‘รพ.เสาไห้’ เปิดคลินิกกัญชาแพทย์แผนไทย รักษาผู้ป่วยด้วยตำรับ “ยาศุขไสยาศน์”

Wed, 2019-09-04 10:42 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข เปิดคลินิกกัญชาการแพทย์แผนไทย รพ.เสาไห้เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สระบุรี รักษาผู้ป่วยด้วยตำรับ “ยาศุขไสยาศน์” ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

นายวัชรพงษ์ คูวิจิตรสุวรรณ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2562 ที่โรงพยาบาลเสาไห้ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี นายวัชรพงษ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายการใช้กัญชาทางการแพทย์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการรักษาทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย

โดยโรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ได้รับการคัดเลือกจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้เป็นโรงพยาบาลเครือข่ายแพทย์แผนไทยนำร่องคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ให้คำปรึกษาผู้ป่วยและให้บริการการรักษาด้วยตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ มีตำรับที่จะนำมาเข้ากระบวนการรักษา จำนวน 16 ตำรับ โดยนำร่อง 1 ตำรับ คือ ยาศุขไสยาศน์ มีสรรพคุณ ช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร ฟื้นฟูกำลังของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งได้รับจากองค์การเภสัชกรรมเรียบร้อยแล้ว และผู้ป่วยต้องได้รับการคัดกรองจากแพทย์แผนไทยที่ผ่านการอบรมมา สำหรับอีก 15 ตำรับนั้น อยู่ในขั้นตอนการผลิตเพื่อนำไปสู่กระบวนการสั่งจ่ายในโรงพยาบาลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ไม่ใช่การแพทย์ทางเลือกหลักในการรักษาผู้ป่วย ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับ ดูแล ติดตามการรักษาของผู้ประกอบวิชาชีพที่ผ่านการอบรม และได้รับอนุญาตให้สามารถนำมาใช้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือการ ศึกษาวิจัยและพัฒนาการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้

Comments

Submitted by อภัสนันท์ เกราะแก้ว on
สืบเนื่องมาจากแม่เป็นมะเร็งปากมดลูก ทำการรักษาโดยให้คีโม และฉายแสง หลังจากทำการรักษาก็ไปพบแพทย์ติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ อาการโดยรวมดีขึ้นเรื่อยๆ ผ่านมา 2 ปีไม่พบมะเร็งจุดเดิม แต่ตรวจพบมะเร็งปอดเพิ่มหลายจุด หมอทำการให้คีโมใหม่อีกครั้งพร้อมทั้งนัดมาทำคีโมตามแพทย์นัด ตอนนี้ทำคีโมมาแล้ว2วัน ผลข้างเคียงคือ อ่อนเพลีย หน้ามืด ฯลฯ จึงต้องการปรึกษาสอบถามข้อมูล/แนวทางการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม