นพ.ธีระ วรธนารัตน์ : เตรียมรับมือกับกัญชาในขนม

THC สารในกัญชานั้น บางรัฐในอเมริกาที่อนุญาตให้เสรี จะเจือในอาหารและเครื่องดื่มในขนาดน้อยๆ ราว 10 มิลลิกรัม

แต่ตอนนี้หลายประเทศขายขนมประเภทช็อกโกแลต และเยลลี่แบบเคี้ยวรสผลไม้ โดยมี THC สูงถึง 50-80 มิลลิกรัม

ล่าสุดวารสารแพทย์โรคหัวใจของแคนาดารายงานเมื่อ ก.พ.2019 ว่ามีผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคหัวใจอยู่เดิมเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพราะอมอมยิ้มที่ผสมกัญชาที่มี THC 90 มิลลิกรัม

การเกิดอาการกำเริบจนเกือบตายนั้น เพราะสาร THC ไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น จนทำให้เกิด demand supply mismatch ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ

เรื่องนี้ได้รับการหยิบยกมาอภิปรายในวารสารรายสัปดาห์ด้านอายุรศาสตร์ (ACP Internist) ของวิทยาลัยแพทย์อเมริกัน (American College of Physician: ACP) เดือนนี้ และเรียกร้องให้คนจะใช้กัญชาก็ควรระวังให้ดี รวมถึงแพทย์ก็ให้ตระหนักไว้ว่าจะมีเคสเสพกัญชาและได้รับสารพวกนี้จากอาหารการกินโดยไม่รู้เลยว่ามากจนเกิดอันตรายได้

เมืองไทยคงอีกไม่นานครับ

ตอนนี้มันทำการปั่นป่วนสังคมจนคนเข้าใจผิดว่ารักษาได้ร้อยแปดพันเก้า แถมปั่นป่วนเรียกร้องให้ปลูกกันได้ทุกบ้านอ้างเพื่อไว้รักษากันไป

ระเบียบวินัยนั้นสำคัญยิ่ง รู้กันอยู่ว่าสังคมเรานั้นมีมากเพียงใด คุมได้ไหม

หลังปลดล็อคทางการแพทย์ และบางรัฐให้เสรีตามเรียกร้อง สถิติคนอเมริกันเสพกัญชาในรอบปีที่ผ่านมา เพิ่มจาก 4.1% ในปี 2001-2 ขึ้นเป็น 9.5% ในปี 2012-2013 และขึ้นเป็น 14.6% ในปี 2017

30% ของคนอเมริกาที่มีประวัติเสพกัญชาเมื่อปีก่อน จะมีอาการเสพติดกัญชาไม่มากก็น้อย

เคสป่วยจากเสพกัญชาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งป่วยเองจากการเสพ และจากการไปทำร้ายหรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจร

ห่วงใยลูกหลานที่ต้องเจออมยิ้ม ลูกอม เยลลี่ ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มต่างๆ จนอาจไปถึงก๋วยเตี๋ยว ที่แอบใส่กัญชากันจนเละเทะ

ถามว่าจะทำอย่างไรดี?

ตอบได้คำเดียวคือ...จงดูแลลูกหลานให้ดี สอนให้เค้ารู้เท่าทันภัยที่จะเกิดขึ้นในสังคมรอบตัวเค้า...

น่าจะทำได้แค่นี้เท่านั้นภายใต้สถานการณ์ที่เห็นในปัจจุบัน

ผู้เขียน : ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ้างอิง:

Saunders A, Stevenson RS. Marijuana lollipop-induced myocardial infarction. Can J Cardiol. 2019;35:229.e1-229.e3.

Comments

รู้เท่าทันกัญชา • 2019-05-04, 02:41
"กัญชา!ยาวิเศษ 6 ข้อคำนึงรักษาโรค" .......... โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ค. 2562 05:01 น. ......................................................................................................................................................................... “กัญชา” กับ “การรักษาโรค” เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ “หมอดื้อ” ย้ำว่า หนึ่ง...ต้องพยายามรู้ให้ได้ว่าโรคนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร ถัดมา...ขณะนี้โรคสงบแล้วหรือยัง สาม...อาการที่เกิดขึ้นขณะนี้เกิดจากผลตามหรือความเสียหายซึ่งเกิดจากโรคหรือโรคกำลังลุกลามอยู่ สี่...ถ้าโรคสงบแล้ว การรักษาขณะนั้นเป็นเพียงแต่บรรเทาอาการ.............. ยกตัวอย่างเช่นการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อจากแผลเป็นในสมองหรือไขสันหลัง .............. และ ห้า...ถ้าโรคยังไม่สงบ การรักษาขณะนั้นเป็นการบรรเทาทางอาการและหยุดยั้งโรค การใช้กัญชาหรือยาใดๆก็ตามรวมทั้งยาปัจจุบันในการรักษาโรคมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทราบความจริงที่กลับมาข้างต้น .............. การที่จะสรุปว่า “กัญชา” ได้ผลในภาวะหนึ่งภาวะใด ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆเหล่านี้ ทั้งที่อาการเหมือนกัน แต่การตอบสนองอาจไม่เท่ากัน ทั้งนี้ รวมถึงการตอบสนองของกัญชาในแต่ละคนมีความต่างกันด้วย และชนิดรวมทั้งส่วนประกอบของกัญชาที่ใช้ ............ ให้รู้ต่อเนื่องแบบลงลึกเกี่ยวกับข้อควรระวังของการใช้กัญชาใน “โรคพาร์กินสัน” และโรคอื่นๆด้วยว่า...เวลาก่อนจะใช้กัญชา ไม่ว่า CBD หรือน้ำมันกัญชาธรรมดาที่มีสารออกฤทธิ์ในทางเมา ............ สิ่งสำคัญก็คืออธิบายให้ผู้ป่วยทราบก่อนว่า “ยาพาร์กินสัน” ที่ใช้อยู่เป็นเพียงบรรเทาอาการและไม่ได้ช่วยให้โรคหาย แต่ขณะเดียวกันการใช้ยาขนาดมากเพื่อทำให้เข้าใกล้ปกติมากที่สุด กลับกลายเป็นเร่งให้โรคพัฒนาได้เร็วขึ้น จนกระทั่งไม่ว่าจะใช้ยาอะไรก็ไม่ได้ผล .............. เพราะ...เป็นการเร่งให้สมองส่วนที่บกพร่องอยู่แล้วทำงานเกินกำลัง .............. ศ.นพ.ธีระวัฒน์ บอกว่า การใช้ยาพาร์กินสันในแต่ละมื้อในขนาดมากเกินไป อาจทำให้มีความดันโลหิตตก...หน้ามืด การทรงตัวไม่ดีขณะเปลี่ยนท่าจากนอนไปนั่ง นั่งไปยืน และความดันตกเช่นนั้นเป็นข้อสังเกตที่สำคัญว่าจะทำให้โรคไปเร็วหรือไม่ และรายงานระยะหลังพบว่า อาจจะกระตุ้นทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมอีกด้วย...orthostatic hypotension (ความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืน) ขณะลุกขึ้นทันที ไม่ต้องรอ 3 นาที ............. ข้อแนะนำ…ข้อแรกเริ่มจากลดขนาดยาให้น้อยที่สุดแต่ไม่ใช่หยุดยาเพราะจะกลายเป็น dopamine deprivation และที่สำคัญคือหยุดยาที่ทำให้ levodopa ค้างอยู่ในสมองนาน เช่น entacapone และแม้แต่ dopamine agonists ถ้าเป็นไปได้ เช่น pramipexol ropinirole .............. ข้อถัดมา...ใช้กัญชาร่วมในขนาดที่น้อยที่สุดเพียงครึ่งหยดต่อวันในวันแรก และต้องเริ่มตอนก่อนนอนทุกครั้ง ข้อที่สาม...ในขณะเดียวกันประเมินยาอื่นที่ผู้ป่วยใช้ด้วยว่าจะมีปฏิกิริยาควบรวมกับกัญชาที่ใช้อยู่หรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องลด...เพิ่มขนาดยาในเวลาต่อมา เพราะกัญชาอาจไปเพิ่มฤทธิ์หรือลดฤทธิ์ของยานั้นๆ .............. และ...ทำให้อาการของโรคอื่นกลับเลวลงไปอีก ............. ข้อที่สี่...การเพิ่มขนาดของกัญชาควรกระทำอย่างช้าๆในวันรุ่งขึ้นหรือในอีกสองวันถัดมา ทั้งนี้ โดยประเมินจากผลข้างเคียงได้แก่ ง่วงเมา โซเซ เวียนหัวคลื่นไส้หรือมีความดันตก ซึ่งอาจจะเกิดกับน้ำมันกัญชาธรรมดามากกว่า แต่เกิดกับ CBD ได้ แม้ว่าจะน้อยมากและดูว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจแล้วหรือยัง ............ ข้อที่ห้า...ถ้ายังไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจค่อยๆเพิ่มทุกวันหรือทุกสองวันได้ขนาดครึ่งหยดตอนก่อนนอน และควรหยุดอยู่ที่ไม่เกินสามถึงสี่หยด การจะใช้กัญชาในช่วงเวลาอื่นหรือไม่อย่างไรขึ้นอยู่กับว่าจะมีผลแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงอะไรบ้าง และผู้ป่วยทำงานอะไรเวลากลางวัน...อาจจะเกิดอันตรายในการทำงานหรือไม่ .......... ข้อที่หก...ห้ามคิดว่ายิ่งใช้ปริมาณมากยิ่งดีเนื่องจากการใช้กัญชาในการรักษาโรคเป็นการปลุกระบบกัญชาธรรมชาติในตัวให้ทำงานและปรับสมดุลในร่างกาย .......... คำแนะนำนี้ได้จากตำราทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ได้จากคำแนะนำของเพื่อนคู่หูจากชมรมใต้ดินและได้จากการพัฒนาจากการดูผู้ป่วยมากกว่า 100 ราย และไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำตามนี้ ........... ทั้งนี้ สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยขึ้นอยู่กับชนิดของกัญชา ชนิดของสายพันธุ์กัญชา และความเข้มข้นของกัญชาที่ใช้ .............. อย่างไรก็ตามเนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้มักจะไม่ทราบธรรมชาติที่มา ควรเริ่มน้อยที่สุดก่อน ส่วน CBD บริสุทธิ์นั้นเป็นประสบการณ์ไม่นานมานี้โดยการใช้ในผู้ป่วยใช้เวลาประเมินประมาณสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ............ “หมอไม่ได้เป็นคนครอบครองกัญชาขายกัญชาให้ผู้ป่วยใดๆทั้งสิ้น แต่ผู้ป่วยสามารถได้กัญชาจากชมรมจิตอาสา หมอแนะนำวิธีใช้และติดตามการรักษาร่วมกับเพื่อนชมรมใต้ดินโดยไม่ได้ปฏิบัติผิดกฎหมายใดทั้งสิ้น เพื่อผลประโยชน์สูงสุดและเป็นการรักษาชีวิตของผู้ป่วยโดยที่สามารถลดค่าใช้จ่ายของยาปัจจุบันได้” .............. คำว่า “ลด” ที่ว่านี้คร่าวๆก็จากเดือนละประมาณตั้งแต่ 7,000–28,000 บาท ลงมาเหลือประมาณ 200–700 บาทต่อเดือน ............ และ...ใช้การปฏิบัติเช่นนี้กับโรคอื่นๆ ได้แก่ โรคสมองเสื่อมที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่แก้ไขได้ อาการปวดเส้นประสาทใบหน้า อาการปวดอย่างอื่น ภาวะนอนไม่หลับ เครียด อาการเกร็ง บิด ............ นอกจากนี้ยังใช้ควบรวมกับยาโรคลมชักที่คุมอาการยังได้ไม่ดี โดยต้องมีความระวังอย่างสูงสุด เพราะกัญชาจะไปเพิ่มฤทธิ์ของยากันชัก .............. ถึงตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกันให้แจ่มชัดพอสมควรแล้วว่า การใช้ “กัญชา” ไม่ได้ผลดีที่สุดในทุกราย ในกรณีที่ไม่ได้ผลมีความจำเป็นต้องประเมินตัวโรคใหม่ว่ามีสาเหตุซับซ้อนอย่างอื่นหรือไม่ หรือ...มีการใช้ยาสมุนไพรอื่นๆควบรวมไปด้วย ........... “ในโรคทางสมองบางอย่าง...multiple system atrophy จะมีความผิดปกติของหลายระบบร่วมกัน เช่น ระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำให้ความดันตกเหลือประมาณ 50 ถึง 70 ร่วมกับอาการเกร็ง spsticity...อาการพาร์กินสัน อาการเซ และการรับรู้สัมผัสของขาผิดปกติ คือมีทั้ง posterior column และ cerebellum ผิดปกติ โดยมี peripheral nerve ด้วย” ................ แน่นอนว่า...การใช้กัญชาในกรณีนี้ จุดประสงค์เพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยโดยทำให้ความดันอยู่ในระดับปกติ มีชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยากระตุ้นความดันในโรคดังกล่าว...มีคนไข้หนึ่งรายซึ่งขณะนี้สามารถคุมความดันได้แต่อาการอื่นๆดีขึ้นแต่ไม่ถึงกับน่าพอใจ ......... ประเด็นสำคัญสุดท้าย...“ห้าม” คิดว่า “กัญชา” เป็นยาวิเศษ .......... “กัญชา” คือ “ยา” เมื่อจะนำมาใช้ในการรักษาโรคต้องรู้ว่าโรคนั้นคืออะไร เกิดจากสาเหตุอะไรและการใช้กัญชานั้นเพื่อการบรรเทาอาการ ควบรวมกับยาปัจจุบันหรือใช้เป็นยาหลักต่อเมื่อยาปัจจุบันนั้นไม่ได้มีคุณสมบัติในการรักษาโรคเพียงแต่บรรเทาอาการของโรคเท่านั้น ............. “...รักษาชีวิตผู้ป่วยประหยัดมากที่สุด ผลข้างเคียงน้อยที่สุด และใช้สมบัติของชาติ สมบัติของคนไทยทุกคนอย่างคุ้มค่า” ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา กล่าวทิ้งท้าย. อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/local/1557655

ความคิดเห็นล่าสุด

อริศรา ปัททุม
14 ชั่วโมง 35 นาที ago
พลิศาน์
23 ชั่วโมง 41 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

อริศรา ปัททุม
14 ชั่วโมง 35 นาที ago
พลิศาน์
23 ชั่วโมง 41 นาที ago
กลับด้านบน