ส่องวิสัยทัศน์ สปสช.ปีงบประมาณ 62 ยกระดับ ‘ผู้รับบริการ-ระบบบริการ-การเงินการคลัง’

เลขาธิการ สปสช. แจงแนวทางการบริหารกองทุนปีงบ 2562 ระบุต้องตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด ชี้ 3 มุมมองที่ต้องขับเคลื่อน “ผู้รับบริการ-ระบบบริการ-การเงินการคลัง”

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวในเวทีอภิปราย “ความร่วมมือกับการพัฒนาระบบ UC” ภายใต้งานประชุมชี้แจงหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค.2561 ตอนหนึ่งว่า จุดเน้นในการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพในปีงบประมาณ 2562 คือการดำเนินการเพื่อตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ รวมถึงการดูแลในมิติต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ผลประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับประชาชนเป็นสำคัญ

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมุมมองที่เป็นประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย 1.ผู้รับบริการ หรือประชาชนคนไทยซึ่งถือว่ามีความสำคัญที่สุด โดยสิ่งที่ สปสช.กำลังมองคือเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ โดยที่ผ่านมาจะเห็นว่าสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่การเพิ่มเหล่านั้นไม่ได้กำหนดขึ้นมาจากความต้องการ แต่กำหนดผ่านการศึกษาและมีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ

“สิทธิประโยชน์ไม่ได้กำหนดขึ้นมาจาก want หรือความต้องการ แต่เรากำหนดขึ้นมาจาก need คือความจำเป็นที่ต้องได้รับผ่านการกลั่นกรอง” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวและว่า เมื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ขึ้นมาแล้ว ประเด็นที่ตามมาก็คือเรื่องการเข้าถึง ซึ่งภาคส่วนระดับพื้นที่จะต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาให้ได้มากที่สุด

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวต่อไปว่า จากผลการดำเนินการที่ผ่านมา เราพบว่ายังมีประชาชนบางกลุ่มที่เข้าถึงบริการด้านสุขภาพน้อยหรือยังเข้าไม่ถึง เช่น กลุ่มนักโทษ พระสงฆ์ คนชายขอบ หรือผู้ที่อยู่ระหว่างพิสูจน์สิทธิหรือสถานะต่างๆ โดยในอดีตกลุ่มคนเหล่านี้คล้ายกับถูกทอดทิ้ง ดังนั้นตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน รวมถึงทิศทางนับต่อจากนี้คือการเพิ่มหรือให้ความสำคัญกับกลุ่มคนเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

สำหรับมุมมองที่ 2.ระบบบริการ ที่มุ่งเน้นงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่เด่นชัดและสามารถวัดผลได้ ซึ่งควรมีฐานการดำเนินการสองฐาน ได้แก่ ฐานของหน่วยบริการที่ลงไปทำงานเชิงวิชาชีพโดยตรง และฐานของท้องถิ่นและชุมชน ที่จะใช้กองทุนสุขภาพตำบลและกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอำเภอ (พชอ.) เพื่อสร้างให้ประชาชนเกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น โดยในส่วนนี้ สปสช.ให้ความสำคัญและมีเงินหมุนเวียนอยู่ประมาณปีละ 3,000 ล้านบาท

“แม้ว่าเราจะมีการส่งเสริมป้องกันโรคแล้ว แต่ก็คงต้องมีความเจ็บป่วยตามมา ในส่วนนี้เราก็พยายามพัฒนาสิทธิประโยชน์และเทคโนโลยี รวมถึงทำให้ผู้ได้รับบริการและผู้ให้บริการได้รับความปลอดภัย หรือ 2 P Safety ด้วย” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว และว่า นอกจากนี้ยังมีการเตรียมระบบบริการด้านอื่นๆ เพื่อรองรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การดูแลรักษาผู้ป่วยระยะยาว รวมถึงการให้ความสำคัญเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค

3.ระบบการเงินการคลัง ซึ่งส่วนใหญ่ สปสช.จะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนตัวคิดว่ามี 2 ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ จะทำอย่างไรถึงจะความพอเพียง ซึ่งที่ผ่านมามีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเพิ่มงบประมาณให้หน่วยบริการแล้ว แต่ในระยะยาวนั้นยังเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันหาคำตอบในเรื่องนี้ ส่วนประเด็นถัดมาคือเรื่องประสิทธิภาพที่ต้องดำเนินการตามมาตฐานให้ดีที่สุด

 

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

แค่สามัญสำนึก • 2018-10-09, 20:32
หากผู้ระดับสูงใน สปสช.มีสามัญสำนึกได้สักแค่ครึ่งหนึ่งของคุณตูน บอดี้สแลม อาทิวราห์ คงมาลัย โรงพยาบาลต่าง ๆ แพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยคงไม่ต้องทุกข์ทรมานจากการให้บริการและรับบริการที่ทรัพยากรถูกจำกัด คน เงิน ของไม่พอ คนไข้แน่นแออัดยัดเยียด คิวยาวอย่างเช่นที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เข้าถึงบริการ รพ.ของรัฐได้ยากกว่าสมัยก่อน ตอนที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองเสียอีก
...ช่วยกันหาคำตอบ... • 2018-10-09, 20:43
๑. ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง บัตรสามสิบบาท ฯลฯ) หลักการดี แต่วิธีปฏิบัติ ควรปรับเปลี่ยน ไม่ใช่ "ยกเลิก" ... และ ผมฟันธงเลยว่า " ไม่มีใครกล้ายกเลิก ".............. ๒. ระบบบริการสาธารณสุขบ้านเราในตอนนี้ มีปัญหาจริง ๆ .. ทั้งผู้ปวย (ญาติ) แพทย์ พยาบาล ฯลฯ ล้วนแต่ได้รับ "ทุกข์" ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น โดยเฉพาะ ผู้ที่อยู่ รพ.รัฐ ส่วนแพทย์ ที่เปิดคลินิก หรือ รพ.เอกชน ไม่ต้องห่วงเขาครับ เพราะ ใช้ บัตรทองมาสิบปี เขาก็อยู่กันได้ และส่วนใหญ่ กิจการก็เติบโต ไม่มีหมอเอกชน บ่นว่า ไม่มีคนไข้ เขาไม่เสียประโยชน์กับโครงการนี้หรอกครับ มีแต่ ได้ กับ ได้ และ ได้ ........ ๓. คนที่ออกมาแสดงความเห็นต่าง โดยเฉพาะ แพทย์ ไม่ได้หมายความว่า ต่อต้าน .. แต่เพราะ แพทย์ ใน รพ.รัฐ เป็นผู้ประสบปัญหานี้ โดยตรง เพราะ ต้องเผชิญหน้ากับ ผู้ป่วยและญาติ เวลามีปัญหา หมอ ก็จะโดนด่าก่อนเสมอ ทั้งที่บางครั้ง ไม่เกี่ยวด้วยเลย .. แพทย์มีความทุกข์ จึงอยากจะระบาย แสดงความเห็นบ้าง ก็เท่านั้น............... ๔. อย่าเอาเรื่อง ระบบสุขภาพ ไปโยงกับการเมืองเลยครับ .. เรามาคุยกัน ดีกว่า ว่า คนไทยอย่างเรา จะอยู่กันอย่างไร จะปรับปรุงระบบบริการสาธารณทุกข์ ให้เป็น ระบบสาธารณสุข ได้อย่างไร ................. ๕. แนวโน้ม เชื่อว่า จะมีการรวมกองทุน (ข้าราชการ ประกันสังคม บัตรทอง) อาจไม่ได้รวมเงินเพราะมีทีมาของเงินต่างกัน แต่ จะมีระบบบริการทางการแพทย์ ยา ฯลฯ ที่ใกล้เคียงกัน (มาตรฐาน ต่ำสุด ? ) จึงอยากเตือน "ข้าราชการ" ให้เตรียมตัว เตรียมใจไว้บ้าง ...................... ปล. ผมเคยเป็นแพทย์ อยู่ รพ.จังหวัด ช่วงเปลี่ยนผ่านระบบฯ ตอนนี้ลาออกจากราชการ ..ตัวผม และ ครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง ทุกคน ใช้สิทธิรักษาพยาบาล บัตรทอง (บัตรสามสิบบาท ฯลฯ) ยังยืนยันเช่นเดิมว่า ระบบบัตรทอง มีข้อดีเยอะ แต่ก็มีข้อเสียแยะ ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ผมและครอบครัวก็จะได้ ใช้ยาดี ๆ เทคโนโลยี่ทางการแพทย์ เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ ที่ได้รับการพัฒนาความรู้สม่ำเสมอ (ด้วยงบสนับสนุนของรัฐ) มีแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่เพียงพอ ( เยอะเนอะ ๕๕๕๕๕๕ )........ "หมอหมู" https://pantip.com/topic/32314040/comment35

ความคิดเห็นล่าสุด

...
kelvin carmichael
1 วัน 6 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

...
kelvin carmichael
1 วัน 6 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน