สธ.ติวผู้บริหารใหม่ระดับอำเภอ ‘ผอ.รพช. สสอ.’ สร้างงานเพื่อประชาชนสุขภาพดี

Fri, 2019-03-08 14:02 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข มอบนโยบายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน และสาธารณสุขอำเภอ ขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพ มีหมอประจำทุกครัวเรือน ด้วยคลินิกหมอครอบครัว รพ.สต.ติดดาว และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการอบรมโครงการปฐมนิเทศผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน และสาธารณสุขอำเภอที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ประจำปี 2562 ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี เพื่อพัฒนาความรู้ ทั้งด้านวิชาการ บริหาร ทักษะ ประสบการณ์ คุณธรรม จริยธรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการบริหารให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน บริหารองค์กรอย่างมีความสุข นำพาองค์กรบรรลุเป้าหมายตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข

นพ.ไพศาล กล่าวว่า นโยบายสำคัญที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบให้หน่วยงานในสังกัดทุกระดับดำเนินการในปี 2562 คือ จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ คนไทยเป็นเจ้าของโรงพยาบาล การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตโดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) พร้อมสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับบุคลากรในทุกระดับ สำหรับในระดับอำเภอเน้นนโยบายเรื่องการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ (Primary Health Care) ขับเคลื่อนใน 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วย

1. การพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ บูรณาการทุกภาคส่วน ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พ.ศ. 2561 ซึ่งขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ พชอ. ครบทั้ง 878 อำเภอแล้ว

2. คลินิกหมอครอบครัว มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพประชาชนแบบองค์รวมตลอดช่วงชีวิต กระทรวงพร้อมสนับสนุน และบริหารกำลังคนในทีมสหวิชาชีพ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบที่ชัดเจน ซึ่งมีเป้าหมาย 6,500 ทีมทั่วประเทศใน 10 ปี ปัจจุบันมีทีมครอบครัว 1,050 ทีม ผ่านเกณฑ์การประเมิน 3S (Staff Structure System) 996 ทีม หรือร้อยละ 95

3. รพ.สต.ติดดาว “5 ดาว 5 ดี” มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพการให้บริการของ รพ.สต. ให้เป็นหน่วยบริการด่านหน้าที่มีการบริหารงานดี ประสานงานดี ภาคีมีส่วนร่วม บุคลากรดี บริการดี ประชาชนสุขภาพดี ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนเพื่อการพัฒนาในระยะเร่งด่วน โดยจัดหาครุภัณฑ์การแพทย์ 563 ล้านบาท และซ่อม ปรับปรุง สร้างบ้านพัก 873 ล้านบาท ในปี 2562 ตั้งเป้าหมายให้ รพ.สต. ผ่านเกณฑ์ 3+4+5 ดาว ร้อยละ 100 และ รพ.สต. 5 ดาว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

“การที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ รวมถึงการทำงานให้เป็นรูปธรรมและเป็นเอกภาพ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกระดับ นำนโยบายไปแปลงสู่การปฏิบัติ โดยยึดหลักค่านิยมของกระทรวงสาธารณสุขเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป” นพ.ไพศาล กล่าว

Comments

Submitted by สาธารณทุกข์ on
****จวกยับ สธ.เรียกเงินเดือนบุคลากรคืน อ้างคิดผิดให้เกินมา 5 ปี มีตั้งแต่ 2 - 5.9 หมื่นบาท***** โซเชียลระอุ!! ปม สธ.เรียกเงินเดือนคืน เฉลี่ย 2-2.5 หมื่นบาทต่อคน พบสูงสุด 5.9 หมื่นบาท ในกลุ่มพนักงาน-ลูกจ้างที่บรรจุข้าราชการใหม่ช่วงปลายปี 2557 เผยทำบัญชีผิดพลาด ให้เงินเกินมา 5 ปี ระบุลดเงินเดือนยอมรับได้ แต่ไม่ใช่เรียกคืนทีเดียวเป็นก้อน .............. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจ หมออนามัยขี้mouth มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรียกเงินเดือนเกินสิทธิ์คืน ในกลุ่มพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการก่อนวันที่ 11 ธ.ค. 2555 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2557 คนละประมาณ 20,000-25,000 บาท ซึ่งมาจากการทำบัญชีเงินเดือนผิดพลาด จนได้รับเงินเดือนเกินสิทธิ์มาถึง 5 ปี โดยขณะนี้มีการเรียกเงินเดือนเกินสิทธิคืนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะสมุทรปราการเรียกคืน 29 ราย ศรีสะเกษ 91 ราย โดยเรียกร้องว่า คนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นกับการทำเงินเดือนผิดพลาด ทั้งใน สธ. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ต้องมีส่วนรับผิดชอบในกรณีนี้หรือไม่ ............. นายริซกี สาร๊ะ เลขาธิการชมรมนักวิชาการสาธารณสุข (ประเทศไทย) และเลขาธิการสมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ กล่าวว่า การเรียกเงินเดือนเกินสิทธิคืนเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2561 แต่มาเป็นกระแสช่วงนี้ เพราะเกิดเหตุมากที่สุดที่ จ.ศรีสะเกษ ถึง 91 ราย สมุทรปราการ 29 ราย และยังมีพื้นที่อื่นๆ อีก เช่น ตราด ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ เป็นต้น โดยตำแหน่งกระจายๆ ไป อาทิ นักวิชาการสาธารณสุข เทคนิกการแพทย์ กายภาพ แพทย์แผนไทย ทั้งนี้ น่าจะมาจากความผิดพลาดของคนทำบัญชี ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้น คนรับกรรม คือ บุคลากรที่เพิ่งรับการบรรจุเป็นข้าราชการ แม้การเรียกเงินคืนเฉลี่ย 5 ปีจะอยู่ที่ 25,000 บาท ดูไม่มาก แต่สะท้อนถึงการบริหารจัดการระบบ จึงอยากให้ผู้บริหาร สธ. ออกมาจัดการเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม พบว่า มีการเรียกคืนสูงสุดคือ 59,000 บาท .............. "ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการที่ช่วงหลายปีก่อนพนักงานกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชก่าร ออกมาเรียกร้องขอปรับเงินเดือนขึ้น เนื่องจากบรรจุเป็นข้าราชการแล้ว แต่กลับมีการคิดเงินเกิน จึงทำให้ต้องเรียกคืน" นายริซกี กล่าวและว่า จำนวนคนที่ถูกเรียกคืนเงินไม่มีวิชาชีพพยาบาล เลยมองว่าเป็นเรื่องของวุฒิการศึกษาตั้งต้นที่ ปวส. ปวช. หรือปริญญาตรี และคำนวณผิดพลาดหรือไม่ ตนไม่แน่ใจ ทั้งนี้ หากทำข้อมูลเงินเดือนผิดพลาดแล้วมีมาตรการลดเงินเดือนลง ถือว่ารับได้ แต่การเรียกเงินคืนในจำนวนที่เยอะในเวลาไม่กี่เดือนมีผลกระทบแน่นอน เพราะหลายคนมีภาระที่ต้องใช้เงินแตกต่างกัน เดิมคิดว่าไม่กี่ราย แต่ตอนนี้พบข้อมูลคนถูกเรียกคืนเยอะมากจนน่าตกใจ เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยหาทางออกกัน ............. ที่มา: เผยแพร่: 8 มี.ค. 2562 14:37 โดย: ผู้จัดการออนไลน์ https://mgronline.com/qol/detail/9620000023521

Add new comment