เครือข่ายสุขภาพ 4 ภาค ยื่นหนังสือจี้ สธ.ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส.

เครือข่ายสุขภาพ 4 ภาค ยื่นหนังสือจี้ สธ.ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส.ตามหาไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ทุบทำลาย สสส. เอื้อประโยชน์ทุนสินค้าทำลายสุขภาพ ประเคนให้กระทรวงคลังมีอำนาจ เหนือกรรมการบอร์ด ย้อนยุคกลับไปอยู่ใต้ระบบราชการ เตรียมเข้ายื่นนายกฯ หากยังไร้ความคืบหน้า

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน ภาคใต้ (ขสช.) นำตัวแทนเครือข่ายจาก 4 ภาค กว่า 100 คนยื่นหนังสือถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผ่านทาง นางสุทธิมา หุ่นดี คณะทำงาน รมว.สธ. เพื่อแสดงจุดยืนขอให้ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 ทั้งนี้เครือข่ายฯได้ร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “หยุดทำลาย หลักการสร้างนำซ่อม”

นายเจกะพันธ์ กล่าวว่า การแก้ไข พ.ร.บ.สสส.ครั้งนี้ เครือข่ายพบว่ามีเจตนาลดทอนความเข้มแข็งของภาคประชาชน ที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยภาครัฐในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน ด้วยการจำกัดวงเงินเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนทำลายสุขภาพ ประเคนอำนาจจากกรรมการบอร์ด ให้ต้องนำไปผ่านความเห็นชอบของ กระทรวงการคลัง ทำให้กระบวนการทำงานต่างๆที่เคยคล่องตัว ปิดจุดอ่อนของระบบราชการในการเข้าถึงประชาชน ถอยหลังกลับไปอยู่ใต้ระบบราชการ ขัดแย้งกับกฎบัตรออตตาวา ตลอดจนขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติในหลายมิติอย่างชัดเจน

นายเจกะพันธ์ กล่าวต่อว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีบัญชาให้แก้ไขพระราชบัญญัติการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 เพื่อความยั่งยืน โดยกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ สวนทางกับโจทย์ความยั่งยืนตามดำริของนายก ด้วยการกำหนดให้มีการนำระบบราชการเข้ามาบริหารจัดการกองทุน สสส. ตลอดจนการจำกัดเพดานเงิน โดยเร่งรีบให้มีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติอย่างมีข้อกังขา

นายเจกะพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ขสช.ประกอบด้วยกลุ่ม องค์กร บุคคล ในส่วนของภาคประชาชน ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุ แรงงานนอกระบบ ผู้บริโภค คนจนเมืองและชนบท กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร ฯลฯ ได้ประชุมร่วมกันทั้ง 4 ภาค ระหว่างวันที่ 8 -26 ตุลาคม 2561 มีความเห็นร่วมกันว่า การแก้ไขกฎหมาย สสส. เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุน สสส. อยู่ภายใต้ระบบราชการ จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพของประเทศ จึงมีจุดยืนร่วมกันเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขกฎหมาย สสส. ครั้งนี้ อีกทั้งเห็นว่า ไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะต้องเร่งรีบดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในรัฐบาลชุดนี้ หากจะมีการปรับแก้ไขกฎหมายกองทุน สสส. เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากขึ้น สมควรดำเนินการในขณะที่ประเทศไทยมีสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง

“ขสช.พร้อมภาคีเครือข่ายทั้ง4 ภาค มีจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อกระทรวงการสาธารณสุข คือ ขอให้ยุติกระบวนการการแก้ไขกฎหมาย สสส. ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ทั้งหมด โดยขอให้กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะเป็นหน่วยงานร่วมแก้กฎหมายฉบับนี้ ส่งข้อเรียกร้องนี้ ไปยังนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อให้ยกเลิกคำสั่งการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และขอให้กระทรวงมีคำตอบกลับมายัง ขสช. ภายในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ และในระหว่างนี้เครือข่ายทั่วประเทศจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ด้วย ซึ่งหากไม่มีความคืบหน้าในการยุติการแก้กฎหมายดังกล่าว ทางภาคีเครือข่ายทั้ง 4 ภาคจะร่วมกันยกระดับการขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้อง ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรงที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ต่อไป” ผู้ประสานงาน ขสช.ภาคใต้ กล่าว

ด้านนางสมควร งูพิมาย ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ภาคอีสาน กล่าวว่า ตนในฐานะที่สูญเสียลูกชายจากคนเมาแล้วขับและได้ลุกขึ้นมาร่วมกับงานภาคีเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทำงานช่วยเหลือเคสที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมาย จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชนและชุมชนมากมาย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าชุมชนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของ สสส.ในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน ก่อนที่จะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจากอาการเจ็บป่วย เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

จึงรับไม่ได้ที่ทราบว่าจะมีการแก้ไขกฎหมาย สสส.ให้กลับไปอยู่ภายใต้ระบบราชการ ซึ่งเป็นการทุบทำลายเจตนารมณ์ของการเกิดกองทุนนี้อย่างสิ้นเชิง ทุกวันนี้กิจกรรมต่างๆ ก็มีความยากลำบากอยู่พอสมควรแล้ว งานเอกสาร การตรวจสอบต่างๆก็ไม่น้อย ก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้ แต่หากใช้ระบบราชการมาจับ คงไม่มีใครอยากลุกขึ้นมาทำงานสร้างเสริมสุขภาพอีก ในสัปดาห์หน้าตนและเครือข่ายเยาวชน เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากสุรา จะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อยื่นหนังสือผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีให้ยุติการแก้ไข พ.ร.บ.สสส. ด้วย

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

ยุบ สสส.ไปเลย • 2018-10-29, 19:38
ท่านนายกรัฐมนตรีควรใช้ ม. 44 ยุบ สสส.ไปเลย........... แล้วก็เอางบประมาณส่วนนี้ประมาณเกือบหมื่นล้านบาท ไปสนับสนุนการทำงานการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนของ อสม.และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ทั่วประเทศ ........... ซึ่งก็น่าจะตรงประเด็นในเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ............ ที่สำคัญคือรัฐบาลน่าจะได้คะแนนเสียงความนิยมและการสนับสนุนจาก อสม.และและภาคประชาชนตัวจริงทั่วประเทศมากขึ้น
มีคนแบบนี้อีกเย... • 2018-10-30, 00:04
คือยุบทุกอย่างเลย สปสช สสส สวรส ทุกส.นั่นแหละ สำหรับขาประจำแล้ว เอาเงินไปให้กระทรวงสาธารณสุขบริหารภายใต้ระเบียบราชการนั่นแหละ เป็นวิธีเดียวในการบริหารระบบสุขภาพในความคิดของแฟนคลับกลุ่มนี้ เกิดมาเป็นผู้จงรักภักดีต่อกระทรวงสาธารณสุขโดยแท้ ประเทศนี้ต้องบริหารสุขภาพประชาชนโดยแพทย์ของกระทรวงเท่านั้น จะจัดซื้อจะทำโครงการอะไรจะจัดลำดับความสำคัญอะไรขึ้นกับการบริหารแบบราชการเท่านั้น คิดจริง ๆ เหรอว่าหมื่นล้านมันพอยาขึ้ฟัน ถ้าแผนพัฒนาอสม. กับรพสต. มันดีจริง ก็ขอสภาสิ เค้าก็ต้องให้ ซื้อเรือตั้งสามหมื่นล้านยังอนุมัติได้ ถ้ามั่นใจว่าจ่ายให้กระทรวงนี้แล้วอะไรมันจะดีตามแผน หมื่นเดียวไม่น่ามีปัญหา ทำดีเองได้ พิสูจน์เลย ไม่ต้องไประรานคนอื่น เดี๋ยวองค์กรอื่นที่ไม่ทำงาน ทำงานไม่ดี ประชาชนคนป่วยมันก็ไม่เอาด้วยเอง มันก็แพ้ภัยตัวเอง ต่อไปทำอะไรไม่สำเร็จ ประชาชนคนไข้ไม่ได้ประโยชน์ พวกตระกูลส.เหล่านี้ที่ท่านชิงชังหนักหนา มันก็น้ำท่วมปากตายไปเอง แต่ถ้าเอาเงินให้ราชการทำงานไม่สำเร็จ ก็ไม่เป็นไร เอาเงินหลวงมาถลุง เคยตรวจสอบอะไรได้บ้าง ก็ยังต้องให้ต่อไป ปีหน้าอนุมัติใหม่ ยุบได้ไหมล่ะ บอกยากว่าม๊อบพวกนี้หรือพวกไหนมีใครหนุนหลังอย่างไร แต่มันก็ลุกจากบ้านขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง เก่งแต่โหนทหารหนุนหลังข้าราชการพิมพ์คีย์บอร์ดมาระรานหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ราชการ เก่งจริงทำงานแข่งกับเค้าน่าจะดีกว่า คิดกันเลยต้นทุนบาทต่อบาทแต่ละโครงการ หน่วยงานฝั่งไหนสร้างประโยชน์ได้มากกว่ากัน สรุป พูดตรง ๆ ถ้าหน่วยงานรัฐทำงานด้วยเครื่องมือแบบราชการแล้วทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่าองค์กรเหล่านี้ที่มีอยู่ปัจจุบันล่ะก็ ป่านนี้ยุบเค้าสำเร็จไปนานร่วมสิบปีแล้ว คิดดูเองว่าทำไมเค้ายังอยู่มาได้ป่านนี้ทั้งที่มีขาประจำชิงชังแช่งชักหนักหนาโดยไม่ต้องโหนอำนาจรัฐโหนทหาร กระจกน่ะ...ไม่กี่บาทหรอก
โดน....ดิ้น 555 • 2018-10-30, 02:51
เก่งครับเก่งไม่ต้องโหนใคร ทำมาหากินอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องกินหัวคิวใคร ไม่ต้องหากินกับเศษเงินบาปของประชาชนก็อยู่ได้ เลี้ยงเครือข่ายได้ ........ถามจริงเถอะครับ หากไม่มีโรงพยาบาลของทางราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานรัฐที่ทำงานด้วยเครื่องมือแบบราชการ......สปสช.ที่ว่าเก่งนักเก่งหนานี่จะหาหน่วยบริการประชาชนสิทธิบัตรทอง 30 บาท ตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกือบ 50 ล้านคน ได้จากโรงพยาบาลที่ไหน........ช่วยตอบให้ชื่นใจหน่อยว่าพวกท่านมีทางอื่นไป พวกท่านเก่งจริง...ไม่ง้อโรงพยาบาลราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขก็ได้.
แค่สามัญสำนึก • 2018-10-30, 03:44
ใจจริง....ผมไม่อยากให้ยุบทิ้งหรอกครับองค์กร ส.ทั้งหลาย ทุก ส. นั่นแหละ เพราะพวกท่านเก่งในหลายเรื่อง เก่งในการเล่นกับอำนาจรัฐทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือลากตั้ง เก่งในการสร้างเครือข่ายกับเอ็นจีโอ กับนักวิชาการนักวิจัย กับมวลชนจัดตั้ง ฯลฯ.....แต่ที่ยังขาดอยู่นิดเดียวก็คือสามัญสำนึก....ถ้าหากเครือข่ายองค์กร ส.ทั้งหลายมีสามัญสำนึกแค่สักครึ่งหนึ่งของศิลปินนักร้องอย่างคุณตูน บอดี้สแลม หรือนักการเมืองท้องถิ่นอย่างอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตผู้ล่วงลับ คุณไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ เข้าใจและเห็นใจความยากลำบากและข้อจำกัดของคนทำงานในโรงพยาบาลราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าใจและเห็นใจความยากลำบากของชาวบ้านในการเข้าถึงบริการสุขภาพ รพ.ของทางราชการ ที่คนเงินของไม่พอ และเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง จะหาปัจจัยเงินทองเครื่องไม้เครื่องมือมาสนับสนุนเพิ่มเติม หรือจะจัดตั้งสาขาโรงพยาบาลตระกูล ส.ระดับตติยภูมิแบบสาขา รพ.บ้านแพ้วให้ครบทุกจังหวัดทุกอำเภอ (ไม่ใช่ไปจัดตั้งสาขาเฉพาะใน กทม.และปริมณฑลเท่านั้น) ผมเชื่อว่าจะสามารถทำให้ประชาชนสิทธิบัตรทอง 30 บาทและทุกสิทธิ สามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น สะดวกมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และสามารถแบ่งเบาภาระความยากลำบากและข้อจำกัดของคนทำงานในโรงพยาบาลราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขไปได้ไม่น้อย.
สามเเหลี่ยมจตุรัส • 2018-11-07, 23:31
"........สถานการณ์นี้ต่างกับรัฐประหาร 2549 ที่แพทย์ตระกูล ส. ได้อำนาจเบ็ดเสร็จ หมอมงคล ณ สงขลา เป็นรัฐมนตรี หมอวิชัย โชควิวัฒน เป็นประธานบอร์ดองค์การเภสัช ร่วมกับหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการ สปสช.ทำ CL หักคอบริษัทข้ามชาติจนยาละลายลิ่มเลือดเม็ดละ 80 บาทเหลือ 1.50 บาท ประกาศคุณงามความดีของการ "ร่วมมือกับรัฐประหาร" จนถึงวันนี้............. นี่คือวิถีแพทย์ตระกูล ส. เครือข่ายหมอประเวศ วะสี ซึ่งรวบรวมแพทย์ชนบทผู้มีอุดมการณ์ตั้งแต่ยุค 14 ตุลา มารวมกลุ่ม "หมอสามพราน" วางยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เอากับอำนาจทุกขั้ว ไม่สนว่าเลือกตั้งหรือรัฐประหาร ขอเพียงได้สร้างองค์กรขับเคลื่อนสุขภาพนอกระบบราชการ (ซึ่งก็ทำให้ขัดแย้งกับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข)............ ตั้งแต่ยุคอานันท์ก็ได้สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ยุคชวนได้ สสส.ภาษีบาป 2% เป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" สร้างเครือข่ายใหญ่โต เลี้ยงไปถึง NGO และสื่อ (สถาบันอิศราได้งบ 8 ปี เกือบ 100 ล้าน) ยุคทักษิณได้ 30 บาทรักษาทุกโรค ยุค พล.อ.สุรยุทธ์ได้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และได้ไทยพีบีเอสแถมพก.........." "........สิบกว่าปีผ่านไป องค์กรตระกูล ส.ยังเผยจุดอ่อน คือทำตัวเป็น "อำมาตย์ใหม่" คนดีมีแต่พวกเรา ความถูกต้องมีแต่พวกเรา ทำตัวเป็น NGO แต่มีเงินมากมายให้ใช้ แพทย์ชนบท แค่อยู่ชุมแพได้เงินเพิ่มหลายหมื่น กระแสจึงตีกลับเรียกร้องให้จำกัดงบ สสส. ลามไปถึงตรวจสอบ สปสช......." Cr. https://www.hfocus.org/content/2015/08/10607

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน