“อนุทิน” บริจาคอวัยวะ ตัวอย่างเพื่อลบความเชื่อชาติหน้าไม่สมบูรณ์ จริงๆ เป็นกุศลยิ่งใหญ่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยเป็นจิตอาสาส่งอวัยวะมา 5 ปีทำแล้วมีความสุข ชี้มีจิตอาสาที่ต้องการช่วยอีกมาก หากเกิดความร่วมมือกับภาครัฐจะดีมาก ย้ำการทำบุญมีหลายรูปแบบ อย่างการบริจาคช่วย รพ. ก็ได้

ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และศ.กิตติคุณ นพ.ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ เนื้อเยื่อ และดวงตาระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และสภากาชาดไทย โดยนายอนุทิน เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และขอให้ลบล้างความเชื่อที่ว่า บริจาคอวัยวะแล้วชาติหน้าจะไม่มีอวัยวะนั้น ซึ่งจริงๆแล้วการบริจาคคือการทำบุญที่ยิ่งใหญ่มากกว่า ปรากฏว่ามีคำถามในสังคมออนไลน์ว่า การที่ออกมาเชิญชวนให้บริจาคอวัยวะนั้น ผู้บริหารกระทรวงฯ ได้มีการดำเนินการเป็นตัวอย่างด้วยหรือไม่

โดยภายในงานได้มีผู้สื่อข่าว สอบถามทางนายอนุทิน ว่า ท่านได้บริจาคด้วยหรือไม่ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ สธ. ตอบว่า บริจาคนานแล้ว และขอยืนยันว่า การบริจาคอวัยวะเป็นการช่วยเหลือคน เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ ถ้าชาติหน้ามีจริง คนๆนั้นต้องเป็นคนที่สมบูรณ์ ร่ำรวย และมีความสุขได้อย่างแน่นอน

“ผมมาทำจิตอาสาช่วยขนส่งอวัยวะมา 5 ปี ทำบุญแล้วไม่ต้องอธิษฐานอะไรเลย ทำแล้วแฮปปี้มาก อวัยวะทุกอย่างที่ได้รับมา ตั้งแต่การรับ การนำส่งจะมีการดูแลอย่างดีจัดเป็นวีไอพี ผมไม่ยอมวางกระเป๋ากับพื้นเด็ดขาด อย่างขนส่งมาทางเครื่องบิน ก็ให้นั่งเก้าอี้คาดเข็มขัดอย่างดี ต้องยกมือไหว้ตลอด และคิดถึงผู้บริจาคอยู่เสมอว่า หากชาติหน้ามีจริงเขาจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่แค่ผม ยังมีเพื่อนๆ นักบินสอบถามมาเรื่อยๆ ถึงการช่วยทำจิตอาสาตรงนี้ ก็มีช่วยกันทำแล้ว ดังนั้น หากสามารถร่วมกันทำงานตรงนี้ได้ก็เป็นเรื่องดี เพราะกระทรวงฯ หรือสภากาชาดจะมาซื้อเครื่องบินขนส่ง คงไม่คุ้ม เพราะผมมองเราสามารถดึงจิตอาสามาช่วยได้ ซึ่งพวกเขายินดีอยู่แล้ว จริงๆ การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มีหลายทาง อย่างการทำบุญในรูปแบบต่างๆ การบริจาคให้รพ. เพื่อนำไปพัฒนาและให้การช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป เช่น การบริจาคเพื่อพัฒนาห้องชันสูตรศพก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยกันได้” นายอนุทิน กล่าว

Comments

KumeeMedicalHub • 2019-08-15, 09:05
ผลประโยชน์นับแสนล้านของนโยบาย"ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการรักษาพยาบาลเชิงพาณิชย์"(Medical Hub) กำลังมาแรงมากในวงการแพทย์และสาธารณสุข เลยทำให้นโยบายการรักษาพยาบาลเพื่อมนุษยธรรม เพื่อการกุศล ด้วยจิตอาสา ด้วยใจของความเป็นมนุษย์ ค่อย ๆ แผ่วไปเรื่อย ๆ การบริจาคเลือดและการบริจาคอวัยวะจึงทำท่าจะลดน้อยถอยลงทุกที http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2010/07/X9433943/X9433943.html
คนละเรื่องเดียวกัน • 2019-08-15, 13:16
"อนุทิน" ยันรัฐบาลนี้ "บัตรทอง" ไม่มีร่วมจ่าย เน้นลดเจ็บป่วย-ใช้งบคุ้มค่า พยุง ศก.ไทย"------------ "อนุทิน" ยันรัฐบาลนี้ "บัตรทอง" ไม่มีร่วมจ่าย ลั่นไม่เพิ่มภาระปชช. อะไรที่ให้แล้วไม่เอาคืน มีแต่ให้เพิ่ม อย่าห่วงงบไม่พอ จ่อลุยส่งเสริมสุขภาพ ปชช. ลดเจ็บป่วย ลดแออัด รพ. ลดค่าใช้จ่าย ฟุ้งใช้งบบัตรทอง 2-3 แสนล้านบาทคุ้มค่าที่สุด ซื้อเวชภัณฑ์ผลิตในประเทศ ช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำ 3 กองทุน ชุดสิทธิประโยชน์หลัก-เสริม ถ้ามีประโยชน์ทำต่อแน่นอน------- วันนี้ (15 ส.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวเปิดการประชุมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วไปจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการระดับประเทศ ปี 2562 ว่า รัฐบาลยืนยันที่จะสานต่อระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) จึงไม่ต้องไปกังวลเรื่องของการร่วมจ่ายหรือโคเพย์เมนต์ (Co-Payment) ระบบนี้ยังต้องอยู่ต่อไป ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหลักประกันฯ จะทำให้เกิดความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชน โดยมุ่งเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำของสิทธิประโยชน์และคุณภาพการบริการทั้ง 3 กองทุน ให้เกิดความยั่งยืน ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ ไม่เดือดร้อนหรือล้มละลายจากค่าใช้จ่ายสุขภาพ ได้รับความเท่าเทียมในการรับบริการ------ นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่จะดำเนินการเพิ่ม คือ สร้างหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม เข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างเท่าเทียม นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ทางการแพทย์ เชื่อมโยงข้อมูลบิ๊กดาตาด้านสุขภาพ กำหนดทิศทางบริหารกองทุนให้รองรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเจ็บป่วยจากสภาพแวดล้อม สังคม โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ โรคไม่ติดต่อ อุบัติเหตุ ฯลฯ ขยายบริการรูปแบบใหม่ เช่น กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ร้านยาชุมชนอบอุ่น เป็นต้น สำหรับการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ทุกไอเดียมีความหมาย สปสช.และ สธ.จะคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแน่นอน------- "นโยบายผมที่มอบให้หน่วยงานใน สธ. คือ บริการให้ดีที่สุด ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น ขณะเดียวกันอยากฝากให้ประชาชนดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง อย่าป่วย อย่าคิดว่ามีคนมารักษา มีบัตรทองไม่เสียเงิน หรือรายได้ดีก็เข้าโรงพยาบาลชั้นนำได้ เพราะสุดท้ายก็จะเจ็บทั้งตัวและกระเป๋า ซึ่งการไม่ได้ใช้ค่าใช้จ่ายจากการรักษา ถือเป็นการทำบุญทุกวัน เพราะงบบัตรทองเป็นการเหมาจ่ายรายหัว หากพร้อมใจกันป่วยหัวละหมื่นก็ไม่พอ แต่หากเราไม่ป่วย ก็จะมีเงินไปใช้รักษาคนที่เจ็บป่วยจริงๆ ที่สำคัญหากคนไทยพร้อมใจกันแข็งแรง ก็จะทำงานได้ จ่ายภาษี ทำให้เศรษฐกิจประเทศแข็งแรงด้วย เพราะสาธารณสุขคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ การมีฐานรากมั่นคงแข็งแกร่งดีกว่ามียอดที่สูงใหญ่บนฐานรากที่อ่อนแอ" นายอนุทิน กล่าว--------- นายอนุทิน กล่าวว่า ในวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งจะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจเป็นครั้งแรก ตนจะเสนอนายกฯ ว่า เงิน สปสช.เท่าไรก็ไม่พอ แต่ทำได้อย่างเดียว คือ ทำให้ สปสช.ใช้เงินคุ้มค่าที่สุด เช่น ซื้อเวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ต่างๆ ต้องผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจประเทศที่ต้องซ่อมอย่างหนักได้ เพราะการใช้จ่ายงบประมาณสุขภาพ 2-3 แสนล้านบาท หากใช้ในประเทศก็จะหมุนได้หลายรอบ เป็นโอกาสที่ไม่ได้เสียเปล่า ใช้ให้เป็นจ่ายให้เป็นรับให้เป็นก็จะอยู่ได้---------- เมื่อถามว่าจะไม่มีการร่วมจ่ายในยุคนี้แน่นอนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าตนเป็น รมว.สธ.และอยู่ในความรับผิดชอบของตน ก็ยังยืนยันว่า บัตรทองยังเป็นภาระที่รัฐบาลให้การดูแล สิ่งที่ประชาชนเคยได้รับมา ก็ต้องไม่เอาภาระไปเพิ่มให้ประชาชน สิ่งที่ให้ไปแล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่เอาคืน และต้องได้รับสิ่งที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่านี้ ทั้งการบริการ การรักษา การสร้างเสริมสุขภาพ ส่วนที่ถามว่าการร่วมจ่ายไม่ได้มีแค่ ณ จุดบริการ ตรงนี้รายละเอียดยังไม่ได้ศึกษา ส่วนที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาในรัฐบาลก่อน ก็ไม่เป็นไร คงต้องถามเลขาธิการ สปสช. และปลัด สธ.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ---------- เมื่อถามว่าสังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เงินอาจจะไม่พอ จนต้องร่วมจ่าย นายอนุทิน กล่าวว่า ก็แก้ไขไปตามสถานการณ์ สังคมผู้สูงอายุที่มากขึ้นนั้น แสดงว่าพื้นฐานสุขภาพต้องดีขึ้น ถ้ายิ่งให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจการดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ใช่ประเด็นน่ากลัวว่าคนป่วยทั้งประเทศแล้วรัฐดูแลไม่ไหว เพราะไม่มีใครอยากป่วย แต่ต้องทำให้คนมีความรู้ เข้าใจ มีสุขภาพแข็งแรง พึ่งพาการรักษาพยาบาลให้น้อยที่สุด ก็จะช่วยลดความแออัดใน รพ.ด้วย----------- ผู้สื่อข่าวถามถึงการลดความเหลื่อมล้ำสามกองทุน และข้อเสนอการทำเรื่องสิทธิประโยชน์หลัก สิทธิประโยชน์เสริม เพื่อให้ทุกกองทุนมีความเท่าเทียมกัน นายอนุทิน กล่าวว่า รายละเอียดเป็นเรื่องของ สปสช. ตนให้นโยบายไปแล้วว่า ต้องดูแลให้บริการอย่างดีที่สุดเท่าที่ให้ได้ อส่วนเรื่องสิทธิประโยชน์ะไรที่เป็นประโยชน์ประชาชนก็จะขับเคลื่อนอยู่แล้ว อะไรที่ทำให้ไม่รับสะดวกก็จะตัดออกไป นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ที่จะเพิ่มขึ้น คือ โรคที่ยังไม่ครอบคลุม เช่น โรคหายาก โรคอุบัติใหม่ ต้องเบิกให้ได้ เพราะเป็นการเจ็บป่วยเหมือนกัน และพยายามจะครอบคลุมในส่วนของแพทย์แผนไทยด้วย-------- เผยแพร่: 15 ส.ค. 2562 12:35 โดย: ผู้จัดการออนไลน์ https://mgronline.com/qol/detail/9620000077816

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน