สธ.จับมือไจก้า พัฒนาระบบบริการสังคมผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อ

กระทรวงสาธารณสุข ลงนามความร่วมมือกับไจก้า ศึกษาระบบการดูแลสุขภาพและการให้บริการสังคมผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อในโรงพยาบาล 7 จังหวัด ที่เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ได้รูปแบบการจัดบริการดูแลผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤติสำหรับประเทศไทย

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายอาคิโอะ โคอิเดะ หัวหน้าที่ปรึกษาโครงการดูแลสุขภาพและการให้บริการสังคมผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อ กระทรวงสุขภาพแรงงานและสวัสดิการ ประเทศญี่ปุ่น เข้าเยี่ยมคารวะ ว่า ตามที่รัฐบาลไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ได้ลงนามความร่วมมือด้านวิชาการในการพัฒนาระบบบริการสำหรับผู้สูงอายุ โครงการพัฒนารูปแบบบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพและสวัสดิการสังคมเชิงบูรณาการสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย เพื่อบูรณาการจัดบริการสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งด้านสุขภาพและสวัสดิการสังคม

นายอาคิโอะ โคอิเดะ

รวมทั้งได้มีการลงนามความร่วมมือการดำเนินโครงการพัฒนารูปแบบบริการระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิง และกลุ่มอายุอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลเรื่องการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ “รูปแบบบริการ” ได้รับการพัฒนาและนำไปใช้ในพื้นที่โครงการนำร่อง และมีการพัฒนา “หลักสูตรการอบรมสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ประสานงาน”

จากผลสำเร็จของความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าว ทั้ง 2 ประเทศได้ร่วมมือดำเนินโครงการดูแลสุขภาพและการให้บริการสังคมผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อ ระยะเวลา 5 ปี (ตุลาคม 2560-31 สิงหาคม 2564) เพื่อให้มีรูปแบบบริการสังคมผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อที่เหมาะสม การพัฒนาบุคลากรเชี่ยวชาญ และข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับรัฐบาลในการจัดบริการของประเทศ ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสำรวจโรงพยาบาลในเขตต่าง ๆ และได้คัดเลือกพื้นที่นำร่อง 7 แห่งทุกภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบในระยะต่อไป

“การมีผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Care Manager : CM) มีส่วนช่วยให้การบริการมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ซึ่งไทยจะนำเอาองค์ความรู้ที่ได้รับจากญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เช่น ทีมหมอครอบครัว อาสาสมัครสาธารณสุขกว่าล้านคนมาเพิ่มความรู้ด้านสุขภาพให้มากขึ้น เสริมความเข้มแข็งของทีมคลินิกหมอครอบครัว (Primary Care Cluster : PCC) เพื่อการดูแลสุขภาพในชุมชน ล่าสุดไปที่ จ.เชียงราย ร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข พบว่าสามารถช่วยควบคุมโรคที่มีปัญหาจากพฤติกรรมเช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ได้เป็นอย่างดี และมีการตั้งมหาวิทยาลัยสำหรับผู้สูงอายุ ให้สามารถเลือกเรียนตามประเด็นที่สนใจ” นพ.สุขุม กล่าว

ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2562 ประกอบด้วย

1.การฝึกอบรมสมาชิกโครงการ ณ ประเทศญี่ปุ่น 2 หลักสูตรคือ Intermediate Care & Seamless Care Training in Nagoya & Saku จำนวน 15 ราย และ Policy for Seamless Care Training in Hokkaido จำนวน 10 ราย

2.การอบรมในประเทศไทย ซึ่งจะนำเสนอข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญของไทยและญี่ปุ่น เป็นไปตามความต้องการของพื้นที่

3.การพัฒนารูปแบบบริการแบบไร้รอยต่อในพื้นที่นำร่องให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

4.การเก็บรวบรวมการดำเนินกิจกรรมและวิเคราะห์ข้อมูล

และ 5.การประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในระดับประเทศ

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

คนละเรื่องเดียวกัน • 2018-11-07, 18:26
"พัฒนา “รพ.อุทัยธานี” เป็นศูนย์เชี่ยวชาญดูแลผู้สูงอายุ" ............................ สธ. พัฒนา รพ.อุทัยธานี สร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ 9 ชั้น พัฒนาเป็นศูนย์เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ รองรับสังคมผู้สูงอายุ ชี้ “อุทัยธานี” ก้าวสู่สังคมมีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 21.23 ................. วันนี้ (4 พ.ย.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. และคณะผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านสาธารณสุข พร้อมติดตามโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุฉุกเฉิน 9 ชั้น โรงพยาบาลอุทัยธานี และการเพิ่มบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยให้เพียงพอต่อการให้บริการ ............. ทั้งนี้ อาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ 9 ชั้น โรงพยาบาลอุทัยธานีได้รับงบประมาณก่อสร้าง จำนวน 479,379,800 บาท ชั้นที่ 1 เป็นห้องฉุกเฉิน ห้องทำบัตร ห้องจ่ายยา เอกซเรย์ การเงิน ชั้น 2 ถึงชั้น 6 เป็นห้องตรวจโรคแผนกต่างๆ ห้องทันตกรรม ห้องตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ ศูนย์ตรวจสุขภาพ ชั้น 7-8 เป็นสำนักงาน ฝ่ายบริหาร เวชสถิติ ศูนย์คอมพิวเตอร์ การเงิน บัญชี ชั้น 9 เป็นห้องทรงงาน และห้องแสดงนิทรรศการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2560 วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลให้มีความทันสมัย รองรับประชาชนในระดับจังหวัด และพัฒนาศักยภาพการบริการให้เป็นศูนย์เชี่ยวชาญดูแลโรคที่เป็นปัญหาของจังหวัด อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเหลือดสมอง ไตวายเรื้อรัง มะเร็ง รวมทั้งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญด้านการดูแลผูสูงอายุ เนื่องจากจังหวัดอุทัยธานีก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะนี้สัดส่วนผู้สูงอายุมีมากถึงร้อยละ 21.23 ต้องจัดระบบบริการรองรับให้เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดี .............. โรงพยาบาลอุทัยธานี เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 365 เตียง ดูประชาชน 330,906 คน โดยในระยะ 10 ปี ได้จัดทำแผนพัฒนาโรงพยาบาล ให้สามารถรองรับประชาชนในจังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดใกล้เคียง อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น อาคารที่จอดรถ 7 ชั้น และอาคารสนับสนุนบริการ 5 ชั้น เริ่มก่อสร้างในปี 2564. Cr. https://mgronline.com/qol/detail/9590000110446

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน