สถาบันพระบรมราชชนกเตรียมพร้อมเป็น 'สถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง' ด้าน 'วิทยาศาสตร์สุขภาพ'

สถาบันพระบรมราชชนก เตรียมความพร้อมบุคลากรรองรับการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผลิตบัณฑิตที่ดีให้สังคมและประเทศชาติ

วันที่ 31 มกราคม 2562 ที่โรงแรมเอเชีย  แอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมมิติใหม่ของการก้าวสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข แก่ผู้บริหารและบุคลากรสถาบันพระบรมราชชนกส่วนกลาง ผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรจากวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 600 คน สร้างแนวคิดในการบริหารจัดการองค์การ เพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า การเตรียมพร้อมในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นเรื่อง สำคัญ การผลิตบัณฑิตเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพควรคำนึงถึงความต้องการของประเทศชาติและสังคมใน 4–5 ปีข้างหน้า ที่บัณฑิตใหม่จะจบหลักสูตรการศึกษา ดังนั้น สถาบันควรผลิตบัณฑิตที่เป็นคนดี เพราะคนดีสามารถฝึกให้เก่งได้ จะช่วยให้ความรู้ ดูแลประชาชน ชี้นำให้เกิดสิ่งดี ๆ ในสังคมและประเทศชาติ

“ขอให้ใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จากการมี พ.ร.บ.ในครั้งนี้ มาก่อให้เกิดประโยชน์ช่วยผลิตบัณฑิตที่เป็นคนดี ตอบสนองความต้องการของสังคมและประเทศชาติ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสถาบันการศึกษาอื่น ๆ” นพ.ปิยะสกลกล่าว

สำหรับสถาบันพระบรมชนก เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีภารกิจหลักในการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางด้านสุขภาพ มีวิทยาลัยการสาธารณสุข วิทยาลัยการพยาบาล และโรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศจำนวน 39 แห่ง สามารถผลิตบุคลากรด้านสุขภาพได้ 5,000-6,000 คนต่อปีการศึกษา เมื่อ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ สถาบันพระบรมราชชนกจะมีสถานะเป็นนิติบุคคล และเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางที่มีอิสระทางวิชาการ ที่ผ่านมาสถาบันพระบรมราชชนกผลิตบัณฑิตไปแล้วกว่า 220,000 คน

Comments

Anonymous • 2019-02-02, 12:50
ร่างพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. .... .................. ข่าวการเมือง มติคณะรัฐมนตรี -- อังคารที่ 17 เมษายน 2561 16:08:08 น. ............. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและรับทราบ ดังนี้ ............... 1. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป ............. 2. รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ต้องออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ .................. 3. ให้กระทรวงสาธารณสุขรับความเห็นของสำนักงาน ก.พ. และข้อสังเกตของสำนักงาน ก.พ.ร. ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย ............ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ................ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว แบ่งออกเป็น 6 หมวด และบทเฉพาะกาลรวมทั้งสิ้น 68 มาตรา สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ ............ 1. กำหนดให้สถาบันพระบรมราชชนกเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ในด้านการแพทย์ การพยาบาล การสาธารณสุข และสหเวชศาสตร์ มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ อยู่ในสังกัด สธ. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรตามความต้องการของ สธ. ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพ ทำการสอน ทำการวิจัย ทำการฝึกอบรม และให้บริการทางวิชาการแก่สังคม โดยมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ .............. 2. กำหนดให้วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศรจังหวัดปราจีนบุรี วิทยาลัยการสาธารณสุข สิรินธร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีทุกแห่ง วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม และวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเป็นส่วนราชการของสถาบัน ............. 3. กำหนดให้สถาบันแบ่งส่วนงานออกเป็น (1) สำนักงานอธิการบดี (2) คณะ และ (3) สำนัก และให้สถาบันมีอำนาจให้ความร่วมมือกับสถาบันศึกษาอื่นทั้งในและต่างประเทศ โดยรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบในสถาบัน หรือจัดการศึกษาหรือดำเนินการวิจัยร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นในประเทศหรือต่างประเทศ หรือขององค์การระหว่างประเทศได้ ............. 4. กำหนดให้รายได้และผลประโยชน์ของสถาบัน รวมทั้งผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สินหรือสัญญาจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน .................. 5. กำหนดให้เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สถาบันต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้อุทิศกำหนดไว้และต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ........... 6. กำหนดให้มีสภาสถาบัน ประกอบด้วยนายกสภาสถาบัน อุปนายกสภาสถาบัน กรรมการ สภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการสภาสถาบันโดยตำแหน่ง และกรรมการสภาสถาบัน และให้สภาสถาบันมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด ............. 7. กำหนดให้มีสภาวิชาการ ประกอบด้วย ประธานสภาวิชาการและกรรมการสภาวิชาการ มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะนโยบายและแผนพัฒนาทางวิชาการของสถาบันต่อสภาสถาบัน กำหนดคุณภาพและมาตรฐานวิชาการของสถาบัน เป็นต้น ............. 8. กำหนดให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบัน กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม โดยให้อธิการบดีมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนด ........... 9. กำหนดให้สถาบันจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบัน ................ 10. กำหนดให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้าง อัตรากำลัง งบประมาณ และรายได้ของสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เว้นแต่วิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข และแก้วกัลยาสิกขาลัย ไปเป็นของ สถาบันพระบรมราชชนกตามพระราชบัญญัตินี้ ตามรายการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ............... --ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 17 เมษายน 2561-- อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/cabt/2813119
Anonymous • 2019-02-02, 12:59
สนช. เห็นชอบรับหลักการร่าง พ.ร.บ.สถาบันพระบรมราชชนก ...................... 9 พ.ย. 61 – สนช.มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.สถาบันพระบรมราชชนก ปรับเปลี่ยนสถานะให้สถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุข ได้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่จัดการศึกษาระดับปริญญา สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มุ่งบริหารจัดการและผลิตกำลังบุคลากรได้ตามความต้องการด้านสุขภาพและสังคม............. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สถาบันพระบรมราชชนก ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ด้วยเสียง 179 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง โดยไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย หลังนายปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการปรับสถานะของสถาบันพระบรมราชชนกซึ่งมีวิทยาลัยในสังกัดจำนวน 39 แห่ง เป็นสถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุข มีสถานะเป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปลี่ยนมาเป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่จัดการศึกษาระดับปริญญา และเป็นนิติบุคคล เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ที่มีฐานะเป็นกรมหรือเทียบเท่ากรม สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ เกิดความอิสระ คล่องตัวขึ้น ผลิตบุคคลได้ตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพ ทำการสอน วิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม โดยเน้นความร่วมมือกับชุมชน และการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่ตอบสนองความต้องการประชาชนได้ทั่วถึง มีศักยภาพสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเรื่องการศึกษาเรียนรู้และแผนปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ............ ทั้งนี้ เมื่อ สนช. มีมติรับหลักการแล้ว กำหนดตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 15 คน ทำหน้าที่พิจารณา มีระยะเวลาดำเนินงาน 30 วัน กำหนดแปรญัตติใน 7 วัน ........... http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=10173#.XFUw8zV1P3g
Anonymous • 2019-02-02, 13:01
สนช. เห็นชอบให้มีการประกาศใช้ร่างกฎหมายสถาบันพระบรมราชชนก ........... 13 ธ.ค. 61 – สนช. มีมติให้มีการประกาศร่าง พ.ร.บ.สถาบันพระบรมราชชนก เพื่อใช้เป็นกฎหมาย ปรับสถานะวิทยาลัยในสังกัดจำนวน 39 แห่ง เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผลิตและพัฒนาบุคลากรได้ตรงตามความต้องการด้านสาธารณสุขของประเทศ ............... ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีมติเห็นชอบให้มีการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้ว ด้วยเสียง 176 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง โดยไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นการปรับสถานะของสถาบันพระบรมราชชนกซึ่งมีวิทยาลัยในสังกัดจำนวน 39 แห่ง เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่จัดการศึกษาระดับปริญญา ที่มีความเป็นอิสระในการจัดการศึกษา มีการพัฒนาระบบบริหารและจัดการศึกษาเฉพาะทางได้อย่างคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ ภายใต้การกำกับดูแลของสภาสถาบันพระบรมราชชนก และมีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรตามความต้องการชองกระทรวงสาธารณสุข ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพ ทำการสอน วิจัย ให้บริการแก่สังคม รวมทั้งทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม พร้อมกันนี้ สนช. เห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการในประเด็นต่าง ๆ อาทิ เมื่อมีการตั้งสภาสถาบัน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของสถาบันและอธิการบดี และพิจารณาอธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง จึงควรกำหนดให้มีการตั้งสำนักงานสภาสถาบันขึ้นด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการสนับสนุนภารกิจของสภาสถาบัน และเพื่อมิให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=10340#.XFUx3DV1P3g

ความคิดเห็นล่าสุด

วสันต์​ หมวกหมื่นไวย์
1 วัน 19 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

วสันต์​ หมวกหมื่นไวย์
1 วัน 19 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน