แพทย์เตือนผู้ป่วยเบาหวาน หากพบอาการบ่งชี้ควรรีบพบแพทย์ทันที

Tue, 2019-03-05 16:32 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สถาบันโรคทรวงอก เตือนผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวายเรื้อรัง ตาบอด และโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อันตรายถึงชีวิตได้ หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการหันมาใส่ใจดูแลตนเอง ชี้หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมน์อินซูลิน หรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินซูลิน หรือร่วมกันทั้ง 2 อย่าง ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้รับมาจากอาหารเป็นพลังงาน จนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 126 มก./ดล. อีกทั้งหากป่วยเป็นโรคเบาหวานในระยะเวลานานๆ จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าปกติ เพราะโรคเบาหวานจะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง หลอดเลือดแดงตีบหรืออุดตัน ในส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะที่พบบ่อย คือ หัวใจ สมอง ไต ตา เท้า ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวายเรื้อรัง ตาบอด และโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอันตรายถึงชีวิตได้

ทั้งนี้ความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานเกิดได้จากหลายปัจจัยได้แก่ 1.กรรมพันธุ์ 2.ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง 3.มีพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมาะสม 4.ขาดการออกกำลังกาย 5.อายุมากขึ้น 6.สตรีที่มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 7.พบผิวหนังสีคล้ำดำเหมือนกำมะหยี่บริเวณลำคอหรือรักแร้ ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการหันมาใส่ใจดูแลตนเอง หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน คือ เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก ตามัว มือเท้า ชา บวม ปัสสาวะบ่อย นอกจากนี้ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ไขมันสูง สูบบุหรี่ ควรตรวจเช็คโรคเบาหวานเช่นกัน เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงร่วมกันที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการหันมาใส่ใจดูแลตนเอง โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงของหวาน ชา กาแฟ น้ำอัดลม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด รวมทั้งระวังไม่ให้เกิดภาวะติดเชื้อ รับประทานยาหรือฉีดยาตามคำแนะนำของแพทย์ และหมั่นตรวจสุขภาพ ตา ไต หัวใจ เท้า และสมองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่จะเกิดในอนาคตต่อไป

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม