ถูกต้องได้ ทำความเข้าใจข้อมูลได้ดีโดยไม่ถูกหลอก และสามารถตัดสินใจประพฤติปฏิบัติได้จริง แปลง่ายๆ คือ รู้ และทำได้ถูกต้องเหมาะสม นั่นคือ ต้องก้าวข้ามการให้แต่ความรู้แบบเดิม ไปสู่

ก. การจัดการให้เกิดแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย เข้าถึงได้โดยประชาชน โดยพิจารณาให้หลากหลายและเหมาะสมกับประชาชนกลุ่มต่างๆ ในสังคม

ข. การจัดการให้กระบวนการสื่อสารให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

ค. การจัดการสิ่งแวดล้อมและปัจจัยแวดล้อมทางสังคมให้เอื้อต่อการดำเนินชีวิตที่ดีของประชาชน ทั้งในแง่สินค้า บริการ ระบบสวัสดิการสังคม ตลอดจนกลไกการทำงานในระดับพื้นที่ที่จะช่วยให้สามารถทำงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องดังกล่าวข้างต้น ดูเหมือนว่าทุกคนทราบและเข้าใจกันว่าสำคัญมากในยุคปัจจุบันและอนาคต...แต่ก็ดูเหมือนว่า ยังไม่มีใครที่จะมาช่วยจัดการทุกอย่างให้เข้ารูปเข้ารอยได้ดังปรารถนา

ครับ...จึงเป็นที่มาของการที่เรามาลองผลักดันประเด็นนโยบายสาธารณะเรื่องนี้ เพื่อหวังจะขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นตามที่มุ่งหวัง

เพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทยของเรา

ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์

Comments

Submitted by รู้ดี...แต่ไม่ทำ on
ทุกวันนี้มีหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ออกกำลังกายเป็นประจำเกือบทุกวันเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชาวบ้าน อีกกี่เปอร์เซ็นต์ที่ยังคงดื่มสุราเครื่องดื่มที่มีแอลกอล์ฮอล์ สูบบุหรี่ เป็นตัวอย่างที่เลวแก่ชาวบ้าน .....รู้แล้วจะทำได้ถูกต้องจริง ๆ หรือครับ?????

Submitted by Manat on
เรียน ผศ.นพ. ธีระ วรธนารัตน์ หมอครับ ในฐานะที่ท่านมีอาชีพเป็นแพทย์ ซึ่งแพทย์เป็นอาชีพที่ผู้คนทั่วไปให้ความนับถืออย่างมาก แทบเรียก ได้ว่าน่านับถือที่สุดในอาชีพทั่วไป เนื่องจาก จรรยาแพทย์ เน้นถึงการดูแล ไห้การรักษามนุษย์ให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ฯ ไม่แน่ว่ารวมถึงการป้องกันด้วยหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะ หมอ เป็น แพทย์ที่ได้รับการอบรมทางด้าน จริยธรรม และจรรยาบรรณมาอย่าง...ดี (ซึ่งไม่ทราบว่าจากสารบัญใด) ในที่นี้ ขอให้หมอ เน้นหลักการคิด คิดถึงด้านจรรยาแพทย์ให้มาก ๆ ดีกว่ามาวุ่นวายเรื่อง เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องของนัก เศรษฐศาสตร์ เฮ่อ! บริษัท ผลิตยา สารเคมี ต้องลงทุนด้านคิดค้นผลิตพันธ์ใหม่ ๆ แล้วไม่พอ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมาก.... อยากได้ ชื่อ และตำแหน่งงาน ของผู้ที่ คัดค้านการ “ห้ามใช้พาราควอต” ใครทราบ กรุณาแจ้งให้ทราบด้าย จะขอบคุณมาก มนัส 14/02/62

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม