อดีต รมว.สธ.ชี้ระบบหลักประกันสุขภาพกำลังเผชิญความท้าทาย "สังคมสูงวัย-เทคโนโลยี-ผลประโยชน์แอบแฝง"

“นพ.มงคล” กล่าวเปิดงาน “รำลึก 11 ปี นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์” ระบุ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งสังคมสูงวัย-เทคโนโลยีเปลี่ยน-ผลประโยชน์แอบแฝงจากกลุ่มผู้มีอำนาจ ชี้ต้องใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ ดึงงานมิตรภาพบำบัดช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 มูลนิธิมิตรภาพบำบัด (กองทุนนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์) จัดงาน “รำลึก 11 ปี นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์” ขึ้น ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่นโฮเทล กทม. โดยมีภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกว่า 500 ราย

นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกล่าวเปิดงาน ตอนหนึ่งว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย ซึ่งมี นพ.สงวน เป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คนแรก เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้เกิดขึ้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นระบบที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็น ไม่ต้องล้มละลายด้วยการเจ็บป่วยด้วยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยรัฐบาลได้ใช้เงินภาษีของประชาชนช่วยสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชน

นพ.มงคล กล่าวว่า ที่ผ่านมามีประชาชนกว่า 90% แสดงความพึงพอใจกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเป็นที่ยอมรับและกล่าวขานด้วยความชื่นชมจากนานาประเทศ โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ส่งทีมงานเข้ามาเรียนรู้การสร้างหลักประกันสุขภาพอย่างมากมาย นับเป็นผลงานชิ้นเอกและเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย

อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่ท้าทายต่อไปคือเราจะสร้างความยั่งยืนในระบบหลักประกันสุขภาพได้อย่างไรภายใต้ความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลายปัจจัย เช่น สังคมผู้สูงอายุที่ทำให้ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่มีราคาแพงและสามารถยืดอายุผู้ป่วยต่อไปได้ รวมถึงนโยบายแอบแฝงภายใต้ผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้มีอำนาจและกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยเหลือและช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทยสามารถจัดการกับสิ่งท้าท้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในแนวทางการจัดการคือการแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ทั้งนี้ ประกอบด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เสริมสร้างความเข้มแข็งบริการปฐมภูมิของประเทศ และอีกสิ่งสำคัญคือการนำแนวคิด “จิตอาสามิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน ผู้ป่วยช่วยผู้ป่วย” เพราะคนที่เจ็บป่วยต้องการคนที่เข้าใจ ต้องการคำแนะนำการปฏิบัติตัวจากประสบการณ์จริงของคนไข้ด้วยกัน เพราะการมีผู้ประสบปัญหาเดียวกันมาช่วยเหลือกัน ให้ข้อมูลแก่กันและกัน นับเป็นแนวทางสำคัญให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถยืนหยัดต่อสู้กับโรคภัยได้อย่างเข้มแข็ง

“ระบบหลักประกันสุขภาพและการดำเนินงานจิตอาสามิตรภาพบำบัดเพื่อนช่วยเพื่อน ผู้ป่วยช่วยผู้ป่วย จะต้องเดินหน้าต่อไปแม้มีอุปสรรคบ้าง โดยรัฐบาลต้องดำเนินการเพราะเป็นการลงทุน เป็นกำลังของชาติและพัฒนาประเทศ นั่นเพราะความเจริญของประเทศและเศรษฐกิจจะเติบโตได้ก็ด้วยประชาชนมีสุขภาพดี” นพ.มงคล กล่าว

Comments

UCที่ไร้ผู้รับผิดชอบ • 2019-01-11, 20:13
"ประเด็นผู้บริหารในส่วนท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องรับผิดรับชอบต่อประชาชนในท้องถิ่น เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ใหญ่โตสำหรับระบบสาธารณสุขเช่นกัน .......... ความที่ผู้บริหารโรงพยาบาลของรัฐในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน ไม่ต้องรับผิดรับชอบต่อประชาชน ผู้ป่วยและผู้ยากไร้ในเขตของตน ทำให้เกิดสภาพโรงพยาบาลแออัดทุกเช้า เตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอและอยู่ในสภาพโรงฆ่าสัตว์ ไปจนถึงการส่งต่อที่ไร้ประสิทธิภาพด้วยการโยนไปโยนมา ไม่ว่าจะเป็นการโยนผู้ป่วยไปมาระหว่างแผนกในโรงพยาบาลเดียวกันหรือการโยนไปมาระหว่างโรงพยาบาล .......... ประชาชนไม่เคยทำอะไรผู้บริหารโรงพยาบาลได้นอกจากร้องเรียนหรือฟ้องร้องเป็นครั้งๆ แล้วเงียบหายไป ......... ประชาชน ผู้ป่วยและผู้ยากไร้ในจังหวัดหรืออำเภอต่างๆ ควรมีอำนาจในการพิจารณาความดีความชอบ ให้รางวัลหรือถอดถอนผู้บริหารโรงพยาบาลที่ไม่บริหารโรงพยาบาลเพื่อคนในท้องถิ่นให้ดี ........... ปัญหาเชิงโครงสร้างขนาดใหญ่อีกข้อหนึ่งคือ ความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างโรงพยาบาลประจำจังหวัดและโรงพยาบาลประจำอำเภอ ไม่มีสำนึกและวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมเดียวกัน นอกจากไม่มีแล้วยังแตกคอกัน มากกว่านี้คือ การแตกคอกันระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขขนาดใหญ่ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมทั้งหน่วยงานส่งเสริมสุขภาพ คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ............. ไม่มีอะไรที่เรียกว่าทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงหรือจริงใจระหว่างหน่วยงานเหล่านี้ ........... ผู้ป่วยที่ไม่มีเส้นสายในโรงพยาบาลเป็นบุคคลที่น่าเห็นใจมากที่สุด การเดินเข้าโรงพยาบาลของรัฐเป็นเรื่องทุกข์ทรมานไปจนถึงถูกทรมานทรกรรมได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เห็นอยู่ว่านายแพทย์และผู้ปฏิบัติงานจำนวนหนึ่งทำงานหูดับตับไหม้ไม่ได้พักผ่อน (แต่อีกจำนวนหนึ่งอยู่ในสภาพว่างงานแอบแฝงมหาศาลแต่ไม่ยอมรับความจริงกัน) .......... หากจะโทษก็ต้องโทษการบริหารที่ล้มเหลว และการบริหารที่ล้มเหลวเกิดจากโครงสร้างที่พิกลพิการของระบบสุขภาพดังที่เล่ามา ผู้บริหารจะเก่งมาจากไหนก็ล้มเหลวซ้ำซากได้เท่าๆ กัน ......... จิตวิวัฒน์มิได้แปลว่าให้มองโลกในแง่ดีตลอดไป จิตวิวัฒน์เชิญชวนให้เรามองปัญหาเดิมในมุมมองใหม่หรือกระบวนทัศน์ใหม่แล้วก้าวข้ามตนเองเป็นสำคัญ........... มุมมองใหม่หรือกระบวนทัศน์ใหม่ในการดูระบบการศึกษาและระบบสุขภาพเป็นอย่างที่เล่ามา นั่นคือโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ชำรุดอย่างหนัก และหากไม่แก้ไขก็ไม่มีวันพัฒนาโรงเรียนหรือโรงพยาบาลแต่ละแห่งให้เป็นสถานที่ซึ่งยังประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในท้องถิ่นได้ ......... โรงเรียนและโรงพยาบาลเป็นหน่วยราชการที่ใหญ่ที่สุด มีจำนวนข้าราชการมากที่สุดของแต่ละจังหวัด และรับผิดชอบการพัฒนามนุษย์มากที่สุดด้วย นี่คือสองสถานที่ ที่เราควรเอาจริงเอาจัง." ...... ผู้เขียน : ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ กรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสถานบริการสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พ.ศ. 2546-2549 www.thaissf.org, twitter.com/jitwiwat สนับสนุนโดย มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ......... ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 “คอลัมน์: จิตวิวัฒน์: การศึกษาและสาธารณสุขที่ล้มเหลว” https://www.hfocus.org/content/2015/02/9247

ความคิดเห็นล่าสุด

สุรินทร์ บุญช่วย
12 นาที 47 วินาที ago
...
harry williams
2 วัน 11 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

สุรินทร์ บุญช่วย
12 นาที 47 วินาที ago
...
harry williams
2 วัน 11 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน