'อนุทิน' เผยแนวคิดนำ Tele-Med ยกระดับ อสม.ผนึกกำลังหมอ รักษาคนไข้ปฐมภูมิในพื้นที่

แก้ปัญหาคนป่วยล้นโรงพยาบาล “รมว.สธ.” หนุน ใช้เทคโนโลยีเสริมแกร่ง ยกระดับ อสม.ผนึกกำลังหมอ รักษาคนไข้ปฐมภูมิในพื้นที่ ลดภาระแพทย์ พยาบาล เพิ่มอัตราให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 เว็บไซต์พรรคภูมิใจไทยเผยแพร่ข่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาล ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน เวลาไปโรงพยาบาลเห็นผู้ป่วยแออัด นอนตามพื้นโรงพยาบาล รู้สึกไม่สบายใจ เบื้องต้นมีแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมองไปที่ อสม.ที่มีอยู่ประมาณ 1.4 ล้านคน ต้องอบรมให้ อสม.มีความรู้เบื้องต้น ในการดูแลผู้ป่วยขั้นพื้นฐาน และสามารถใช้เทคโนโลยีสื่อสารกับหมอได้ อสม.จะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการคัดกรองผู้ป่วย ก่อนจะมาถึงโรงพยาบาล เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน ลดการเสียเวลาของประชาชน ที่ต้องเดินทางไกลมาโรงพยาบาล นอกจากนั้น ยังเป็นการลดภาระแพทย์ พยาบาล ให้มีเวลารักษาผู้ป่วยหนัก และผู้ป่วยเฉพาะทางได้เต็มที่

“ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา เวลาประชาชนรู้สึกไม่สบาย ปวดหัว เป็นไข้เล็กๆน้อยๆ ก็มาที่โรงพยาบาลทันที แล้วก็มารับยาแก้ปวด 2 เม็ด เกิดสภาวะคนป่วยล้นโรงพยาบาล แต่หากมี อสม.กับหมอคอยคัดกรองไว้ก่อนชั้นหนึ่ง ใครที่อาการไม่หนัก ดูแลที่บ้านได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาล ต้องเป็นเคสที่มีความจำเป็น ซึ่งผู้คัดกรองจะเป็นหมอ และ อสม.ช่วยกันตัดสินใจผ่านเทคโนโลยีการสื่อสาร หรือที่เรียกว่าเทเลเมด เมื่อ อสม.ทำหน้าที่ตรงนั้นได้ ย่อมจะช่วยลดอัตราความแออัดของโรงพยาบาล”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแผนงานเร่งด่วน หลังดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า นโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ เป็นเรื่องที่สังคมตั้งความหวังไว้กับพรรคภูมิใจไทย และเป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องทำให้เกิดผลงานอย่างเร็วที่สุด แต่นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขในการกำกับดูแลของตน ยังมองไปถึงเรื่องของการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ที่การรักษา ต้องมุ่งให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนั้น ต้องลดภาระแพทย์ พยาบาล ต้องเพิ่มอัตราให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วย ขณะเดียวกัน อสม.จะเข้ามามีบทบาทในระบบสาธารณสุขชุมชนมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามถึงการร่วมงานกับข้าราชการในกระทรวง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในทางการแพทย์ การมาทำงานในตำแหน่งนี้ ก็เพื่อผลักดันการทำงานของกระทรวง หากใครมีแนวคิดดีๆ ก็พร้อมสนับสนุน หากขาดงบ จะประสานช่วยเหลือ เพื่อผลักดันนโยบายจนประสบความสำเร็จ ก็ต้องหวังพึ่งความร่วมมือจากข้าราชการในกระทรวง อยากเห็นคนไทยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพชีวิตคนไทยต้องดีขึ้น

Comments

เรียน รมว.สธ. • 2019-07-27, 02:37
ความขัดแย้ง ความรุนแรง การร้องเรียนและการฟ้องร้องระหว่างคนไข้ผู้รับบริการกับโรงพยาบาลของรัฐนั้น รากเหง้าของปัญหาส่วนใหญ่มาจากนโยบายรักษาฟรีทุกโรค นโยบายรัฐสวัสดิการรักษาพยาบาลฟรีนั้นผมถือว่าเป็นนโยบายที่มีประโยชน์ต่อประชาชน ทำให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลของรัฐมากขึ้น แต่แนวทางวิธีการดำเนินการตามนโยบายนี้ของรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มามันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของสภาพเศรษฐกิจและสังคมไทย การรักษาพยาบาลฟรีแก่ประชาชนทุกคนทุกโรคไม่จำกัด..... ....แต่งบประมาณแผ่นดินที่ใช้ในโครงการนี้ที่จัดสรรให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นงบฯ เหมาจ่ายรายหัวและมีจำนวนจำกัด โครงการนี้จึงทำให้เกิดสภาพของโรงพยาบาลอนาถาของรัฐกระจายไปทั่วประเทศ ผู้ที่คิดและดำเนินการตามนโยบายรัฐสวัสดิการรักษาพยาบาลฟรีนี้มีสองกลุ่มใหญ่ ๆ ซึ่งก็ล้วนมีผลประโยชน์และวาระซ่อนเร้นด้วยกันทั้งสิ้น กลุ่มแรก...เจ้าของความคิดโครงการนี้ คือกลุ่มหมอเอ็นจีโอที่ไม่ได้ทำการรักษาพยาบาลคนไข้แล้ว แต่ก็ยังอยากมีบารมี อยากมีผลประโยชน์ อยากมีอำนาจและอิทธิพลในการชี้นำทางสังคมและการเมือง หมอเอ็นจีโอกลุ่มนี้เดิมมีรายได้หลักนับพัน ๆ ล้านบาทจากหัวคิวภาษีเหล้าและบุหรี่ เอาไว้จัดอีเวนต์และหล่อเลี้ยงเครือข่ายเอ็นจีโอทางด้านสุขภาพ ไว้ข่มขู่นักการเมืองและข้าราชการประจำ ที่ไปขัดขวางผลประโยชน์ ระยะหลังนี้เครือข่ายนี้ก็ได้ขยายรายได้มากินหัวคิวค่าบริหารจัดการ ร้อยละ 1 ของงบประมาณรักษาฟรี ก็ประมาณปีละไม่ต่ำกว่า 1500 ล้านบาท เอาไว้จัดอีเวนและหล่อเลี้ยงเครือข่ายเอ็นจีโอทางด้านสุขภาพได้อีกเยอะพอสมควร อีกกลุ่มหนึ่ง....ก็คือนักการเมืองพรรคการเมืองที่รับเอาแนวคิดรักษาฟรีไปเป็นนโยบายของพรรค นโยบายรักษาฟรีทุกโรคนี้นับเป็นนโยบายประชานิยมยอดฮิตติดปากขาวบ้าน สามารถใช้รณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งให้ได้รับชัยชนะเสียงข้างมากมาได้ทุกครั้ง ส่วนคนที่ต้องรับกรรมก็คือโรงพยาบาลและประชาชน ด้วยงบประมาณที่โรงพยาบาลรัฐได้รับเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการนี้มีจำกัดและไม่เพียงพอ โรงพยาบาลของรัฐจึงต้องดินรนหาเงินมาเพิ่มเติมทุกวิถีทางเพื่อให้สามารถดำเนินการตามนโยบายนี้ต่อไปได้ เปิดคลินิกนอกเวลา ให้เช่าที่จอดรถ สร้างโรงพยาบาลพิเศษเพิ่ม สร้างห้องพิเศษเพิ่ม ขายผ้าปิดจมูก ผ้าเช็ดตัว หรือทอดผ้าป่า อาศัยดารานักร้องอย่างพี่ตูนมาช่วยวิ่งเพื่อรับบริจาคเงิน รับบริจาคยาเหลือทิ้งจากผู้ป่วย ฯลฯ ...มีสภาพไม่ต่างไปจากโรงพยาบาลอนาถา ซ้ำกลุ่มหมอเอ็นจีโอผู้มีอำนาจในการจัดสรรงบประมาณรักษาฟรีก็เข้ามาก้าวก่ายมาตรฐานการรักษา กำหนดมาตรฐานแนวทางการรักษาแทนองค์กรวิชาชีพ มาตรฐานการรักษาตามนโยบายรักษาฟรีจึงเป็นอย่างที่เห็น ๆ กลุ่มประชาชนผู้ใช้สิทธิรักษาฟรีตามนโยบายนี้จึงมีอัตราการตายมากว่ากลุ่มที่ใช้สิทธิอื่น ๆ ...รับกรรมไปตามระเบียบ ความขัดแย้ง ความรุนแรง การร้องเรียนและการฟ้องร้องระหว่างประชาชนผู้รับบริการกับโรงพยาบาลรัฐนับวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนินการปฏิรูประบบรัฐสวัสดิการบริการรักษาฟรีทุกโรคนี้ได้อย่างจริงจัง แก้ปัญหาได้ถูกต้อง ถูกทิศ ถูกทาง.

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน