ถ้านโยบายกำลังคนด้านสุขภาพไม่เปลี่ยน อีก 20 ปี 'ไทย' ขาดแคลน ‘แพทย์-วิชาชีพอื่น’ อื้อ

เปิดข้อเสนอ 3 แนวทาง ผลพวงการศึกษาการคาดการณ์ความต้องการแพทย์ในอนาคต ระบุ หากไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ อีก 20 ไทยขาดแคลนกำลังพลด้านสาธารณสุขเพียบ แต่ยังไม่มีความจำเป็นต้องผลิตเกินปีละ 3,000 ราย ชี้ควรจ้างหมอจบใหม่ในอัตราเดิมคือปีละ 2,100 คน

นพ.มงคล ณ สงขลา

ที่ประชุมคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2561 เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมี นพ.มงคล ณ สงขลา เป็นประธาน ได้ร่วมกันรับทราบแผนการผลิตแพทย์ในโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท โดยคณะอนุกรรมการกำหนดยุทธศาสตร์และการปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้คาดการณ์ความต้องการแพทย์ในอนาคตโดยใช้วิธีพลวัตรระบบ (System dynamic modeling) และจัดทำเป็นข้อเสนอใน 3 แนวทาง

ประกอบด้วย 1.กรณีไม่มีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินการด้านนโยบายด้านสาธารณสุขจากสิ่งที่เป็นในอยู่ในปัจจุบัน พบว่าในปี 2580 หรืออีกราวๆ 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีความขาดแคลนบุคลากร กำลังคนด้านสาธารณสุขในทุกสาขาวิชาชีพจะลดน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาแพทย์และพยาบาล ยกเว้นนักวิชาการสาธารณสุข

ทั้งนี้ ยังมีความจำเป็นที่จะคงการผลิตกำลังคน ได้แก่ แพทย์และสาขาวิชาชีพอื่นในอัตราการผลิตปัจจุบัน ยกเว้นวิชาชีพสาธารณสุขที่ควรลดจำนวนการผลิตลง

2.กรณีการลดจำนวนการผลิตแพทย์จากอัตราปัจจุบันลง โดยแบบจำลองได้ทดลองลดการผลิตแพทย์จากอัตราปัจจุบันลงจากเดิม 3,000 คนต่อปี เหลือเพียง 1,000 คนต่อปี ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป พบว่าอัตราที่ลดลงนี้จะทำให้ผลิตแพทย์ได้เพียงแค่เพื่อชดเชยการสูญเสียแพทย์จากระบบบริการเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำให้มีแพทย์ที่เพียงพอตามความต้องการของระบบบริการในภาครวมของประเทศได้

3.กรณีการเพิ่มกำลังการผลิตแพทย์จากอัตราปัจจุบัน คือเพิ่มขึ้นจาก 3,000 คนต่อปี พบว่ายังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากมีแนวทางอื่นๆ ในการพัฒนารูปแบบระบบบริการที่ให้ผลลัพธ์ต่อภาพรวมระบบสุขภาพได้คุ้มค่าและดีกว่าการพิจารณาเพิ่มจำนวนแพทย์เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ควรเน้นจัดการปัญหาเรื่องการกระจายของแพทย์ระหว่างพื้นที่เมืองกับชนบท เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประชากรอย่างยื่นยืน ในการนี้ควรคงการจ้างแพทย์จบการศึกษาใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในอัตราคงเดิมเช่นกัน คือ 2,100 คนต่อปี

สำหรับการโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทนั้น ได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2537 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จนถึงขณะนี้มีด้วยกัน 6 โครงการ ประกอบด้วย

1.ผลิตแพทย์ตามโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ.2538-2549

2.ผลิตแพทย์ตามโครงการเร่งรัดการผลิตแพทย์ของโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท พ.ศ.2547-2556

3.ผลิตแพทย์ตามโครงการผลิตแพทย์เพื่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2548-2556

4.ผลิตแพทย์ตามแผนการลงทุนเสริมสร้างโครงสร้างสาธารณสุขแห่งชาติ พ.ศ.2549-2552

5.ผลิตแพทย์ตามโครงการผลิตและพัฒนาศักยภาพและบุคลากรด้านสาธารณสุข ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง พ.ศ.2555 ปีงบประมาณ 2553-2555

และ 6.โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD) พ.ศ.2546-2560

อนึ่ง ปัจจุบันผลผลิตแพทย์ตามโครงการทั้งสิ้น 8,863 คน จากข้อมูลการลาออกของแพทย์ใหม่ สธ.ย้อนหลัง 10 ปี กลุ่มแพทย์ในโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทยังอยู่ในระบบราชการถึง 76.6%

Comments

Anonymous • 2018-08-27, 15:39
ประเทศที่ยากจนขาดแคลน ค่าตอบแทนไม่เยอะ แต่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทำงานในระบบสุขภาพของรัฐอย่างมีความสุข ระบบสุขภาพมีคุณภาพและประสิทธิภาพในระดับต้น ๆ ของโลก ก็มีให้ศึกษาเรียนรู้นะครับ ........ มีตัวอย่างประเทศกำลังพัฒนา(ยากจน)บางประเทศที่เขาทำได้สำเร็จมาแล้ว.....คิวบา...... ประเทศคิวบา เป็นประเทศกำลังพัฒนา(ยากจน) ที่เขามีประชากรแค่ 11 ล้านคน........ แต่ประเทศคิวบาสามารถผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของนานาชาติได้มากกว่า 1 แสน 2 หมื่นคน....... ทำงานในประเทศคิวบาเองกว่า 7 หมื่น คน...... อีกกว่า 5 หมื่นคนถูกส่งออกไปทำงานในประเทศต่าง ๆ จนเป็นที่ยอมรับในเรื่องคุณภาพ กว่า 60 ประเทศทั่วโลก...... นำรายได้กลับเข้าประเทศมากกว่ารายได้จากการส่งสินค้าออกทุกประเภทรวมกันเสียอีก........ หลังการปฏิวัติปี 1959 แพทย์คิวบาซึ่งมีอยู่ประมาณ 6,000 คนได้หนีไปอเมริกาประมาณครึ่งหนึ่ง ทำให้เกิดวิกฤตในการให้บริการทางการแพทย์อย่างรุนแรง แต่ท่ามกลางวิกฤตก็ได้สร้างโอกาสใหม่ๆในการพัฒนา คาสโตรซึ่งมุ่งมั่นจะสร้างความเป็นธรรมในสังคม ได้ใช้การศึกษาและการสาธารณสุขเป็นเสาหลักในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม มีการปรับการผลิตแพทย์ครั้งใหญ่ โดยอบรมแพทย์ทุกคนเท่าที่เหลืออยู่ในประเทศให้มีความเป็นครู แล้วเพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัยที่ผลิตแพทย์ จากเดิมที่มีอยู่ 2 แห่งทั่วประเทศและผลิตแพทย์ได้ปีละ 60 คน จนมีมหาวิทยาลัยที่ผลิตแพทย์ในทุกจังหวัดของประเทศ และได้มีการเพิ่มการผลิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง จนสามารถเพิ่มจำนวนแพทย์ที่มีอยู่เดิมประมาณ 10,000 คนในปี 1975 เป็นประมาณ 76,000 คนในปี 2010 ส่งผลให้คิวบามีสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรในระดับที่ดีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก........ จากข้อมูลของทางการ ปัจจุบันมีแพทย์ชาวคิวบาประมาณ 50,000 คน ทำงานอยู่ใน 66 ประเทศทั่วโลก โดยเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีแพทย์คิวบาอยู่มากที่สุดประมาณ 30,000 คน ตามด้วยบราซิล 11,000 คน คาดว่ากลุ่มแพทย์เหล่านี้จะทำรายได้เข้าคลังของรัฐในปีนี้ประมาณ 8,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าตัวเลขรายได้จากการส่งออก ซึ่งอยู่ที่เพียงแค่ปีละ 5,000 ล้านดอลลาร์....... "คิวบา … บริการปฐมภูมิที่งอกงามท่ามกลางความขาดแคลน" https://sites.google.com/site/bannhso9/home/reuxng-raw-ban-khxng-rea-9-14/reuxng-raw-khxng-ban-rea-lekh-thi-9-14/khiwbabrikarpthmphumithingxkngamthamklangkhwamkhadkhaeln "แพทย์คิวบาเฮ รัฐบาลขึ้นเงินเดือนให้เกือบ3เท่า" https://www.dailynews.co.th/foreign/224692 "ระบบการแพทย์ของคิวบา แม้ยากจนแต่ได้ผลดีที่ชาวโลกควรศึกษา" http://www.vcharkarn.com/vnews/5768 "จะไปฝึกแพทย์ของโลกที่ไหนหรือ? ก็ที่คิวบาไง" https://www.ted.com/talks/gail_reed_where_to_train_the_world_s_doctors_cuba/transcript?share=19f3f967df&language=th ไทยลงนามคิวบา ร่วมมือพัฒนาด้านสาธารณสุข-วิจัยการแพทย์ https://www.hfocus.org/content/2018/04/15733
Anonymous • 2018-08-27, 15:43
รมว.สาธารณสุขไทยและคิวบา ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมมือพัฒนาด้านสาธารณสุขและการวิจัยทางการแพทย์ เผยคิวบามีระบบสุขภาพที่ดีเยี่ยมได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ประชากรมีอายุขัยเฉลี่ยและอัตราส่วนของแพทย์ต่อประชากรสูงที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประเทศไทย พร้อมด้วย นพ.โรเบอร์โต โมราเลส โอเจดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสาธารณรัฐคิวบา ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขแห่งสาธารณรัฐคิวบาและกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุขและการวิจัยทางการแพทย์ ณ สาธารณรัฐคิวบา นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ไทยและคิวบาจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาสุขภาพในด้านต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น โรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ การวิจัยทางการแพทย์เภสัชวิทยาและเทคโนโลยีชีวการแพทย์ นโยบายเกี่ยวกับเภสัชกรรมระบบสุขภาพ และการสาธารณสุขมูลฐานแพทยศาสตร์ศึกษาเทคโนโลยีชีวการแพทย์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นต้น โดยภายหลังการลงนามคณะผู้บริหารด้านสาธารณสุขของทั้งสองประเทศได้หารือวางแผนการขับเคลื่อนงาน พร้อมศึกษาดูงานระบบสุขภาพของสาธารณรัฐคิวบา ณ โพลีคลินิก และศูนย์แพทย์ชุมชน ในเขตวีดาโด กรุงฮาวานา และการแพทยศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยฮาวานา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานต่อไป สำหรับสาธารณรัฐคิวบาเป็นประเทศขนาดเล็กที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่ามีระบบสุขภาพที่ดีเยี่ยม มีอายุขัยเฉลี่ยของประชากรและอัตราส่วนของแพทย์ต่อประชากรสูงที่สุดในโลก ระบบสุขภาพได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสุขภาพตามที่ได้เคยให้คำมั่นไว้ ตั้งแต่มีการปฏิวัติในปี ค.ศ.1959 เน้นพัฒนาด้านการศึกษาและการพัฒนาสุขภาพ ให้ประชาชนมีสิทธิเข้าถึงการรักษาและบริการด้านสุขภาพ “จุดเด่นของระบบสุขภาพของคิวบาคือ การผลิตบุคลากรทางการแพทย์ส่งออกไปยังประเทศกลุ่มอเมริกาใต้และอาเซียน มีเทคโนโลยีการวิจัยผลิตเวชภัณฑ์และชีววัตถุที่ก้าวหน้ามาก รวมถึงการมีระบบสุขภาพและการแพทย์ปฐมภูมิที่เข้มแข็ง ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของการกำจัดการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกสำเร็จเป็นประเทศแรกในโลก และความสำเร็จด้านสุขภาพอีกหลายด้าน ซึ่งล้วนต่อยอดจากการมีระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง” นพ.ปิยะสกล กล่าว นอกจากนี้ คิวบายังได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพกระจายอย่างทั่วถึงทั่วประเทศ พัฒนาและผลิตบุคลากรด้านสุขภาพในทุกสาขา เน้นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว จัดทีมดูแลผู้ป่วยและสุขภาพประชาชนในชุมชน ในรูปแบบคลินิกสุขภาพชุมชน ซึ่งประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและพยาบาลทำงานร่วมกันดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ โดย 1 คลินิกสุขภาพชุมชนดูแลประชากรประมาณ 1,200 คน ส่งต่อให้กับทีมแพทย์เฉพาะทางในโพลีคลินิก ซึ่งจัดเป็นสถานบริการระดับปฐมภูมิ และหากมีความจำเป็นสามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานบริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิต่อไป บริการสุขภาพในคิวบาครอบคลุมและให้ความสำคัญ ทั้งการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูโรค รวมถึงการใช้การแพทย์ดั้งเดิม โดยรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด https://www.hfocus.org/content/2018/04/15733
สหวิทยาการ • 2018-08-27, 17:07
สหวิชาชีพในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก อย่าคิดว่าแพทย์ทำได้ทุกอย่างในโลกดิจิตอลไร้พรมแดนอย่างเช่นในปัจจุบัน สิ่งที่จำเป็นจริงๆคือ การเปิดใจรับบริบทใหม่ของวิชาชีพทางสุขภาพอื่นๆ ที่ได้รับการพิสูจน์จากหลายประเทศในโลกว่าคุ้มค่าการลงทุนหรือดีกว่าลงทุนผลิตแพทย์เพียงอย่างเดียว
Anonymous • 2018-08-27, 18:49
ที่ได้รับการพิสูจน์จากหลายประเทศในโลกว่าการผลิตสหวิชาชีพคุ้มค่าการลงทุนหรือดีกว่าลงทุนผลิตแพทย์! มีประเทศไหนบ้างครับ ช่วยยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมาให้ดูหน่อย ?

ข่าวล่าสุด

กลับด้านบน