‘รพ.บางพลี’ คิดค้นนวัตกรรมขานุ่ม ‘ลดแผลกดทับ’ ในผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก

รพ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ใช้นวัตกรรมขานุ่มในการรักษาผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก ลดการเกิดแผลกดทับ ใช้ได้ดีทั้งในโรงพยาบาลและบ้าน ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน ใช้วัสดุในชุมชน ลดปริมาณขยะ กระจายรายได้

นางภิญญลักษณ์ เรวัตพัฒนกิตติ์

นางภิญญลักษณ์ เรวัตพัฒนกิตติ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แผนกศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้สูงอายุที่มีปัญหากระดูกข้อสะโพกหักจะรักษาด้วยการผ่าตัด แต่หากผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะผ่าตัด เช่น มีโรคร่วม มีอาการหลงสับสนหรือไม่สามารถเดินได้ แพทย์จะรักษาโดยการนอนพักบนเตียงเพื่อถ่วงน้ำหนัก ซึ่งผู้ป่วยมักจะไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา เช่น ดึงอุปกรณ์ถ่วงน้ำหนักออก ดิ้นไปมา ทำให้ถ่วงน้ำหนักได้ไม่ตรงตามแผนการรักษาของแพทย์ เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับบริเวณส้นเท้า ปลายเท้าตก

จึงได้พัฒนานวัตกรรมขานุ่มนุ่มรักษาผู้ป่วยข้อสะโพกหักโดยการถ่วงน้ำหนัก โดยใช้ฟองน้ำภายในแผ่นไม้ มีสปริงรองที่ปลายเท้าและหุ้มด้วยหนัง รองขาผู้ป่วยให้อยู่นิ่งๆ แต่หากผู้ป่วยที่มีภาวะสับสน ดิ้นไปมา สปริงที่ปลายเท้าจะช่วยให้นวดฝ่าเท้าไปในตัว ทำให้ปลายเท้าไม่ตก ไม่เกิดแผลกดทับส้นเท้าเมื่อต้องถ่วงน้ำหนักนาน ๆ โดยนวัตกรรมนี้ ผ่านการเห็นชอบจากแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมกระดูกให้ใช้กับผู้ป่วยตั้งแต่นอนพักในโรงพยาบาล และใช้ต่อเนื่องเมื่อกลับบ้าน ซึ่งโรงพยาบาลบางพลี เป็นโรงพยาบาลแรกในจังหวัดสมุทรปราการที่เริ่มใช้นวัตกรรมนี้ สามารถขยายผลต่อไปยังโรงพยาบาลอื่น ๆ ได้

ผลการใช้นวัตกรรม ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยทั้งหมด 43 ราย เกือบทุกรายไม่มีภาวะปลายเท้าตก พบเกิดแผลกดทับบริเวณส้นเท้าเพียง 1 ราย ได้ปรับปรุงนวัตกรรมโดยนำเจลมารองที่ส้นเท้าผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลในการป้องกันแผลกดทับดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยมีความสบายมากขึ้น ผู้ดูแลสามารถทำงานประจำได้ตามปกติ ลดค่าใช้จ่ายการเดินทางมาเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลกรณีผู้ป่วยกลับไปถ่วงน้ำหนักต่อเนื่องที่บ้าน นอกจากนี้ ยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปริมาณขยะจากการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาการนอนโรงพยาบาล สามารถนำนวัตกรรมใช้ซ้ำได้ ต้นทุนการผลิตต่ำ ซ่อมได้ ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน

ทั้งนี้ โรงพยาบาลบางพลี มีผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักสูงขึ้นทุกปี ในปี 2558 พบ 54 ราย ปี 2559 จำนวน 58 ราย และปี 2560 จำนวน 66 ราย ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2561 พบ 45 ราย

 

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน