สธ.เดินหน้าเชื่อมข้อมูล “ร้านขายยา-รพ.” จ่ายยา 4 กลุ่มโรค เริ่ม 1 ต.ค.นี้ หวังลดความแออัดใน รพ.

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประชุมร้านขายยา 500 แห่ง เตรียมระบบเชื่อมข้อมูลรพ. 50 แห่ง ทำหน้าที่แทนห้องยาใน รพ. ใหญ่ ลดความแออัด 30 %

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การลดความแออัดในโรงพยาบาลโดยร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการระดมสมองเพื่อหาวิธีการเชื่อมโยงระบบระหว่างร้านขายยา ข.ย.1 มาตรฐาน GPP ที่มีอยู่ 17,000 แห่งทั่วประเทศ ให้เข้ามาเป็นหนึ่งในกลไกการดูแลประชาชน เปลี่ยนให้ร้านขายยาเป็นเสมือนห้องยาของโรงพยาบาล ให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในระบบและสามารถคุมอาการของโรคในระดับที่น่าพอใจ อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับยาประจำได้ที่ร้านขายยาใกล้บ้านได้แทนการต้องเดินทางไปโรงพยาบาล

นพ.สุขุม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ นอกจากจะนำบริการให้ใกล้ชิดประชาชน เพิ่มการติดตามการใช้ยาอย่างเหมาะสมด้วยเครือข่ายร้านขายยาคุณภาพ ยังช่วยลดความแออัดโรงพยาบาลใหญ่ได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งวันนี้จะเป็นการระดมสมองเชื่อมโยงระบบร้ายขายยากับการบริการผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เชื่อว่าการเชื่อมโยงนี้น่าจะลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่ได้ประมาณร้อยละ 30

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. จะรวบรวมแนวคิดที่ได้วันนี้สรุปเป็นแผนการเดินหน้าเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด สปสช.ในวันที่ 2 กันยายนนี้ เพื่อพิจารณาแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว ซึ่งจะเริ่มนำร่องเชื่อมโยงร้านขายยาจำนวน 500 แห่ง กับ โรงพยาบาลต้นสังกัดที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 50 แห่งทั่วประเทศ เริ่ม 1 ตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม จะให้ร้านขายยานำร่องทดลองทำหน้าที่เสมือนสาขาห้องยาให้โรงพยาบาลเฉพาะ 4 โรคก่อน คือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคจิตเวช และหอบหืด ซึ่งเชื่อจะมีผู้ป่วยสนใจรับยาใกล้บ้านไม่ต่ำกว่า 2 ล้านครั้งต่อปี

“สำหรับเรื่องงบประมาณนั้น เบื้องต้นจะมีการใช้งบประมาณเหลือจ่ายของปี 2562 ประมาณ 150 ล้านบาท มาใช้ก่อน ส่วนการขยายการดำเนินการในปีถัดๆ ไปจะมีการตั้งงบประมาณเฉพาะประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี ส่วนทางร้านขายยาเองจะได้รับค่าบริการในการจ่ายยาให้ผู้ป่วย 70 บาท ต่อคน โดยโรงพยาบาลต้นสังกัดจะเป็นผู้หักส่ง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

Comments

CustomerComplain • 2019-08-30, 12:29
ไปรอคิวที่โรงพยาบาลครึ่งวันแล้วยังไม่ได้ยากลับไปกิน ยังจะต้องไปรับยาที่ร้านขายยาอีกรอบหรือครับ..... แก้ปัญหาที่โรงพยาบาลโดยจัดให้จำนวนเภสัชกรมีห้องจ่ายยาช่องจ่ายยามากขึ้น ทำไม่ได้หรือครับท่าปลัดฯ ไม่ใช่ให้ผู้ป่วยนอกทุกคนทุกแผนกต้องไปรวมรอรับยากันที่ห้องจ่ายยารวมOPDแห่งเดียว.... ผมพาคุณแม่ไปหาหมอตามนัดที่คลินิกเบาหวานความดันโลหิตสูงของ รพ.ชุมชนในต่างจังหวัดแห่งหนึ่งเป็นประจำ ทาง รพ.เขาได้จัดห้องจ่ายยาเฉพาะคลินิกความดัน-เบาหวานแยกต่างหากจากห้องจ่ายยารวมOPD แบบ one stop service แพทย์ 1 คน เภสัชกรจ่ายยา 1 คน บริเวณคลินิกเบาหวาน-ความดัน รอรับยาไม่นานแค่ไม่เกิน 15 นาทีหลังจากแพทย์ตรวจเสร็จยื่นใบสั่งยาก็ได้รับยากลับไปกินที่บ้านแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปรับยาที่ร้านขายยาอีกรอบ
ไม่ได้แก้ปัญหาช... • 2019-08-30, 12:35
ลดความแออัดหน้าห้องยา แต่ไม่ได้ลดการเสียเวลาของชาวบ้าน

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน