ยื่นข้อเสนอให้ 'พยาบาล' จ่ายยากรณีฉุกเฉิน อันตรายถึงแก่ชีวิตเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้

สธ.ประชุมรับฟังความคิดเห็นจากพยาบาลต่อร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ได้ข้อสรุป 3 ประเด็น 1.จ่ายยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายของตนได้ 2.เห็นด้วยมาตรา 4 แยกยา 4 ประเภท และยาแผนปัจจุบันที่พยาบาลสามารถจ่ายได้ และ 3.ขอให้พยาบาลจ่ายยากรณีผู้ป่วยฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เพื่อช่วยชีวิต เตรียมนำเสนอผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ได้เชิญสภาการพยาบาล สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย ชมรมการพยาบาลวิชาชีพแห่งประเทศไทย ชมรมพยาบาล รพ.สต.แห่งประเทศไทย ผู้บริหารสถาบันการศึกษาพยาบาล ชมรมพยาบาลเวชปฏิบัติ ชมรมบริหารพยาบาลแห่งประเทศไทย พยาบาลอาชีวอนามัย พยาบาลวิสัญญี ตัวแทนพยาบาลวิชาชีพชั้นสูง ซึ่งตัวแทนที่เข้าร่วมประชุมมีทั้งในภาคการศึกษาและผู้ปฏิบัติงาน เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ ถึงประเด็นปัญหาการดำเนินงานของพยาบาล โดยได้ข้อสรุปร่วมกัน 3 ประเด็น ดังนี้

1.มาตรา 22 (5) ตามร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ขอเพิ่มเติมข้อความ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ สามารถจ่ายยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายของตนได้ตามมาตรฐานวิชาชีพทั้งในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในและนอกสถานพยาบาล

2.เห็นด้วยตาม มาตรา 4 ร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ในการแยกประเภทยาเป็น 4 ประเภท โดยเฉพาะยาแผนปัจจุบันซึ่งเป็นยาที่พยาบาลสามารถจ่ายยาได้

3.ขอให้พยาบาลวิชาชีพสามารถใช้ยาและจ่ายยาในกรณีผู้ป่วยมีภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงที

“หลักการในเนื้อหาของ พ.ร.บ.ทั้งหมด ทางสภาการพยาบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องต้องกันว่ามีประโยชน์กับประเทศ แต่ยังมีประเด็นที่เห็นต่างกันจะมีอยู่ 2 ข้อ คือมาตรา 22 (5) และมาตรา 4 ให้มีการเพิ่มเติมตามที่เสนอ เพื่อให้การทำงานของพยาบาลเป็นไปได้ในปัจจุบัน เพราะปัจจุบันโดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล วิชาชีพพยาบาลเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานทั้งด้านวินิจฉัย รักษา จ่ายยา เบื้องต้นแก่ประชาชนตลอดเวลาอยู่แล้ว ส่วนเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค การวางมาตรการการขายยาออนไลน์ การวางมาตรการการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตยาในประเทศ ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของ พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ แต่คนพูดถึงกันน้อยและเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทย โดยภาพรวมของการทำงานเจตนารมณ์ของพยาบาลกับกฎหมายเป็นไปในทิศทางเดียวกันคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน ซึ่งจะนำไปเสนอผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป” นพ.โอภาส กล่าว

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

นุจรินทร์ • 2018-09-11, 23:03
ไทยแลนด์ได้เป็นประเทศเดียวที่เป็นแบบนี้ค่ะ เท่ดี พยาบาลเก่งรอบด้านไม่ต่างกับหมอเภสัช เหลื่อมล้ำวิชาชีพอื่นมากกกกก คิดได้ไง
อยู่กับความเป็นจริง • 2018-09-12, 11:47
มาตรฐานสากลในประเทศที่พัฒนาแล้ว ในยุโรปหรืออเมริกา ที่เขาเน้นการคุ้มครองผู้บริโภค เน้นความปลอดภัยในการใช้ยารักษาโรค ไม่ให้ประชาชนผู้บริโภคเป็นอันตรายจากการใช้ยา หรือถูกขูดรีดเอารัดเอาเปรียบในเรื่องราคายา เขามีการตรวจสอบระหว่าวิชาชีพสุขภาพ คานอำนาจระหว่างวิชาชีพ คนที่จะจ่ายยาได้ก็มีแต่เภสัชกรเท่านั้น.....แต่สำหรับประเทศไทยที่เราคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคในการใช้ยาน้อยมาก ผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพต่าง ๆ สามารถจ่ายยาเองได้ จะเรียกเก็บค่ายาจากชาวบ้านเท่าไหร่ก็ได้ แทบจะไร้การควบคุมราคายารักษาโรคที่จ่ายจากผู้ประกอบวิชาชีพสุขภาพต่าง ๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยินยอมยินดีเพราะหาซื้อยารักษาโรคได้ง่าย ๆ เหมือนซื้อขนม อยากได้ยาอะไรเท่าไหร่ก็ต่อรองกันได้ ไม่ต้องยุ่งยากไปหาหมอที่คลินิกแล้วก็ยังต้องวิ่งไปรับยาที่ร้านยาเภสัชอีกที การมีกฎหมายยาที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยจึงไม่ใช่เรื่องแปลก การที่จะแก้ไขกฎหมายยาจะอนุญาตให้วิชาชีพทางด้านสุขภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ พยาบาล หรือสาธารณสุขชุมชนสามารถจ่ายยาได้จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมแบบไทย ๆ มันเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว กฎหมายยาหรือกฎหมายอื่น ๆ ก็ควรจะอนุโลมแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงเหล่านี้ คือให้วิชาชีพสุขภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ พยาบาล หรือสาธารณสุขชุมชนก็สามารถจ่ายยาสามารถขายยาได้

ความคิดเห็นล่าสุด

พิธีเปิด 2 ครั้งเลยนะ
3 วัน 1 ชั่วโมง ago
อย่า รคส.อย่างเดียว
3 วัน 4 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

พิธีเปิด 2 ครั้งเลยนะ
3 วัน 1 ชั่วโมง ago
อย่า รคส.อย่างเดียว
3 วัน 4 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน